All About Japan

แนะนำเมืองท่าวิวสวยติดทะเลของญี่ปุ่น

| ชายฝั่ง , ท่าเรือ
แนะนำเมืองท่าวิวสวยติดทะเลของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นนั้นมีเมืองท่าดังๆ และมีความสำคัญอยู่หลายแห่ง เมืองท่าเหล่านี้เปิดทำการค้าและติดต่อกับชาวต่างชาติมาตั้งแต่สมัยอดีต จึงทำให้มีการรับเอาอิทธิพลวัฒนธรรมต่างถิ่นเข้ามา หลายแห่งจะมีอาคารบ้านเรือนที่มีกลิ่นอายต่างชาติ แต่ก็ผสมกลมกลืนกับกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นเองด้วย เมืองท่าจึงมักมีเสน่ห์แบบที่ต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไปในญี่ปุ่น

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สถานะปกติ※

1 เมืองท่าโยโกฮาม่า (Yokohama, Kanagawa)

โยโกฮาม่า เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ของจังหวัดคานางาวะ (Kanagawa) และเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณอ่าวโตเกียวทางใต้ของโตเกียว แต่เดิมโยโกฮาม่าเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็กๆ แต่จุดเปลี่ยนของที่นี่คือหลังจากพลเรือจัตวาแมทธิว ซี เพอร์รี่ (Matthew Calbraith Perry) กับโชกุนโทกุงาวะ ทำสนธิสัญญาคานางาวะให้เปิดท่าเรือ ทำให้โยโกฮาม่าเป็นประตูที่เปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาและเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นให้โลกได้รับรู้ด้วย และกลายเป็นท่าการค้าที่รุ่งเรืองเป็นอย่างมาก

การเดินทางไปเมืองท่าโยโกฮาม่า
จากโตเกียว
- รถไฟสาย JR Keihin – Tohoku หรือสาย JR Yokosuka เลือกขบวน Rapid หรือ Limited Express จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Yokohama
- รถไฟสาย JR Shonan Shinjuku จากสถานี Shinjuku ไปลงสถานี Yokohama
- รถไฟสาย Tokyo Toyoko หรือสาย Minato Mirai จากสถานี Shibuya ไปลงสถานี Yokohama
- รถไฟชินกังเซ็น JR Tokaido Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Shin-Yokohama (ไม่แนะนำให้นังชินกังเซ็น)
จากโอซาก้า
- รถไฟชินกังเซ็นขบวน "Nozomi" "Hikari" หรือ "Kodama" จากสถานี Shin Osaka ไปลงสถานี Shin Yokohama
- รถบัสจากสถานี Namba

ที่เที่ยวน่าสนใจในโยโกฮาม่าที่อยากแนะนำ

สวนสนุกโยโกฮามาคอสโมเวิลด์ (Yokohama Cosmo World)
เป็นสวนสนุกครอบครัว ตั้งอยู่ในย่านมินาโตะมิไร (Minato Mirai 21) โดดเด่นด้วยชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ Cosmo Clock 21 ที่มีนาฬิกาขนาดยักษ์อยู่ตรงกลาง ได้ชื่อว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ติดนาฬิกาที่ใหญ่ยักษ์ที่สุดในโลก ซึ่ง Cosmo Clock 21 นี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของโยโกฮาม่าเลยละ คอสโมเวิลด์เป็นสวนสนุกที่ไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู เสียแค่ค่าเครื่องเล่นเท่านั้น แบ่งออกเป็นสามโซน ได้แก่ โซนคิดส์ คาร์นิวัล (Kids Carnival Zone) สำหรับเด็กเล็ก โซนบูราโน่ สตรีท (Burano Street Zone) สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย มีเครื่องเล่นน่าตื่นเต้นอยู่ด้วย เช่น รถไฟเหาะตีลังกา บ้านผีสิง เป็นต้น และสุดท้ายคือโซนวันเดอร์ อมิวส์ (Wonder Amuse Zone) สำหรับผู้ใหญ่ จัดเต็มกับเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวหลายชนิด

เวลาทำการ
โปรดตรวจสอบที่นี่
ความหมายของสีบนปฏิธิน
สีชมพู 11.00 - 22.00 น.
สีเหลือง 11.00 - 21.00 น.
สีฟ้า 11.00 - 20.00 น.
สีเทา วันหยุด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
- ขึ้นรถไฟสาย JR Negishi หรือรถไฟใต้ดิน Yokohama Municipal Subway ลงสถานี Sakuragicho แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
- ขึ้นรถไฟสาย Minatomirai ลงสถานี Minatomirai แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 2 นาที

โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ (Yokohama China Town)
โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์ เป็นเหมือนอาณาจักรของจีน จากชุมชนชาวจีนทำร้านขายของกินของใช้ กลายเป็นย่านช้อปปิ้งสุดคึกคักแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์เป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกด้วย ตามทางที่เป็นถนนคนเดินมีโคมไฟสีแดงประดับประดา แต่ละร้านตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน ร้านค้าก็มีให้แวะชมแวะช้อปมากมายกว่า 600 ร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารจีนที่หลากหลาย ร้านเครื่องดื่ม คาเฟ่ ร้านขายสินค้าจากประเทศจีน ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก เรียงรายไปตลอดเส้นทาง นอกจากอิ่มอร่อยแล้วก็เหมือนได้สัมผัสวัฒนธรรมจีนไปด้วยเพลินๆ

เวลาทำการ
แตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Keihin Tohoku มาลงสถานี Sakuragicho ออกจากสถานีไปต่อรถบัส Akai Kutsu

2 เมืองท่าโกเบ (Kobe, Hyogo)

โกเบ เป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นเมืองท่าเด่นฟของคันไซ ตั้งอยู่ในจังหวัดเฮียวโงะ ห่างจากโอซาก้าไปทางตะวันตกประมาณ 30 กิโลเมตร ทำการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกตั้งแต่มีการยกเลิกนโยบายปิดประเทศ พร้อมๆ กับท่าเรือโอซาก้าเมื่อปี ค.ศ. 1868 มีเรือสินค้าเข้าออกมากเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น จุดสังเกตชัดๆ ของเมืองท่าโกเบคือหอคอยท่าเรือซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กสีแดง และชิงช้าสวรรค์ของฮาร์เบอร์แลนด์ เมืองท่าโกเบนี้ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม โดยมีชื่อเรียกว่า "วิว 10 ล้านดอลล่าร์" หมายถึงวิวอันโด่งดังของเมืองโกเบที่เราสามารถมองลงมาได้จากจุดชมวิวบนภูเขารกโกะ (Mount Rokko) ตอนกลางคืน

การเดินทางไปเมืองท่าโกเบ
จากโตเกียว
- เครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) ไปลงสนามบินโกเบ (Kobe Airport)
- รถไฟชินกังเซ็นสาย Tokaido-Sanyo ขบวน Nozomi หรือ Hikari จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Shin Kobe
- รถไฟ JR ทั้งแบบรถด่วนและรถธรรมดา จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Sannomiya
- รถบัสกลางคืนไปลง Sannomiya
จากโอซาก้า
- เครื่องบินจากสนามบินคันไซ (Kansai International Airport) หรือโอซาก้าอิตะมิ (Osaka Itami Airport) ไปลงสนามบินโกเบ (Kobe Airport)
- รถไฟชินกังเซ็นขบวน "Nozomi" "Mizuho" "Sakura" "Hikari" หรือ "Kodama" จากสถานี Shin Osaka ไปลงสถานี Shin Kobe
- รถไฟ JR สาย Tokaido-Sanyo จากสถานี Osaka ไปลงสถานี Sannomiya
- รถไฟ Limited Express ของสาย Hankyu Kobe จากสถานี Umeda ไปลงสถานี Sannomiya

ที่เที่ยวน่าสนใจในเมืองท่าโกเบที่อยากแนะนำ

โกเบฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland)
ย่านโกเบฮาร์เบอร์แลนด์ เป็นย่านท่องเที่ยวและรวมความบันเทิงที่ตั้งอยู่ติดท่าเรือโกเบ ที่นี่เป็นย่านที่รวมสถานที่เที่ยวชมไว้หลายประเภท มีทั้งห้าง Umie MOSAIC ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารหลากหลายทั้งหมด 3 ชั้น พิพิธภัณฑ์อันปังแมน (Anpanman Children’s Museum) ที่รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับอันปังแมนได้อย่างน่ารัก ขึ้นไปนั่งชมวิวทิวทัศน์ของเมืองโกเบสวยๆ บนชิงช้าสวรรค์ที่อยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์อันปังแมนเลย หรือถ้าอยากเดินเล่นชมวิว ถ่ายรูป ริมทะเลก็มีจุด Harbor Walk ไว้คอยต้อนรับ

เวลาทำการ
ร้านค้าต่างๆ 10.00 - 20.00 น.
ร้านอาหาร 11.00 - 22:00 น.
สวนสนุก 10.00 - 23.00 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
- ขึ้นรถไฟสาย JR Kobe มาลงสถานี JR Kobe แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
- ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Kaigan มาลงสถานี Harbour Land แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
- นั่งรถบัส Kobe City Loop Bus (สายสีเขียว) มาลง Kobe Harborland Umie

หอคอยท่าเรือโกเบ (Kobe Port Tower)
เป็นจุดชมวิวที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์คของท่าเรือโกเบนี้ ทัศนียภาพอันงดงามของเมืองโกเบที่เรามองเห็นจากบนหอคอยน่าตื่นตามาก หอคอยชมวิวมีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้น 3 มีร้านอาหารที่เราสามารถนั่งรับประทานไปชมวิวได้ 360 องศารอบตัวได้เลย และไฮไลท์ก็อยู่ที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นจุดชมวิวชั้นบนสุดของหอคอย ยิ่งถ้าขึ้นไปชมตอนกลางคืนจะยิ่งประทับใจกับวิวแสงสียามค่ำคืนของเมืองโกเบที่สวยจนเกือบลืมหายใจเลยละ

เวลาทำการ
มีนาคม - พฤศจิกายน 09.00 - 21.00 น.
ธันวาคม - กุมภาพันธ์ 09.00 - 19.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 700 เยน
เด็ก 300 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Kobe หรือรถไฟใต้ดินสาย Kaigan ไปลงสถานี Minatomotomachi แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

3 เมืองท่าฮาโกดาเตะ (Hakodate, Hokkaido)

ฮาโกดาเตะ (Hakodate) เป็นเมืองท่าสำคัญของฮอกไกโด ท่าเรือฮาโกดาเตะนั้นเปิดทำการเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าจากต่างประเทศแห่งแรกของญี่ปุ่นพร้อมๆ กับนางาซากิและโยโกฮาม่าในประมาณปี 1859 เราจะได้เห็นสภาพเมืองมีอาคารบ้านเรือนผสมผสานวัฒนธรรมต่างประเทศ สถาปัตยกรรมตะวันตกสวยงาม มีกลุ่มอาคารโบสถ์และบ้านสไตล์ยุโรปตั้งเรียงราย เป็นทัศนียภาพที่งดงามมาก

การเดินทางไปเมืองฮาโกดาเตะ
- นั่งเครื่องบินไปลงสนามบินฮาโกดาเตะ แล้วต่อรถบัสเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 20 นาที รถบัสออกทุกประมาณ 30 นาที
- จากโตเกียวไปฮาโกดาเตะ ให้นั่งรถไฟชินกังเซ็นขบวน Hayabusa จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Shin-Hakodate-Hokuto แล้วขึ้น JR Hakodate Liner ไปลงสถานี Hakodate
- จากเมืองซัปโปโร ให้ขึ้น JR Limited Express Super Hokuto จากสถานี Sapporo ไปลงสถานีHakodate

ที่เที่ยวชื่อดังของฮาโกดาเตะที่อยากแนะนำ

โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse)
โกดังอิฐแดงคาเนโมริ เป็นโกดังทำด้วยอิฐสีแดง มองเห็นค่อนข้างโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำของอ่าวฮาโกดาเตะ เป็นการประยุกต์เอาคลังสินค้าอิฐแดงที่เคยใช้ทำการค้าในสมัยเอโดะมาปรับปรุงใหม่ให้ดูดี ทำเป็นศูนย์การค้าดีไซน์เก๋ ขาช้อปปิ้งต้องห้ามพลาด ข้างในมีร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ และร้านจำหน่ายของฝากต่างๆ ให้เลือกหลายชนิด

เวลาทำการ
09.30 - 19.00 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จากสถานี Hakodate เดินไปอีกประมาณ 15 - 20 นาที

ป้อมปราการโกเรียวคาคุ (Fort Goryokaku)
ป้อมปราการโกเรียวคาคุ เป็นป้อมปราการรูปดาวห้าแฉก ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของฮาโกดาเตะ ในอดีตเป็นป้อมปืนใหญ่สำหรับป้องกันเมืองฮาโกดาเตะจากการรุกรานของจักรวรรดินิยมในสมัยเอโดะ หลังสิ้นสงครามก็ปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะในปี 1914 ถ้าขึ้นไปบนหอโกเรียวคาคุก็สามารถมองลงมาเห็นเป็นรูปดาวห้าแฉกตามชื่อป้อมได้ ทัศนียภาพที่มองลงมางดงามมาก

เวลาทำการ
21 เมษายน - 20 ตุลาคม 08.00 - 19.00 น.
21 ตุลาคม - 20 เมษายน 09.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 900 เยน
นักเรียนมัธยมต้น - มัธยมปลาย 680 เยน
นักเรียนประถม 450 เยน
เด็กเล็ก ฟรี
การเดินทาง
- ขึ้นรถรางจากสถานี Hakodate-ekimae มาลงสถานี Goryokaku Koenmae แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที
- นั่งรถบัสของเมืองฮาโกดาเตะไปลงป้าย Goryokaku เดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที หรือลงป้าย Goryokaku Koen-iriguchi แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 7 นาที

4 เมืองท่าโทโมโนอุระ (Tomonoura, Hiroshima)

เมืองโทโมโนอุระ เป็นเมืองท่าเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองฟุกุยามะ (Fukuyama) จังหวัดฮิโรชิม่า ประมาณ 20 กิโลเมตร ท่าเรือเมืองโทโมโนอุระ (Tomonoura Port) ใช้ติดต่อและขนส่งสินค้ามาตั้งแต่สมัยเอโดะ เป็นเมืองท่าที่หันหน้าเข้าหาทะเลเซะโตะใน (Seto Island Sea) และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเซโตะไนไก (Setonaikai National Park) ที่นี่ได้เป็นฉากหลังของภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง Ponyo on the Cliff ผลงานชื่อดังของมิยาซากิ ฮายาโอะ (Miyazaki Hayao) แล้วนอกจากนี้ยังใช้ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Wolverine ที่นำแสดงโดยฮิวจ์ แจ็คแมน (Hugh Jackman) ด้วยนะ

การเดินทางไปเมืองท่าโทโมโนอุระ
จากโตเกียว
- รถไฟชินกังเซ็น JR Sanyo ขบวน Nozomi จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Fukuyama จากนั้นต่อรถบัสที่ออกทุก 20 นาทีไป Tomonoura
จากโอซาก้า
- รถไฟชินกังเซ็น JR Sanyo ขบวน Sakura หรือ Nozomi จากสถานี Shin Osaka ไปลงสถานี Fukuyama จากนั้นต่อรถบัสที่ออกทุก 20 นาทีไป Tomonoura

ที่เที่ยวน่าสนใจในเมืองท่าโทโมโนอุระที่อยากแนะนำ

เมืองเก่าโทโมโนอุระ
มาถึงเมืองท่าโทโมโนอุระก็ต้องเดินชมทิวทัศน์ในเมืองกัน ในเมืองมีตรอกซอกซอยต่างๆ ที่เรียงรายไปด้วยบ้านเก่าตั้งแต่สมัยเอโดะที่เขารักษาสภาพให้คงไว้อย่างเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนด้านหน้าของบ้านที่ทำจากไม้นั้น ถ้ามองดีๆ จะเห็นว่าเป็นไม้ที่ไม่ใช่แผ่นตรงก็เพราะว่าชาวบ้านเอาไม้ที่เคยเป็นเรือมาใช้สร้างประกอบบ้าน เดินชมสถาปัตยกรรมเก่าไปเรื่อยจนไปถึงประภาคารโจยาโตะ (Joyato Lighthouse) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโทโมโนอุระ สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ (ต.ศ.1603-1867) เพื่อใช้เป็นสัญญาณไฟให้กับชาวประมงเวลาจะเอาเรือเข้าฝั่ง ทำด้วยหินสูงประมาณ 11 เมตร ตั้งอยู่ติดกับริมน้ำทางทิศใต้ของใจกลางเมืองนี่เอง แล้วก็ยืนรับลมชมวิวริมทะเล และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย

บ้านโอตะ (Ota Residence)
บ้านโอตะ เป็นบ้านเก่าที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับโฮเมชุ (homeishu) ซึ่งเป็นยาดองสมุนไพรของท้องถิ่น มีส่วนผสมของสมุนไพรที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง บ้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องโฮเมชุและได้รับสิทธิ์ผูกขาดในการผลิตโฮเมชุ ต่อมาถูกขายแต่เจ้าของคนใหม่เห็นคุณค่าก็เลยอนุรักษ์หลายส่วนของอาคารไว้ เช่น ห้องเสื่อทาทามิที่ในอดีตเป็นห้องรับรองแขกของโรงน้ำชาของกิจการบ้านพักแห่งนี้ ห้องชงชา และโกดังเก็บโฮเมชุด้วย

เวลาทำการ
10.00 - 17.00 น.
หยุดทุกวันอังคาร (ถ้าวันอังคารเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็หยุดในวันถัดไป) และหยุดปีใหม่วันที่ 29 ธันวาคม - 1 มกราคม
ค่าเข้าชม
400 เยน

5 เมืองท่าโอตารุ (Otaru, Hokkaido)

โอตารุ เป็นเมืองท่าที่ตั้งอยู่ในฮอกไกโดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าสำคัญที่ใช้ขนส่งสินค้าที่ยรรยากาศคึกคัก สถาปัตยกรรมที่แวดล้อมด้วยบรรยากาศเหมือนอยู่ในยุโรป ถนนริมคลองประดับด้วยโคมไฟเรียงราย อาคารโกดังเก่าที่ปลูกสร้างเป็นแนวยาวปัจจุบันกลายเป็นคาเฟ่ ร้านค้า ร้านอาหารหลากหลาย จุดท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์เด่นของเมืองคือคลองโอตารุ

การเดินทางไปเมืองโอตารุ
- เครื่องบินไปลงสนามบินชินจิโตเสะ (New Chitose Airport) แล้วต่อรถไฟสาย JR Hakodate ไปลงสถานี Otaru
- รถไฟชินกังเซ็น Hayabusa ลงสถานีปลายทาง Shin-Hakodate-Hokuto แล้วต่อรถไฟด่วน Ltd Exp Super Hokuto ไปลงสถานี Sapporo จากนั้นลงต่อรถไฟสาย JR Hakodate ไปลงสถานี Otaru
- เรือเฟอร์รี่ทางไกลจากท่าเรือต่างๆ เช่น ท่าเรือนีงาตะ (Niigata) ท่าเรือเซนได (Sendai) ท่าเรือนาโกย่า (Nagoya) ท่าเรือไมซุรุ (Maizuru) ของเกียวโต และท่าเรือสึรุงะ (Tsuruga) ของจังหวัดฟูคุอิ (Fukui) ไปลงที่ท่าเรือโอตารุ (Otaru)

ที่เที่ยวน่าสนใจในเมืองโอตารุที่อยากแนะนำ

คลองโอตารุ (Otaru Canal)
ริมคลองเมืองโอตารุ เป็นสถานที่ที่น่าเดินชิลรับบรรยากาศอันสุดโรแมนติกจริงๆ ที่นี่มักถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์บ่อยครั้ง เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คขึ้นชื่อที่สุดของฮอกไกโด โกดังเก่าที่ใช้เก็บสินค้าในอดีตก็ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านแสดงดนตรีไลฟ์เฮาส์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ต่างๆ มากมาย คนนิยมมาเที่ยวชมและถ่ายรูปสวยๆ โดยเฉพาะในฤดูหนาว ที่นี่เขามีบริการล่องเรือชมบรรยากาศไปตามแนวคลองด้วย นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ (Otaru Snow Light Path Festival) ซึ่งถือเป็นไฮไลท์เด็ดของที่นี้เขาละ

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum)
พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ ตั้งอยู่บริเวณริมคลองโอตารุนี้เอง ที่นี่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1910 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติของกล่องดนตรีในแต่ละยุคสมัย รวบรวมกล่องดนตรีชนิดต่างๆ จัดแสดงไว้หลายแบบถึงกว่า 3,000 ชิ้นเลยทีเดียว นอกจากเดินชมความน่ารักของกล่องดนตรีพวกนี้แล้วก็ยังมีโซนขายกล่องดนตรีให้เราเลือกซื้อเป็นของที่ระลึก ของฝากกลับบ้านด้วย อีกทั้งยังมีบริการสั่งทำกล่องดนตรีโดยเลือกเพลงโปรดของเราใส่เข้าไปได้ด้วยนะ

เวลาทำการ
09.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี