All About Japan

ตระเวนช็อปของมือสองที่ญี่ปุ่น

| ช็อปปิ้ง , ช็อปปิ้งวันหยุด
ตระเวนช็อปของมือสองที่ญี่ปุ่น

เนื่องจากปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่มากจากผลกระทบ Covid 19 ทำให้การใช้จ่ายในส่วนของสินค้าฟุ่มเฟือยของแม่บ้านเลยโดนตัดงบค่ะ ทำอย่างไรดี? เสื้อผ้าก็อยากช็อป เงินก็อยากประหยัด วีดีโอคุยกับแม่ที่ไทย แม่อยู่ข้างนอก คุณนายแม่ว่างทีไรไปร้านมือสองญี่ปุ่นทุกที ร้านมือสองที่ญี่ปุ่นกับที่ไทยจะแตกต่างกันมั้ยนะ ไปดูกันค่ะ!

อยากบอกว่าของมือสองที่ญี่ปุ่นบางอย่างนี่ มือสองจริงดิ!?! คือบางอย่างมันดูใหม่มากจนไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านการใช้งานมาแล้ว! ถ้าแปะป้ายราคากลับเข้าไปก็เชื่อว่าของมือหนึ่งข่ะ ยอมใจ การเข้าไปดำหาของใช้มือสองในร้านญี่ปุ่นนี่เป็นอะไรที่ฟินมากกก ไม่เชื่อถามคุณนายแม่ค่ะ ไปร้านมือสองญี่ปุ่นทีไรได้อะไรติดมือมาทุกที (ไหนบอกไม่ซื้อแล้วรอบที่ล้าน) เห็นของมือสองญี่ปุ่นที่ไทยก็ว่าคุณภาพใช้ได้แล้วนะคะ ขอโทษค่ะ นั่นคือของที่โละจากญี่ปุ่นไปค่ะ มาช็อปที่ประเทศต้นทางของคุณภาพดีกว่ามากกก (ก.ไก่ล้านตัว สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น จบโควิดตีตั๋วมามือสองญี่ปุ่นเลยค่ะ) บทความนี้เราจะมาดูกันว่ามือสองที่ญี่ปุ่นมีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจบ้าง? จุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละแบรนด์คืออะไร มาเจาะลึกกันค่ะ

ระบบการจัดการขยะที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ระบบการจัดเก็บขยะเกี่ยวอะไรกับร้านมือสอง? แล้วทำไมร้านมือสองที่ญี่ปุ่นผุดขึ้นมาเต็มไปหมด?

เก่าของเขา ใหม่ของเรา เป็นคำที่ใช้ได้ดีกับการกำจัดสิ่งที่เราไม่ต้องการในประเทศญี่ปุ่นค่ะ อย่างที่เรารู้กันว่าการกำจัดขยะในประเทศญี่ปุ่นมีระบบแบบแผนอยู่ แม่บ้านเคยเขียนบทความ วิธีแยกขยะที่ญี่ปุ่น ไว้ที่นี่ค่ะ

การกำจัดขยะในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะต้องเสียเงินเพื่อกำจัดขยะค่ะ อย่างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะต้องซื้อถุงขยะจากทางอำเภอที่มีการพิมพ์บนถุง เพื่อที่เวลาเก็บ พนักงานจะได้เก็บเฉพาะถุงที่มีการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว

ส่วนขยะขนาดใหญ่กว่า 30 เซนติเมตรอย่างเฟอร์นิเจอร์ ขยะประเภทนี้จะถูกเรียกว่า Sodai gomi (粗大ゴミ) ซึ่งจะต้องโทรศัพท์ติดต่อศูนย์เก็บขยะ ไปซื้อสแตมป์ที่ร้านสะดวกซื้อ เมื่อถึงวันเก็บให้นำสิ่งของที่ต้องการทิ้งวางไว้หน้าบ้านและแปะสติ้กเกอร์ค่ะ

ของที่ยังมีคุณภาพดีก็จะถูกนำกลับไปขายเป็นของมือสองโดยอำเภอ ซึ่งจะถูกเรียกว่า Recycle Center (リサイクルセンタ−) ซึ่งมักจะมีของใช้สภาพโอเคขายในราคาถูก แต่เราอาจจะต้องมียานพาหนะในการขนส่งของ ส่วนของที่เหลือจะถูกแยกวัสดุและนำไปรีไซเคิลต่อไปค่ะ ดังนั้นการกำจัดขยะภายในบ้านทุกอย่างต้องมีการเสียเงินค่ะ

ทีนี้เราจะทำอย่างไรถ้าไม่อยากเสียเงิน หรือของยังดีเกินไปที่จะทิ้งอย่างน่าเสียดาย จึงเกิดร้านมือสองที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างสิ่งของและเงินมากมายในประเทศญี่ปุ่นค่ะ เมื่อเรามีของที่ไม่ต้องการเราก็นำไปขาย นอกจากจะไม่เสียเงินค่าทิ้งแล้วยังได้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย ส่วนคนซื้อก็ได้ของราคาถูก ส่วนผู้ขายก็ได้กำไร วิน-วินทุกฝ่ายเลยค่ะ

ต่อไปเราจะไปดูว่ามีแบรนด์มือสองเจ้าไหนที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ!

- allabout-japan.com (ภาษาไทย)

ร้านมือสองตระกูล Off

ร้านมือสองชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงชื่อนี้เชื่อว่าไม่มีคนญี่ปุ่นคนไหนไม่รู้จัก รวมถึงคนไทยด้วย เพราะจำนวนสาขาที่มากมายถึง 915 สาขาทั่วญี่ปุ่น และกำลังขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สินค้าสภาพดีในราคาที่ถูก เราสามารถไปซื้อสินค้า หรือนำสินค้าไปขายที่ร้านก็ได้ ในกรณีที่เป็นสินค้าขนาดใหญ่เราต้องทำการจองผ่านเว็บไซต์หรือมือถือเพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้า ทางร้านมีบริการนำรถไปรับของถึงบ้านด้วยนะ

ร้านมือสองตระกูล Off จะแบ่งเป็น 7 แบรนด์ย่อย นั่นคือ Hard Off, Off House, Hobby Off, Garage Off, Mode Off, Liquor Off และ Book Off แต่ละแบรนด์ย่อยก็จะมีขายสินค้าที่ต่างชนิดกัน แต่เอาจริงตระกูล Off ก็ชอบขายของ cross ไปมา แบบมีของจากแบรนด์ย่อยอื่นติด ๆ ไปบ้างจนตระกูล Off เองทำโฆษณาจิกกัดตัวเองอย่างไหนว่าร้านขายหนังสือไง ทำไมมีเสื้อผ้าล่ะเฟ้ย! เล่นเอง ชงเอง นักเลงพอ

Book Off

เริ่มจากร้านที่นักท่องเที่ยวไทยรู้จักดีที่สุด ขายหนังสือ การ์ตูน ซีดี ดีวีดี และเกมส์มือสอง หนังสือมีแทบจะทุกประเภท ส่วนตัวชอบไปดูหนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็กมือสองที่นี่ เพราะราคาถูกกว่าร้านขายหนังสือมือสองร้านอื่นมาก และมีหนังสือภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งซื้อไปดูภาพก็เพลินแล้วค่ะ ซีดีเพลงและดีวีดีอาจจะมีของเก่าเยอะหน่อย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาเพลงญี่ปุ่นเก่า ๆ บางคนขยันหา โชคดีเจอเพลง เจอศิลปินที่ตนเองชอบในสมัยอดีตก็แฮปปี้กันไป มีเครื่องเกมส์และแผ่นเกมส์ขาย อุปกรณ์เครื่องเกมส์ต่าง ๆ บางครั้งก็จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กอย่างโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็บขายด้วย

Hobby Off

ใครมีลูกหรือเป็นนักสะสมของจากการ์ตูนมังงะ อนิเมะ นิยาย ไม่ควรพลาดร้านนี้อย่างยิ่งยวด หรือคิดในอีกแง่ไม่ควรเข้าไปเลย เพราะอาจจะถึงขั้นล้มละลายจากร้านนี้ ภายในร้านมีของเล่นยอดฮิตของเด็กญี่ปุ่นมากมายขาย อย่างรถไฟ Tomica ตุ๊กตา Sylvanian Families ตระกูลเรนเจอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนของสะสมก็มีทั้งฟิกเกอร์ กาชาปอง ของใช้ ของที่ระลึกจากการ์ตูนดัง ใครชอบสะสมฟิกเกอร์บอกเลยว่านี่คือขุมสมบัติที่แท้ทรู ขุดดี ๆ นี่เจอฟิกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดสุดหายากนะเออ

Mode Off

เป็นร้านที่เข้าบ่อยที่สุดค่ะ ส่วนตัวชอบไปสาขาคานากาวะ เป็น Mode Off ที่อยู่ภายในห้างซึ่งมีเพลย์แลนด์สำหรับเด็กขนาดใหญ่อยู่ด้วยค่ะ ปล่อยพ่อลูกเขาไปเล่นกันในเพลย์แลนด์สักชั่วโมงส่วนอิแม่หนีไปช็อปปิ้งค่ะ ฮ่าๆๆ เป็นร้านเสื้อผ้ามือสองที่มีทั้งของเด็ก ผู้หญิง และผู้ชาย มีให้เลือกหลากหลายทั้งใส่ประจำวัน สายแฟชั่น หน้าร้อนยันหน้าหนาว มีเสื้อผ้าตั้งแต่ราคา 100 เยนเป็นต้นไปค่ะ แต่ละสาขาก็จะมีราคาขายมาตรฐานไม่เหมือนกันค่ะ ขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้น ๆ ปรกติจะชอบไป 2 สาขา สาขานึงราคาเสื้อผ้าทั่วไปอยู่ที่ 300 เยน แต่เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะออกเชย ๆ หน่อย อีกสาขานึงอยู่ที่ 500 เยน เสื้อผ้าค่อนข้างทันสมัยเหมือนกับวัยรุ่น วัยทำงานมากกว่า แต่สาขาที่ราคาถูกชอบคัดเสื้อผ้ามาลดเหลือ 100 เยนค่ะ แม่บ้านร้องกรี้ด ชุดเดรสผ้าดีเหลือ 100 เยน!!! ครั้งนึงเจอเสื้อยีนส์เด็กสุดนุ่มก็ 100 เยน!!! ทุกครั้งที่ไปจะเตรียมถุงใหญ่ ๆ เอาไว้แบกของกลับมาค่ะ

ส่วนเรื่องคุณภาพของเสื้อผ้านั้นอย่างที่รู้ ๆ กัน ตาดีได้ค่ะ เดี๋ยวนี้อิฉันแทบจะไม่ต้องมอง เดินคลำเนื้อผ้ารู้ทันทีตัวไหนของดี ควรค่าแก่การนำมาลอง สำหรับใครที่จะมาหาเสื้อกันหนาวหนา ๆ ราคาถูก มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ของเยอะมากกก หมวก ผ้าพันคอ รองเท้า มีทุกอย่าง ทุกสไตล์จริง ๆ ใครตั้งใจมาดูเสื้อผ้ามือสองจาก Mode Off เตรียมตัวมาเลยค่ะวันนึง อยู่แต่ในนี้แหละ เชื่อสิ

Hard Off

เป็นร้านที่ขายฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ไปจนถึงเครื่องดนตรี นาฬิกา และกล้องถ่ายรูป มีให้เลือกมากมายหลากหลายรุ่นหลายยี่ห้อ บางคนก็ซื้อไปเพื่อเอาอะไหล่ไปเปลี่ยนค่ะ โซนกล้องถ่ายรูปมีทั้งตัวกล้อง เลนส์ อุปกรณ์สำหรับกล้องทั้งกระเป๋า สายสะพาย เคยเจอม้วนฟิล์มก็มีขายนะ ส่วนนาฬิกามีตั้งแต่ระดับใส่ใช้งานยันใส่ออกงานเลยค่ะ แบรนด์ดี แบรนด์ดัง แบรนด์ยืมเพื่อน มีหมด จะซื้อไปใส่ข้อมือข้างละ 10 เรือนเพื่อนก็ไม่ทวงค่ะ

Off House

เป็นร้านที่ขายอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ภายในบ้าน มีให้เลือกตั้งแต่ตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วยังมีเฟอร์นิเจอร์ขายร่วมด้วย อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน ของชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างกิ๊ฟช็อปก็มีนะ นี่ซื้อมาเต็มบ้านแล้วเนี่ย ที่ขัดหลัง กระปุกออมสินลาย Game Boy มันคือดีย์ย์ย์ จะบอกว่าเคยเจอระนาดจิ๋วด้วยแหละ กลับไปอีกทีมีคนซื้อไปแล้ว? เดี๋ยว เอาไปทำอะไรคะคุณพรี่?

Off House เนี่ยเสื้อผ้าก็มีนะคะ พูดง่าย ๆ คือแบรนด์นี้มันขายจับฉ่ายค่ะ ส่วนตัวนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไม่ค่อยได้ซื้อเท่าไหร่ อย่างพวกเครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องทำกาแฟ เครื่องอบผลไม้แห้ง เพราะเทียบราคาจากร้านค้าออนไลน์อื่นๆ แล้วไม่ได้ถูกกว่าของมือหนึ่งมากเท่าไหร่ สู้ซื้อของใหม่เลยดีกว่า

Garage Off

เป็นร้านขายของเอ้าท์ดอร์ ของใช้ในสวนหลังบ้าน ของตั้งแคมป์ จักรยาน เครื่องเสียง อุปกรณ์อะไหล่รถ ล้อรถ สารภาพว่าไม่เคยเข้าร้านนี้เลยค่ะ เพราะค่อนข้างหายากในโตเกียวเพราะร้านต้องใหญ่ใช้พื้นที่เยอะ ตามต่างจังหวัดอาจจะมีสาขามากกว่า ใครอยากดูของแต่งจักรยานและของตั้งแคมป์ก็ลองแวะเวียนกันไปดูนะคะ ที่ญี่ปุ่นนิยมตั้งแคมป์กันมาก พวกอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ครบครันจริง ๆ ค่ะ แอบมีแซมหนังสือ ดีวีดีด้วยนะ

Liquor Off

เป็นร้านเหล้ามือสองที่มีขายเครื่องดื่มแลกอฮอล์อย่างไวน์ แชมเปญ บรั่นดี วิสกี้ เบียร์ สาเก เหล้าญี่ปุ่น เหล้าบ๊วย และอุปกรณ์สำหรับดื่มอย่างขวดวิสกี้และแก้วไวน์เป็นต้น กำลังสงสัยใช่มั้ยคะว่าทำไมเหล้ามีขายมือสองด้วย? มีค่ะ ยกตัวอย่างคนใกล้ตัวอย่างสามี สามีมีเพื่อนที่ส่งเบียร์เป็นลังมาให้ปีละ 2 ครั้งค่ะ เทศกาลปีใหม่และของขวัญกลางปี ตั้งแต่มีลูก สามีก็เลิกดื่มเบียร์ค่ะ บางครั้งก็ยกให้เพื่อนบ้าง แต่ด้วยความที่เยอะก็เลยนำไปขายที่ร้านเหล้ามือสองค่ะ หรือบางคนมีเบียร์ที่ดื่มไม่ทันวันหมดอายุแน่ ๆ ก็นำมาขายที่ร้านนี้ค่ะ ส่วนคนซื้อก็จะได้เบียร์หรือเหล้าราคาถูกกลับไป เหล้าที่ราคาแพงก็มีขายนะคะ มักจะเป็นเหล้าที่ถูกเก็บไว้เป็นเวลานาน อย่างไวน์หรือสปิริตที่หายากค่ะ ในร้านมีขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มือหนึ่งด้วย จะบอกว่าแก้วที่ขายที่นี่มีลวดลายสวยมากค่ะ เป็นขวดและแก้วที่คัดมาจาก Off House เหล้าดีพอได้รินใส่แก้วที่สวยงาม ทำให้เพิ่มรสชาติอร่อยขึ้นไปอีกค่ะ


ส่วนใครสนใจร้านค้านอกจากตระกูล Off หรือยังหาร้านที่ขายของที่ถูกใจไม่เจอ พลิกหน้าต่อไปเลยค่ะ

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2