All About Japan

[PR] สนุก สะดวก กับโยโกฮาม่า

| PR , Yokohama
[PR] สนุก สะดวก กับโยโกฮาม่า

เมื่อเอ่ยถึงโยโกฮาม่า เราก็นึกถึงวิวริมทะเลยามค่ำคืนของย่านที่เรียกว่า มินาโตะมิไร ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวหลักของคนไปโยโกฮาม่าด้วย

โยโกฮาม่าเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เป็นเมืองใหญ่ที่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเป็นรองแค่โตเกียว ตั้งอยู่ติดกับทางใต้ของโตเกียวในจังหวัดคานางาวะ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า อุตสาหกรรม และท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เรียกได้ว่ามีสไตล์เป็นของตัวเองเพราะผสมกลิ่นอายความเป็นเมืองท่าค้าขายเก่าแก่เข้ากับวัฒนธรรมต่างชาติที่รับเข้ามา บรรยากาศของเมืองก็ดูมีเอกลักษณ์ต่างจากเมืองอื่นของญี่ปุ่น

ในอดีตโยโกฮาม่าเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็กๆ แต่หลังจากกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาซึ่งนำโดยพลเรือจัตวาแมทธิว ซี เพอร์รี่ (Matthew Calbraith Perry) เดินทางมายังญี่ปุ่น เมืองเล็กๆแห่งนี้จึงเกิดการเปลี่ยนแปลง นั่นคือการเซ็นสัญญาจบการปิดประเทศญี่ปุ่น โดยโยโกฮาม่าเปิดเป็นท่าเรือให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาจอดได้ และกลายเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เป็นจุดที่ได้รับวัฒนธรรมใหม่ๆของต่างชาติเข้ามา และยังเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นออกสู่โลกภายนอกอีกด้วย

โยโกฮาม่าอยู่ใกล้โตเกียวมาก ดังนั้นถ้าใครมาเที่ยวโตเกียวบ่อยแล้วก็น่าจะเปลี่ยนไปสูดอากาศแถบทะเลที่เมืองโยโกฮาม่าบ้าง ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เหมาะจะไปเยือนเป็นที่สุด ระยะทางก็ใกล้ เดินทางก็สะดวกสบายด้วยรถไฟหลายประเภท

การเดินทางไปโยโกฮาม่า

การเดินทางจากโตเกียวสามารถเดินทางโดยรถไฟได้หลายสาย

จากสถานี Tokyo สามารถนั่งรถไฟสาย JR Keihin–Tohoku หรือสาย JR Yokosuka เลือกขบวน Rapid หรือ Limited Express ใช้เวลาประมาณ 25 – 40 นาที

จากสถานี Shinjuku สามารถนั่งรถไฟสาย JR Shonan Shinjuku ไปลงสถานี Yokohama ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

จากสถานี Shibuya สามารถนั่งรถไฟสาย Tokyu Toyoko ไปลงสถานี Yokohama ใช้เวลาประมาณ 25 – 40 นาที

นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถไฟชินกังเซ็นจากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Shin-Yokohama ได้ด้วย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่รอบสถานี Shin-Yokohama จะไม่ใช่บริเวณท่องเที่ยวหลัก มีแค่ Shin-Yokohama Ramen Museum เท่านั้น

ต้องไป: โกดังอิฐแดง Yokohama Red Brick Warehouse

ต้องไป: โกดังอิฐแดง Yokohama Red Brick Warehouse

เป็นอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปทำด้วยอิฐแดงที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1911 และ 1913 ที่ริมทะเลของอ่าวโยโกฮาม่า ในอดีตใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าของท่าเรือโยโกฮาม่าและเป็นด่านศุลกากรของญี่ปุ่น ปัจจุบันด้านในอาคารปรับปรุงให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงและห้างร้านที่จำหน่ายสินค้าหลากหลาย โดยโกดังที่มีอยู่ 2 อาคารนี้ก็แบ่งเป็นอาคารแรกที่ใช้จัดแสดงอีเว้นท์ต่างๆ เทศกาลภาพยนตร์และดนตรี หรือการแสดงต่างๆ กับอาคารที่สองซึ่งเป็นในส่วนของห้างสรรพสินค้าที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่ และร้านขายของมากมาย

เวลาทำการ
อาคารหมายเลขหนึ่ง 10:00-19:00 น. *ชั้น2,3 เวลาจะเปลี่ยนแปลงแล้วแต่อีเว้นท์
อาคารหมายเลขสอง 11:00-20:00 น. *ร้านค้าแต่ละร้านมีเวลาเปิดปิดแตกต่างกันไป

ค่าเข้าชม
ฟรี

การเดินทาง
-ขึ้นรถไฟสาย JR Keihin Tohoku, Negishi ไปลงสถานี Sakuragicho หรือ Kannai แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที
-ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai ไปลงสถานี Nihon-Odori แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 6 นาที

ต้องไป: Landmark Tower

ต้องไป: Landmark Tower

ตึกแลนด์มาร์คทาวเวอร์ นับว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโยโกฮาม่า เป็นอาคารที่มีความสูงเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น เป็นรองแค่โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) และอะเบะโนะฮารุกัส (Abeno Harukas) เท่านั้น ซึ่งด้วยความสูงถึง 296 เมตร ทำให้คนที่ขึ้นไปชั้นบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองโยโกฮาม่าในมุมสูงได้หากไปที่หอชมวิวซึ่งอยู่ที่ชั้น 69 ถ้าชอบชมวิวเมืองสวยๆและถ่ายรูปเก๋ๆ ต้องไม่พลาดตึกแลนด์มาร์คทาวเวอร์นี้

นอกจากจะถูกใจขาชมวิวแล้ว ในอาคารยังเป็นโรงแรมหรูตั้งแต่ชั้น 49-70 รวม 603 ห้อง และโซนช้อปปิ้งอย่างแลนด์มาร์ก พลาซ่า (Landmark Plaza) อีกด้วย ในพลาซ่าก็จะเต็มไปด้วยร้านค้าชั้นนำและร้านอาหารมากมาย

*ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 24 เมษายน 2020 จะมีการปิดจุดชมวิว Sky Garden เพื่อซ่อมแซม และจะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 25 เมษายน 2020

เวลาทำการ
ศูนย์การค้าแลนด์มาร์กพลาซ่า 11:00-20:00 น.
ร้านอาหาร 11:00-22:00 น.

จุดชมวิวสกายการ์เด้น (Sky Garden)
10:00-21:00 น. (เข้าได้ไม่เกิน 20:30 น.)
วันเสาร์และวันหยุดพิเศษ 10:00-22:00 น. (เข้าได้ไม่เกิน 21:30 น.)
*ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 24 เมษายน 2020 จะมีการปิดจุดชมวิว Sky Garden เพื่อซ่อมแซม

ค่าเข้าชมสกายการ์เด้น (Sky Garden)
บุคคลทั่วไป 1000 เยน
อายุ 65 ปีขึ้นไป 800 เยน
เด็กประถมและมัธยมต้น 400 เยน
เด็กเล็กสี่ขวบขึ้นไป 200 เยน

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai ไปลงสถานี Minatomirai แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 3 นาที
หรือขึ้นรถไฟสาย JR Keihin Tohoku ไปลงสถานี Sakuragicho แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

ต้องไป: Yokohama China Town

ต้องไป: Yokohama China Town

ยโกฮาม่าไชน่าทาวน์ เป็นย่านช้อปปิ้งสุดคึกคักแห่งหนึ่ง เป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและใหญ่ที่สุดแห่งนึงของโลก โดยเป็น 1ใน3 ไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นร่วมกับไชน่าทาวน์ที่นางาซากิ (Nagasaki Shinchi Chinatown) และโกเบ (Kobe Nankin-Machi) โดยที่นี่สร้างขึ้นหลังจากเปิดท่าเรือโยโกฮาม่าในปี 1859 ในฐานะย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ ปัจจุบันมีร้านค้ามากกว่า 600 ร้าน ตลอดเส้นทางมีสถาปัตยกรรมสไตล์จีนตกแต่งให้เห็น มีร้านอาหารจีนอร่อยๆให้ลองลิ้มชิมรสมากมายทั้งหูฉลาม เป็ดปักกิ่ง หอยเป๋าฮื้อ รวมถึงของที่ระลึกและของฝากก็มีให้เลือกซื้อกันหลากหลายชนิด

เวลาทำการ
แตกต่างกันไปแล้วแต่ร้านค้า

ค่าเข้าชม
ฟรี

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai ไปลงสถานี Motomachi-Chukagai

น่าลองไป: จุดชมวิวที่ท่าเรือ Osanbashi

น่าลองไป: จุดชมวิวที่ท่าเรือ Osanbashi

จุดชมวิวอีกแห่งที่น่าสนใจก็เป็นที่ ท่าเรือโอซัมบาชิ เป็นท่าเรือเก่าแก่ของโยโกฮาม่า ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะยามาชิตะ เปิดใช้งานครั้งแรกปีค.ศ.1894 ปัจจุบันมีการปรับปรุงดีไซน์ให้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เป็นจุดท่องเที่ยวและถ่ายรูปสำคัญ หน้าที่หลักคือเป็นท่าเรือนานาชาติขนาดใหญ่สำหรับไว้ให้เรือสำราญจากทั่วโลกมาพักจอดเทียบท่า อาคารผู้โดยสารมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ชั้น ชั้น 1 เป็นลานจอดรถ ชั้น 2 เป็นล็อบบี้ตรวจคนเข้าเมือง ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ และชั้น 3 เป็นดาดฟ้าชมวิวที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เราสามารถเดินไปตามทางลาดที่มีลวดลายสวยๆ สลับสนามหญ้าสีเขียวเพื่อชมทิวทัศน์งดงามของย่านมินาโตะมิไรและอ่าวของเมืองโยโกฮาม่า

เวลาทำการ
09:30-21:30 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai ไปลงสถานี Nihon-Odori แล้วเดินข้ามสะพานจากโกดังอิฐแดงไปประมาณ 5 นาที

ลองทำบะหมี่ถ้วยเอง ที่พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วย (CUPNOODLES MUSEUM YOKOHAMA)

ลองทำบะหมี่ถ้วยเอง ที่พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วย (CUPNOODLES MUSEUM YOKOHAMA)

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับบะหมี่ถ้วยของบริษัทนิชชิน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดังของญี่ปุ่นที่เรารู้จักกันดี สร้างเป็นแห่งที่สองและมีพื้นที่ใหญ่กว่าแห่งแรกที่โอซาก้าถึง 3 เท่า โดยเราจะได้เห็นวิวัฒนาการของบะหมี่ถ้วยนิชชินตั้งแต่ชนิดแรกสุดจนชนิดล่าสุดในปัจจุบัน มีห้องสำหรับเรียนรู้ประวัติความเป็นมาทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และมีต้นกำเนิดของ Chicken Ramen บะหมี่สำเร็จรูปชนิดแรกของโลกด้วย

ความน่าสนใจของที่นี่นอกจากการจัดแสดงคอลเลกชั่นบะหมี่ถ้วยทุกรุ่นแล้ว ก็คือเวิร์กช็อปการทำบะหมี่ถ้วยด้วยตัวเอง คนสนใจทำกิจกรรมนี้กันเยอะมากๆ เจ้าบะหมี่ถ้วยที่เราทำก็จะออกมาไม่เหมือนใครเรียกว่าเป็นบะหมี่ถ้วยหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้

ก่อนจะเข้าไปสนุกกับเวิร์กช็อปก็ต้องต่อคิวซื้อบัตรผ่านกันก่อน พอได้บัตรแล้วเราก็ขึ้นไปลุยที่ชั้นสาม ซึ่งเรียกว่า My CUPNOODLES Factory กันเลย พอเข้าไปเราก็จะต้องซื้อถ้วยบะหมี่มาก่อนคนละ 1 ถ้วย จากนั้นก็ไปนั่งโต๊ะที่เขาเตรียมอุปกรณ์สร้างสรรค์ถ้วยเอาไว้ ทีนี้ก็ได้เวลาดีไซน์ถ้วยของตัวเองละ จะวาดภาพอะไร ระบายสีสันอย่างไรก็ได้ ตกแต่งได้แบบฟรีสไตล์ของเราเลย เสร็จแล้วก็เดินไปต่อแถวที่เคาน์เตอร์สำหรับเติมเครื่อง เอาบะหมี่ใส่ถ้วย เลือกผงซุป เลือกท็อปปิ้งเสร็จก็ปิดฝา ใส่ถุงพลาสติกแล้วเอาไปซีล ไม่นานก็จะได้บะหมี่ถ้วยหนึ่งเดียวในโลกของตัวเองกันแล้ว

เวลาทำการ
10:00-18:00 น. (ต้องเข้าชมก่อน 17:00 น.)
ปิดทุกวันอังคาร (ถ้าอังคารเป็นวันหยุดจะเลื่อนไปปิดวันถัดไป) และช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 500 เยน
เด็กนักเรียนต่ำกว่ามัธยมปลาย ฟรี
ค่าเวิร์กช็อป My CUPNOODLES Factory 300 เยน
*ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2020 จะเปลี่ยนราคาเป็น 400 เยน

การเดินทาง
-ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai ไปลงสถานี Minatomirai หรือสถานี Bashamichi แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 8 นาที
-หรือขึ้นรถไฟสาย JR Keihin Tohoku มาลงสถานี Sakuragicho แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที

ค้างคืนที่โยโกฮาม่ากันเถอะ

มาว่ากันถึงเรื่องที่พักบ้าง ส่วนมากนักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่นมักมีเป้าหมายอยู่ที่การเที่ยวโตเกียว จึงเลือกพักในโตเกียว โดยเฉพาะย่านอุเอโนะกับชินจูกุที่เป็นย่านที่พักยอดนิยมเนื่องจากเดินทางจากสนามบินนาริตะมาได้สะดวก ทั้ง 2 ย่านนี้ก็จะมีพวกผับ บาร์ โฮสต์คลับ ที่เที่ยวกลางคืนเยอะ ดูมีสีสัน มีความคึกคักสนุกสนาน มีข้อดีหลายอย่างแต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความวุ่นวายและเสียงดัง

เมื่อเทียบกันแล้ว อยากแนะนำให้มาลองพักที่โยโกฮาม่าเพราะมีข้อดีหลายอย่าง แรกสุดเลยคือตั้งอยู่ในทำเลที่ติดทะเล เป็นลักษณะของเมืองตากอากาศ อากาศสะอาดสดชื่น ไม่แออัดเหมือนในเมืองหลวง นอกจากนี้อาคารที่พักต่างๆ ก็มีความใหม่และสะอาด แถมมองลงมาเห็นทิวทัศน์ทะเลสวยงามอีกด้วย และบรรดาที่พักส่วนใหญ่ก็อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวชนิดที่บางแห่งสามารถเดินเที่ยวกันชิลๆ ได้เลย อีกอย่างที่ดีมากคือราคาห้องพักขนาดเดียวกันของโยโกฮาม่าโดยมากถูกกว่าโรงแรมในโตเกียวพอสมควร เป็นที่ติดอกติดใจสำหรับคนที่เคยมาพักที่นี่

โรงแรม Yokohama Minatomirai Manyo Club

โรงแรม Yokohama Minatomirai Manyo Club

โรงแรมในโยโกฮาม่าก็มีหลากหลายที่น่าเข้าพัก เราขอเลือกมาแนะนำกันสักแห่งหนึ่งนั่นคือโรงแรมโยโกฮาม่า มินาโตะมิไร มันโย คลับ เป็นสถานที่ให้บริการออนเซ็นควบโรงแรม เป็นที่แช่ออนเซ็น (แบบเช้าไปเย็นกลับ) ที่ขึ้นชื่อที่สุดของโยโกฮาม่า โลเคชั่นก็สะดวกสบายเพราะตั้งอยู่ใจกลางโยโกฮาม่า ห้องพักก็มีหลายประเภทให้เลือกทั้งห้องแบบตะวันตกและห้องแบบญี่ปุ่น และออนเซ็นหลายแบบที่จะทำให้เราคลายความเหนื่อยล้าและรู้สึกประทับใจไม่แพ้การไปนอนตามเรียวกังใหญ่ๆ ในภูเขา

เวลาทำการ
โรงแรมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าใช้บริการแช่ออนเซ็น (ไม่รวมภาษี)
ผู้ใหญ่ 2500 เยน
เด็ก 1400 เยน
เด็กเล็ก (3-4 ขวบ) 940 เยน
ต่ำกว่า 3 ขวบ เข้าฟรี

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai ไปลงสถานี Minatomirai แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

เดินทางเที่ยวรอบๆ เมืองโยโกฮาม่า

การพักที่โยโกฮาม่ายังมีข้อดีอีกตรงที่อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติสวยๆ อย่างเช่นคามาคุระ ฮาโกเนะ และเอโนะชิมะ ซึ่งเราสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ใกล้กว่าและสะดวกกว่ามาจากโตเกียว

คามาคุระ

คามาคุระ

คามาคุระเป็นเมืองเล็กๆ ติดทะเลที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโยโกฮาม่า อดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น และเป็นศูนย์กลางทางการเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน จึงมีที่เที่ยวประเภทวัดและศาลเจ้าเก่าแก่หลายแห่ง ถ้ามาเที่ยวคามาคุระ เชื่อว่าสิ่งแรกที่นึกถึงย่อมเป็นพระใหญ่ไดบุตสึ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่สุดของคามาคุระแห่งวัดโคโตคุอิน (Kotoku-in) หรือไม่ก็ศาลเจ้าสึรุโอกะ ฮาจิมังงุ (Tsuruoka Hachimangu Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าขนาดใหญ่ที่สวยงามมากๆ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองคามาคุระ

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Yokosuka หรือ JR Shonan Shinjuku จากสถานี Yokohama ไปลงสถานี Kamakura จากนั้นต่อรถไฟสาย Enoden ซึ่งเป็นรถไฟสายหลักที่วิ่งในคามาคุระ

ฮาโกเนะ

ฮาโกเนะ

เป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศสุดฮิตที่ยังมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อยู่ใกล้โยโกฮาม่า มีทัศนียภาพอันสวยงามทั้ง 4 ฤดูกาล นักท่องเที่ยวมักมาชมวิวภูเขาไฟฟูจิกันที่นี่ตลอดปี และมีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำพุร้อนที่มีสรรพคุณช่วยเรื่องสุขภาพ การแช่ออนเซ็นที่ฮาโกเนะจึงเป็นที่นิยมมากด้วย

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Tokaido จากสถานี Yokohama ไปลงสถานี Odawara จากนั้นเปลี่ยนขบวนไปสาย Hakone Tozan ลงสถานี Hakone-Yumoto

เอโนะชิมะ

เอโนะชิมะ

เป็นเกาะเล็กๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองฟุจิซาวะ อยู่ห่างจากฝั่งไม่ไกลมากและมีสะพานที่เราสามารถเดินข้ามไปได้ จุดเด่นของที่นี่ก็คือ ศาลเจ้าเอโนะชิมะที่ดังเรื่องการขอพรเรื่องความรัก ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อาหารทะเลอร่อยขึ้นชื่อ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่ประภาคารซีแคนเดิ้ล (Sea Candle) และเป็นเกาะที่มีแมวเยอะมาก เอโนะชิมะยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 100 ภูมิทัศน์ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Yokosuka หรือ JR Shonan Shinjuku จากสถานี Yokohama ไปลงสถานี Kamakura จากนั้นต่อรถรางของ Enoden ไปลงสถานี Enoshima