All About Japan

รู้จักอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง จ.ฮอกไกโด

| Hokkaido
รู้จักอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง จ.ฮอกไกโด

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซังใน จ.ฮอกไกโดเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยภูเขาสูงจำนวนมากและธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจุดที่เหมาะแก่การเดินป่าปีนเขาทั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิดและฤดูร้อน ชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และสัมผัสกับหิมะในฤดูหนาว และเรายังได้คัดเลือกจุดท่องเที่ยว 5 แห่งที่น่าสนใจในอุทยานมาฝากกันอีกด้วย

All About Japan กำลังมองหาประสบการณ์ของคุณอยู่ค่ะ!

มาร่วมตอบแบบสำรวจเกี่ยวกับ "ญี่ปุ่นในแบบที่ฉันแนะนำ" กันดีกว่า!

แชร์เรื่องราวและประสบการณ์เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นที่คุณอยากบอกต่อให้พวกเราทราบ
ข้อมูลของคุณเป็นประโยชน์กับทางเราเป็นอย่างมาก อย่าลืมมาร่วมตอบกันเยอะๆ นะ!

แบบสำรวจ "ญี่ปุ่นในแบบที่ฉันแนะนำ"

ข้อมูลทั่วไปของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง (Daisetsuzan National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเกาะฮอกไกโด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของเมืองอาซาฮิคาวะ เมืองคามิคาวะ เมืองบิเอะ และเมืองฟูราโนะ โดยมีขนาดพื้นที่มากถึง 2,267 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง โดยมียอดเขาที่สูงที่สุดชื่ออาซาฮิดาเกะ (Asahidake) ความสูง 2,291 เมตร และยังมียอดเขาที่มีความสูงเกิน 2,000 เมตรอยู่อีกมากกว่าสิบยอด

ชื่อเสียงของอุทยานไดเซ็ทสึซังจึงมาจากความสวยงามอลังการของเทือกเขาต่างๆ ซึ่งในฤดูหนาว ก็จะเป็นจุดที่มีหิมะตกเป็นที่แรกๆ ในฤดูใบไม้ร่วงก็จะมีทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคฮอกไกโด รวมถึงในฤดูร้อนซึ่งเหมาะสำหรับการทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเดินชมเส้นทางธรรมชาติสายต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป พื้นที่ของอุทยานแห่งนี้จะแบ่งออกเป็นสองโซนหลักๆ คือ ฝั่งภูเขาอะซาฮิดาเกะ ซึ่งเริ่มต้นที่อะซาฮิดาเกะออนเซ็น และฝั่งภูเขาคุโรดาเกะ (Kurodake) ซึ่งเริ่มต้นที่โซอุนเคียวออนเซ็น

และต่อไปนี้คือจุดท่องเที่ยว 5 แห่งภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซังที่เราอยากแนะนำ

1. บึงคากามิและบึงซุริบาชิ (Kagami and Suribachi Pond)

บึงคากามิและบึงซุริบาชิเป็นบึงน้ำสองแห่งที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางเดินเขาอาซาฮิไดระ (Asahidaira Hiking Course) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเขายอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปซึ่งไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรมากนัก และมีระยะทางเพียง 1.7 กิโลเมตร โดยระหว่างเส้นทางจะได้พบกับวิวอันตระการตาของภูเขาอาซาฮิดาเกะซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติ รวมถึงสามารถชมดอกไม้ป่าในช่วงฤดูร้อน และใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยบึงคากามิและบึงซุริบาชิถือเป็นจุดไฮไลท์ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามของทัศนียภาพโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นจากเงาของภูเขาท้องฟ้าที่สะท้อนบนผืนน้ำ รวมถึงรูปทรงของบึงคากามิที่มีลักษณะคล้ายกับรูปหัวใจ พื้นที่โดยรอบบึงทั้งสองแห่งยังถูกปกคลุมไปด้วยพืชและหญ้าสีเขียวขจี จึงกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตและกลายเป็นจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายคนให้เลือกเดินทางมาที่บริเวณนี้

2. โซอุนเคียวออนเซ็น (Sounkyo Onsen) โทคาจิดาเกะออนเซ็น (Tokachidake Onsen) หรืออะซาฮิดาเกะออนเซ็น (Asahidake Onsen)

พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซังประกอบไปด้วยภูเขาไฟถึงสามลูก ทำให้มีหมู่บ้านออนเซ็นกระจายตัวอยู่ในอุทยานอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโซอุนเคียวออนเซ็น (Sounkyo Onsen) โทคาจิดาเกะออนเซ็น (Tokachidake Onsen) หรืออะซาฮิดาเกะออนเซ็น (Asahidake Onsen) แห่งนี้ โดยหรืออะซาฮิดาเกะออนเซ็นนั้นมีจุดเด่นตรงที่เป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาอาซาฮิดาเกะ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติ และยังเป็นที่ตั้งของกระเช้าลอยฟ้าอะซาฮิดาเกะ (Asahidake Ropeway) ที่จะพาขึ้นไปยังเส้นทางเดินเขาอาซาฮิไดระที่ได้แนะนไปก่อนหน้านี้ บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะค่อนข้างเงียบสงบมีโรงแรมอยู่เพียงไม่กี่แห่ง อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีภูเขาอะซาฮิดาเกะตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังอย่างสวยงาม เหมาะทั้งสำหรับการเป็นจุดแวะผ่อนคลายจากการเดินป่าและปีนเขาในบริเวณภูเขาอะซาฮิดาเกะ หรือพักค้างคืนเพื่อเอาแรงก่อนที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

3. น้ำตกริวเซ และน้ำตกกิงกะ (Ryusei and Ginga Falls)

น้ำตกริวเซ และน้ำตกกิงกะตั้งอยู่ในบริเวณหุบเขาโซฮุนเคียว (Sounkyo) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวหลักของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง ซึ่งในบริเวณนั้นจะประกอบไปด้วยภูเขาคุโรดาเกะ (Kurodake) โซอุนเคียวออนเซ็น (Sounkyo Onsen) และกระเช้าลอยฟ้าคุโรดาเกะ (Kurodake Ropeway) โดยน้ำตกทั้งสองแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากหน้าผาสูงคล้ายกัน และตั้งอยู่ห่างกันเพียงคนละเหลี่ยมผา โดยน้ำตกริวเซจะมีสายน้ำที่มีปริมาณมากกว่าจนดูคล้ายกับดาวหาง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ริวเซ” ที่แปลว่าดาวหาง ส่วนชื่อ “กิงกะ” ของน้ำตกอีกแห่งหนึ่งก็แปลว่าทางช้างเผือก นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เปรียบเทียบให้น้ำตกริวเซเป็นตัวแทนของเพศชาย และน้ำตกกิงกะเป็นตัวแทนของเพศหญิงอีกด้วย

4. เส้นทางเดินป่าโมมิจิดานิ (Momijidani Hiking Trail)

เส้นทางเดินป่าโมมิจิดานิเป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมสำหรับการเดินป่าเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสีช่วงฤดูใบไม้ร่วงในบริเวณอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง โดยจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนี้อยู่บริเวณด้านหลังของโซอุนเคียวออนเซ็น (Sounkyo Onsen) ซึ่งเมื่อเดินพ้นจากโซนอาคารต่างๆ ของหมู่บ้านออกมา ก็จะพบกันเส้นทางเดินป่าโมมิจิดานิ ซึ่งเป็นเดินเล็กๆ เลียบแม่น้ำอะคาอิชิเข้าไปยังป่าที่มีลักษณะโปร่งและอุดมสมบูรณ์ ตลอดเส้นทางนั้นนอกจากจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของป่าบนภูเขาที่เปลี่ยนสีสันอย่างงดงามแล้ว ยังมีเสน่ห์จากลำธารสายเล็กๆ รวมถึงทิวทัศน์ของหน้าผาและภูเขาที่รายล้อมอยู่ และยังมีน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงามอย่างน้ำตกโมมิจิ (Momiji Falls) ตั้งอยู่ที่จุดสิ้นสุดของเส้นทางสายนี้อีกด้วย ตลอดทั้งเส้นทางสายนี้ใช้เวลาเดินไปกลับเพียงประมาณ 45 นาที และไม่จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรพิเศษนอกจากรองเท้าที่ควรจะเป็นรองเท้าผ้าใบที่เหมาะกับการเดินป่าเล็กน้อย

5. เทศกาลน้ำตกน้ำแข็งโซอุนเคียว (Sounkyo Hot Spring Ice Fall Festival)

ปิดท้ายด้วยหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์ในบริเวณหุบเขาโซอุนเคียวของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง นั่นก็คือเทศกาลน้ำตกน้ำแข็งโซอุนเคียว เทศกาลฤดูหนาวที่จัดขึ้นระหว่างเดือนมกราถึงมีนาคมของทุกปี โดยเป็นการจัดงานบนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตรใรบริเวณเดียวกับโซอุนเคียวออนเซ็น (Sounkyo Onsen) ร่วมกับบรรยากาศของหน้าผาและน้ำตกโดยรอบที่ยังคงเป็นน้ำแข็ง ซึ่งภายในงานจะมีการประดับแสงไฟอย่างสวยงามในยามค่ำคืน และมีการสร้างงานประติมากรรมหิมะหลากหลายรูปแบบที่สวยงาม และมีไฮไลท์หลากหลายจุดเช่นบาร์ในถ้ำน้ำแข็ง ศาลเจ้าน้ำแข็ง รวมถึงลานสไลด์หิมะที่สนุกได้ทุกเพศทุกวัย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับงานเทศกาลหิมะในภูมิภาคฮอกไกโดสำหรับคนที่กำลังมองหางานอื่นๆ นอกเหนือจากงานเทศกาลหิมะซัปโปโรซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี