All About Japan

อัพเดทปี 2023! 10 เทศกาลหิมะน่าเที่ยวทั่วญี่ปุ่น ประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

หิมะ

โดยทั่วไปฤดูหนาวและเทศกาลหิมะในญี่ปุ่นมักจะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ พื้นที่ต่างๆ ที่มีหิมะตก เช่น ฮอกไกโด (Hokkaido) , โทโฮคุ (Tohoku) จะมีการจัดงานเทศกาลหิมะสุดพิเศษพร้อมกิจกรรมให้ได้เพลิดเพลินท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและยังมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย อย่างเช่น 10 เทศกาลหิมะที่จะแนะนำต่อไปนี้

※ หมายเหตุ บทความนี้ได้ทำการเรียบเรียงใหม่ (Re-write) ณ วันที่ 10 มกราคม 2023

1. เทศกาลหิมะซับโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Sapporo Snow Festival, Hokkaido)

1. เทศกาลหิมะซับโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Sapporo Snow Festival, Hokkaido)

https://pixta.jp

ถือว่าเป็นเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ในฤดูหนาวอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งในแต่ะละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนนับล้านคน โดยจะมีพื้นที่จัดงาน 3 จุดหลักๆ คือ
- สวนโอโดริ (Odori Park) ถนนใจกลางเมืองที่เป็นเหมือนเซ็นทรัลปาร์คของซัปโปโร มีระยะทางราวๆ 1.5 กิโลเมตร จะถูกตกแต่งด้วยงานประติมากรรมหิมะหลากหลายขนาดรวมทั้งมีการประกวดผลงานประติมากรรมหิมะจากทั่วโลก ระหว่างทางก็มีลานอาหารของฮอกไกโดให้ได้แวะชิมด้วย
- ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ที่นี่จะปิดถนนใหญ่เพื่อให้เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยแสงสี และการตกแต่งประดับประดาด้วยประติมากรรมการแกะสลักน้ำแข็งและตอนกลางคืนก็จะมีงาน Light up ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
- ย่านสึโดะเมะ (Tsudome) บริเวณนี้จะเน้นกิจกรรมภาคกลางวันที่น่าสนใจ เช่น การเล่นสไลด์เดอร์ยักษ์บนลานหิมะ การโชว์และแข่งขันปั้นตุ๊กตาหิมะ การสร้างบ้านตุ๊กตาหิมะ เป็นต้น

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 4-11 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดินสถานี Sapporo มาลงที่สถานี Odori ใช้เวลา 1 นาที และจุดจัดงานตรงนี้จะมีบริการรถ Shuttle Bus รับส่งถึงจุดจัดงานสึโดเมะ (Tsudome) และจาก ถนนโอโดริ (Odori) ไปจุดจัดงานซูซูกิโนะ (Susukino) ก็สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟใต้ดินสาย Namboku ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ไปลงสถานี Susukino แล้วออกทางออกหมายเลข 3 หรือ 5

2. เทศกาลหิมะและแสงไฟโอตารุ จังหวัดฮอกไกโด (Otaru Snow Light Path Festival, Hokkaido)

2. เทศกาลหิมะและแสงไฟโอตารุ จังหวัดฮอกไกโด (Otaru Snow Light Path Festival, Hokkaido)

https://pixta.jp

อีกหนึ่งงานเทศกาลฤดูหนาวในฮอกไกโดที่มีชี่อเสียงในเรื่องของบรรยากาศความโรแมนติก เนื่องจากไฮไลท์ของงานอยู่ที่ตอนกลางคืนซึ่งจะมีการจุดเทียนให้แสงสว่างสะท้อนกับผืนน้ำในคลองโอตารุตัดกับภาพหิมะสีขาวตลอดสองฟากฝั่ง บริเวณสถานที่จัดงานหลัก 2 จุดคือที่ริมคลองโอตารุและทางรถไฟเก่าสายเทมิยะ (Temiya) ที่สามารถเดินเท้าไปถึงระหว่างสองจุดที่จัดงานเทศกาลนี้ได้

นอกจากนี้ ในช่วงเวลากลางวันก็ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ ย่านช้อปปิ้งถนนมิยาโกะ (Miyako Dori Shopping Street) เป็นต้น

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 11-18 กุมภาพันธ์ 2023
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Otaru เดินไปบริเวณคลองโอตารุ ประมาณ 8-10 นาที

3. เทศกาลโคมไฟหิมะอุเอซุงิ จังหวัดยามากาตะ (Uesugi Snow Lantern Festival, Yamagata)

3. เทศกาลโคมไฟหิมะอุเอซุงิ จังหวัดยามากาตะ (Uesugi Snow Lantern Festival, Yamagata)

https://pixta.jp

เทศกาลโคมไฟหิมะอุเอซุงิจัดขึ้นที่สวนมัตสึงาซากิ (Matsugasaki Park) และซากปราสาทโยเนซาวะ (Yonezawa Castle Ruins) ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอุเอซุงิที่มีชื่อเสียง

งานเทศกาลนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การจุดเทียนในโคมไฟหิมะ (Yukibonbori) ลักษณะคล้ายกระท่อมหลังเล็กๆ นับพันชิ้น รวมทั้งจุดโคมไฟหิมะ (Yukidoro) เพื่อประดับตกแต่งทั่วบริเวณอีกกว่า 300 อัน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เทพนิยายเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีบริการอาหารญี่ปุ่นกับเครื่องดื่มแบบสตรีทฟู้ดส์ที่เรียกว่า "ยาไต" (Yatai) ให้ได้เดินเล่นชมอาหารท้องถิ่นของคนญี่ปุ่นอีกด้วย

ช่วงเวลาทีจัดงาน : 11-12 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีโยเนซาวะ (JR Yonezawa Station) ต่อรถบัส ไปลงที่ป้าย Uesugiiinja-mae แล้วเดินอีก 5 นาที

4. เทศกาลปีศาจหิมะ ซาโอะจูเฮียว จังหวัดยามากาตะ (Zao Snow Monster Festival, Yamagata)

4. เทศกาลปีศาจหิมะ ซาโอะจูเฮียว จังหวัดยามากาตะ (Zao Snow Monster Festival, Yamagata)

https://pixta.jp

อีกหนึ่งเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงระดับประเทศอีกงานหนึ่งสำหรับเทศกาลซาโอะจูเฮียว หรือเทศกาลปีศาจหิมะซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หิมะและเกล็ดน้ำแข็งตกมาทับถมบนต้นสนบนภูเขาซาโอะจำนวนมากจนมีรูปร่างคล้ายปีศาจ จึงได้ชื่อว่า Ice Monster หรือ Snow Monster

จุดเด่นของงานคือ ช่วงเวลากลางคืนที่มีการเปิดไฟเป็นสีต่างๆ ทำให้ปีศาจน้ำแข็งดังกล่าวยิ่งดูเหมือนปีศาจยิ่งขึ้น อีกทั้งตอนกลางวันก็สามารถเพลิดเพลินกับเล่นสกีหิมะที่นี่ได้ หรือจะไปแช่ออนเซ็นที่ซาโอะออนเซ็นก็น่าสนใจเช่นกัน

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 24 ธันวาคม-27 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานียามากาตะ (Yamagata Station) ต่อรถบัสสาย Sanko ไปลงที่ป้าย Zao Onsen Bus Terminal แล้วเดินอีก 10 นาที

5. เทศกาลยุนิชิงาวะออนเซ็นคามาคุระ นิกโก้ จังหวัดโทชิงิ (Yunishigawa Onsen Kamakura Festival, Nikko Tochigi)

5.	เทศกาลยุนิชิงาวะออนเซ็นคามาคุระ นิกโก้ จังหวัดโทชิงิ (Yunishigawa Onsen Kamakura Festival, Nikko Tochigi)

https://pixta.jp

งานประเพณีเก่าแก่ในฤดูหนาวของเมืองออนเซ็นยุนิชิงาวะ (Yunishigawa Onsen) ซึ่งจะมีระยะเวลาการจัดงานที่ค่อนข้างยาวนานนับเดือน ตลอดงานเทศกาลก็มีการตกแต่งสถานที่ด้วยตุ๊กตาหิมะจากฝีมือของเด็ก และผู้สูงอายุในพื้นที่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว อีกทั้ง มีบริการรถเลื่อนหิมะให้ได้สัมผัสประสบการณ์ฤดูหนาวกันอย่างเต็มอิ่ม

และในช่วงกลางคืน ก็จะมีกระท่อมหิมะคามาคุระที่จุดเทียนอยู่ภายใน ประดับประดาอยู่ตามบริเวณริมน้ำราว 800 หลัง นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น การเล่นถาดเลื่อนหิมะที่มีความยาวเป็นพิเศษ การประดับโคมไฟและกระท่อมหิมะคามาคุระจิ๋ว (Bonbori and Petit Kamakura Illumination) เป็นต้น

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 27 มกราคม-26 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีโทบุ นิกโก้ (Tobu Nikko Station) ต่อรถไฟ Yagan Railway ไปลงที่สถานียุนิชิงาวะออนเซ็น (Yunishigawa-onsen Statiom-n) แล้วต่อรสบัส Nikko-kotsu ไปลงที่ป้าย honkebankyu-ryokan-mae และเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

6. เทศกาลหิมะโยโคเตคามาคุระ จังหวัดอาคิตะ (Yokote Kamakura Snow Festival, Akita)

6. เทศกาลหิมะโยโคเตคามาคุระ จังหวัดอาคิตะ (Yokote Kamakura Snow Festival, Akita)

https://pixta.jp/

งานเทศกาลเก่าแก่ของเมือง โยโคเต (Yokote) ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 450 ปี เปรียบได้กับการเฉลิมฉลองและสักการะบูชาเทพเจ้าน้ำในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้มาเยือนจะได้ตื่นตาตื่นใจกับคามาคุระ (Kamakura) หรือกระท่อมหิมะ (Snow Igloo) โดยจะมีการก่อหิมะที่ตกทับถมให้สูงหนาคล้ายถ้ำเล็กๆ แล้วทำช่องว่างด้านในให้มีขนาดใหญ่พอให้คนเข้าไปอยู่ได้ 4-5 คน

ในช่วงเทศกาลจะมีการสร้างกระท่อมหิมะทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ไว้ทั่วเมือง แสงเทียนที่ประดับประดาในกระท่อมหิมะท่ามกลางพื้นหิมะขาวงดงามและมีบริการสาเกหวาน(เครื่องดื่มรสหวานที่ทำจากข้าว) หรือย่างโมจิ ให้นั่งดื่มกินภายในบ้านหิมะด้วย

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 15-16 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีโยโคเต (Yokote Station) เดินไปประมาณ 10 นาที

7. เทศกาลเทียนประดับภาพวาดของดินแดนไอซุ จังหวัดฟุคุชิมะ (Aizu Painted Candle Festival, Fukushima)

7. เทศกาลเทียนประดับภาพวาดของดินแดนไอซุ จังหวัดฟุคุชิมะ (Aizu Painted Candle Festival, Fukushima)

งานเทศกาลฤดูหนาวที่ยิ่งใหญ่ของ จ.ฟุคุชิมะ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ปราสาททสึรุงะ (Tsuruga Castle) และสวนโอยาคุ (Oyaku-en) โดยการทำเทียนประดับภาพวาดซึ่งมีลวดลายของดอกไม้แสนสวยลงบนแท่งเทียนที่เป็นงานฝีมือดั้งเดิมของเมืองไอซุวาคามัตสุ (Aizu-Wakamatsu) ที่สืบทอดกันมานานกว่า 500 ปี

ที่มาของประเพณีการวาดภาพลงบนแท่งเทียนเกิดจากอากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาว จึงทำให้หาดอกไม้ได้ยาก จึงทำเทียนขึ้นมาเพื่อประดับแทน โดย “เทียนภาพไอซุ” คือ เทียนที่ถูกวาดโดยช่างฝีมือ โดยจะวาดลวดลายพืชพันธุ์ดอกไม้ตามฤดูกาลต่าง ๆ เช่น ดอกเบญจมาศ ดอกโบตั๋น ซึ่งในงานเทศกาลจะได้พบกับเทียนประดับภาพวาดเหล่านี้นับ 10,000 เล่ม

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 10-11 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีโคริยามะ (Koriyama Station) โดยสารรถไฟ Ban-Etsu Line ไปมาลงที่ Aizu-Wakamatsu ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 11 นาที จากนั้นต่อรถ Aizu Loop Bus ไปลงที่ป้าย Tsurugajo Kitaguchi ใช้เวลา 20 นาที

8. เทศกาลโคมไฟหิมะปราสาทฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ (Hirosaki Castle Snow Lantern Festival, Aomori)

8. เทศกาลโคมไฟหิมะปราสาทฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ (Hirosaki Castle Snow Lantern Festival, Aomori)

1 ใน 5 เทศกาลฤดูหนาวที่โดดเด่นของภูมิภาคโทโฮคุ รอบพื้นที่ปราสาทฮิโรซากิจะมีการประดับตกแต่งพื้นที่ด้วยโคมไฟหิมะแฮนด์เมด กับเสาตะเกียงหิมะ (Snow Lantern) และกระท่อมหิมะขนาดเล็ก (Mini Kamakura) ที่มีเทียนสีส้ม ส่องสว่างสร้างบรรยากาศอันงดงาม

โดยในยามค่ำคืนก็จะมีการแสดงดอกไม้ไฟและการฉาย Projection Mapping ให้ชมพร้อมด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น แผงขายอาหาร (Yatai) สามารถเลือกซื้ออาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย มีระเบียงทางเดินหิมะ ที่มีภาพจากงานฮิโรซากิ เนพุตะ (Hirosaki Neputa Festival) เทศกาลฤดูร้อนของเมือง นำกลับมาใช้ประดับสองข้างทางให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 9-12 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีฮิโรซากิ (Hirosaki Station) ขึ้นรถ Konan Bus–Hirosaki City Loop ลงที่ป้าย Shiyakusho-mae จากนั้นเดินอีก 5 นาที

9. เทศกาลน้ำแข็งทะเลสาบชิโคสึ เมืองชิโตเสะ ฮอกไกโด (Chitose Lake Shikotsu Ice Festival, Hokkaido)

9. เทศกาลน้ำแข็งทะเลสาบชิโคสึ เมืองชิโตเสะ ฮอกไกโด (Chitose Lake Shikotsu Ice Festival, Hokkaido)

https://pixta.jp

งานเทศกาลน้ำแข็งที่จัดขึ้นบริเวณออนเซ็นทะเลสาบชิโคสึ (Lake Shikotsu) ในสวนสาธารณะของอุทยานแห่งชาติ ชิโคสึโทยะ ภายในงานก็จะได้พบกับประติมากรรมน้ำแข็งที่สร้างขึ้นโดยใช้น้ำในทะเลสาบชิโคสึ ด้วยวิธีการพ่นและปล่อยให้แข็งตัวเรียงรายเป็นรูปร่างแปลกตาคล้ายผลงานศิลปะ

ตอนกลางคืนวันเสาร์-อาทิตย์ก็มีการแสดงดอกไม้ไฟให้ชมถึง 300 นัด รวมทั้งการแสดงการตีกลองใหญ่แบบญี่ปุ่น สำหรับกลางวันมีไฮไลท์คือการชมความสวยงามของน้ำแข็งใสสีฟ้าบริสุทธิ์ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "ทะเลสาบชิโคสึบลู" (Lake Shikotsu Blue) จากนั้นหากต้องการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินเที่ยวก็สามารถไปใช้บริการในออนเซ็นที่อยู่รอบๆ สถานที่จัดงานได้อีกด้วย

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 28 มกราคม-23 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีนิวชิโตเสะแอร์พอร์ท (New Chitose Airport) หรือสถานีชิโตเสะ (Chitose Station) ขึ้นรถ Hokkaido Chuo Bus ไปลงที่ป้าย Shikotsu Onsen ใช้เวลา 55 นาที

10. เทศกาลฮิรายุ-โอทากิ เคปเปียว จังหวัดกิฟุ (Hirayu-Otaki Keppyo Festival, Gifu)

10. เทศกาลฮิรายุ-โอทากิ เคปเปียว จังหวัดกิฟุ (Hirayu-Otaki Keppyo Festival, Gifu)

https://www.okuhida.or.jp/en/archives/3131

ฮิรายุออนเซ็น (Hirayu Onsen) คือออนเซ็นธรรมชาติยอดนิยมแห่งหนึ่งในกิฟุ ที่สามารถชมทิวทัศน์งดงามของสายธารน้ำแข็งของ น้ำตกฮิรายุโอทากิ (Hirayu-Otaki Falls) ในฤดูหนาวน้ำตกแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะละลานไปทั่วบริเวณ และน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 64 เมตร กว้างประมาณ 6 เมตรก็จะจับตัวเป็นน้ำแข็งทั้งหมด

ในวันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ ของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลในบริเวณใกล้ๆ น้ำตก โดยในวันแรกของงานและในวันเสาร์อาทิตย์จะมีการจุดดอกไม้ไฟให้ชมกันด้วย นอกจากนี้ในตอนกลางคืนก็จะมีการประดับไฟไลท์อัพทั้งบริเวณน้ำตกรวมถึงการประดับประดาดวงไฟตรงสะพาน สร้างสีสันและภาพทิวทัศน์ที่งดงามน่าประทับใจตลอดการจัดงาน

ช่วงเวลาที่จัดงาน : 15-25 กุมภาพันธ์ 2023
การเดินทาง : จากสถานีทาคายามะ (Takayama Station) ขึ้นรถบัส Nohi Bus ไปลงที่ป้าย Hirayu Onsen ใช้เวลา 1 ชั่วโมง แล้วโดยสาร Shuttle Bus จากสถานี Hirayu Bus Terminal ไปลงที่ Shokujidokoro Ankiya จากนั้นเดินต่ออีก 20 นาที

เรียบเรียงใหม่: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)

know-before-you-go