All About Japan

แนะนำสัตว์โลกน่ารักหายากที่หาดูได้ในญี่ปุ่น

| สวนสัตว์ , สัตว์

6 โอคาพี (Okapi)

โอคาพี เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทสัตว์กีบคู่เหมือนกับยีราฟ ถิ่นที่อยู่อาศัยคือเขตป่าฝนอีตูรี ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในทวีปแอฟริกากลาง ลักษณะเด่นๆ คือมีแถบดำคล้ายกับม้าลายตรงบริเวณขาทั้ง 4 ข้างและบั้นท้าย ส่วนบริเวณคอมองเห็นเป็นแถบไม่ชัด คอจะไม่ยาวเหมือนยีราฟ ลำตัวสีน้ำตาลแดง ยาวประมาณ 2 - 2.5 เมตรและสูงประมาณ 1.5 - 2 เมตร ส่วนหางนั้นยาวประมาณ 30 - 40 เซนติเมตร เมื่อโตเต็มวัยน้ำหนักตัวจะอยู่ที่ประมาณ 200 - 250 กิโลกรัม ในญี่ปุ่นจะหาชมได้แค่ที่สวนสัตว์ซูเรเซียโยโกฮาม่า (Zoorasia Yokohama) กับที่สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo) เท่านั้น

สวนสัตว์ซูเรเซียโยโกฮาม่า (Zoorasia Yokohama)
เวลาทำการ
09.30 - 16.30 น.
หยุดวันอังคาร
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ 600 เยน
นักเรียนมัธยมปลาย 300 เยน
นักเรียนประถม/มัธยมต้น 200 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Yokohama ลงสถานี Nakayama จากนั้นต่อรถบัสจากสถานีไปอีกประมาณ 15 นาที

สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo)
เวลาทำการ
09.30 - 17.00 น. (เปิดขายตั๋วถึง 16.00 น.)
หยุดวันจันทร์
ค่าเข้าชม
บุคคลทั่วไป 600 เยน
อายุ 65 ปีขึ้นไป 300 เยน
เด็กนักเรียนมัธยม 200 เยน
เด็กเล็กถึง 6 ขวบ ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟ JR มาลงสถานี Ueno ออกจากสถานีแล้วข้ามทางม้าลาย เลี้ยวซ้ายเดินไปประมาณ 5 นาทีก็จะเจอประตูทางเข้าสวนสัตว์

7 เอโซะโมมงกะ (Ezo Momonga)

เอโซะโมมงกะ หรือกระรอกบินไซบีเรีย (Siberian Flying Squirrel) หนึ่งในกระรอกบินสายพันธุ์เก่าแก่สายพันธุ์หนึ่งของโลก คำว่า “เอโซะ (Ezo)” เป็นชื่อที่คนสมัยก่อนใช้เรียกฮอกไกโด ดังนั้นจึงเป็นเครื่องการันตีสายพันธุ์นี้ว่าเป็นกระรอกของฮอกไกโดที่พบได้ในฮอกไกโดแน่นอน ลักษณะเด่นคือตัวอ้วนกลมแต่ขนาดตัวเล็ก มีดวงตากลมโตสดใส หน้าตาน่ารัก ขนาดตัวเต็มวัยจากหัวถึงหางยาวประมาณ 20 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวประมาณ 100 กรัม กินเปลือกไม้ ใบไม้ และแมลงเป็นอาหาร ปัจจุบันถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ ถ้าอยากเห็นน้องกระรอกกลมนี้ก็ไปชมกันได้ที่สวนสัตว์ของเมืองคุชิโระ จังหวัดฮอกไกโดได้เลย

สวนสัตว์เมืองคุชิโระ (Kushiroshi Zoo)
เวลาทำการ
10 เมษายน - 14 ตุลาคม 09.30 - 16.30 น.
15 ตุลาคม - 9 เมษายน 10.00 - 15.30 น.
หยุดวันพุธ และหยุดปีใหม่วันที่ 29 ธันงาคม - 2 มกราคม
ค่าเข้าชม
บุคคลทั่วไป 580 เยน
ตั้งแต่นักเรียนชั้นมัธยมต้นลงไป ฟรี
การเดินทาง
-นั่งรถประมาณ 11 นาทีจากสนามบิน Tancho Kushiro
-นั่งรถบัสหรือแท็กซี่จากสถานี JR Kushiro ประมาณครึงชั่วโมง

8 หมีสีน้ำตาลฮอกไกโด (Hokkaido Brown Bear)

หมีสีน้ำตาลฮอกไกโด หรือฮิงุมะ (Higuma) เป็นหมีสายพันธุ์เดียวกับหมีกริซลี่ (Grizzly Bear) ลักษณะประจำตัวของน้องหมีคือมีขนสีน้ำตาลเข้มและหนา อาศัยอยู่ในป่าหิมะฮอกไกโดที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น ปัจจุบันเป็นหมีที่เสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธ์ เหลืออยู่ในป่าประมาณแค่ 2 พันกว่าตัว จึงมีการทำฟาร์มหมีนี้ขึ้นเพื่อศึกษา อนุรักษ์ และขยายพันธุ์หมีสีน้ำตาลฮอกไกโด และเปิดให้คนเข้ามาชมและศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ด้วย

ตัวโตเต็มวัยขนาดใหญ่มาก น้ำหนักถึงประมาณ 400 กิโลกรัม ความยาวของลำตัวตอนคลานประมาณ 150 เซ็นติเมตร ถ้ายืน 2 ขาจะสูงมากถึงประมาณ 2 เมตรเลยทีเดียว สำหรับน้องหมีสีน้ำตาลฮอกไกโดก็มีแค่ที่ฮอกไกโดที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ใครอยากชมความน่ารักขี้เล่นของน้องๆ ก็มาที่ศูนย์อนุรักษ์หมีที่เมืองโนโบริเบ็ตสึกันเลย

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาลโนโบริเบ็ทสึ (Noboribetsu Bear Park)
เวลาทำการ
กุมภาพันธ์ - มีนาคม 08.30 - 16.00 น.
เมษายน - มิถุนายน/ตุลาคม - ธันวาคม 08.30 - 16.30
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 2,650 เยน
เด็ก (ตั้งแต่ชั้นประถมลงไป) 1,350 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Hokuto มาลงสถานี JR Noboribetsu แล้วต่อรถบัส Donan Bus ไปลงป้าย Noboribetsu onsen จากนั้นข้ามถนนขึ้นเนินไป Ropeway ขึ้นกระเช้าไปที่ศูนย์อนุรักษ์หมี

9 แมวดาวสึชิมะ (Tsushima Leopard Cat)

แมวดาวสึชิมะ เป็นแมวดาวป่าที่มีแค่เฉพาะในแถบสึชิมะ (Tsushima) จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki) เท่านั้น ลักษณะเด่นของแมวดาวสึชิมะคือลายจุดสีขาวที่ด้านหลังใบหูโค้งมน และพวงหางที่ยาวเป็นก้อนฟู ขนาดตัวใกล้เคียงกับแมวทั่วไป ลำตัวยาวประมาณ 70 - 80 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 - 5 กิโลกรัม ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในประเภทสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ จนเหลืออยู่แทบไม่ถึง 100 ตัวแล้ว สำหรับน้องแมวดาวสึชิมะนี้มีให้เราชมแค่ที่สวนสัตว์ซูเรเซียโยโกฮาม่าเท่านั้น และทางสวนสัตว์เองก็พยายามอนุรักษ์และขยายพันธุ์แมวดาวสึชิมะอย่างเต็มความสามารถ ถ้ามีโอกาสเราควรไปชมน้องแมวดาวสึชิมะสุดยอดแมวป่าหายากของญี่ปุ่นกันให้ได้นะ

สวนสัตว์ซูเรเซียโยโกฮาม่า (Zoorasia Yokohama)
เวลาทำการ
09.30 - 16.30 น.
หยุดวันอังคาร
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ 600 เยน
นักเรียนมัธยมปลาย 300 เยน
นักเรียนประถม/มัธยมต้น 200 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Yokohama ลงสถานี Nakayama จากนั้นต่อรถบัสจากสถานีไปอีกประมาณ 15 นาที

10 สุนัขจิ้งจอก (Fox)

สุนัขจิ้งจอก เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะโดยทั่วไปคือ ขนาดลำตัวเล็กกว่าสุนัขบ้านทั่วไป จมูกยาวแหลม ใบหูใหญ่ตั้งชี้ ฟันกรามแข็งแรงและแหลมคม หางยาวเป็นพวง ขนสีน้ำตาลแกมเหลือง บางพันธุ์ขนออกน้ำตาลแดง อาศัยอยู่ทั่วไป พบเห็นได้ทั่วโลกเพราะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทุกรูปแบบ มักออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันก็นอนหลับ โอกาสที่เราจะได้เห็นสุนัขจิ้งจอกนั้นค่อนข้างยากเพราะพวกน้องจิ้งจอกจัดอยู่ในสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ถ้าไปที่หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ เมืองเซ็นได (Sendai) จังหวัดมิยางิ (Miyagi เราจะได้ชมสุนัขจิ้งจอกอย่างใกล้ชิด สามารถให้อาหารและบางตัวก็สามารถสัมผัสหรืออุ้มได้ด้วย

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ (Zao Fox Village)
เวลาทำการ
16 มีนาคม - 30 พฤศจิกายน 09.30 - 17.00 น.
1 ธันวาคม - 15 มีนาคม 09.30 - 16.00 น.
หยุดวันพุธ
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (ชั้นมัธยมต้นขึ้นไป) 1,000 เยน
เด็กตั้งแต่ชั้นประถมลงมา ฟรี
การเดินทาง
นั่งรถบัสจากสถานี Shiroishi (200 เยน) มีบริการเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์ รอบเช้า 07.58 น. และรอบบ่าย 13.35 น. หรือนั่งแท็กซี่ไป เที่ยวละ 4,000 เยน

ผู้เขียน: hikawasa
นักแปลภาษาญี่ปุ่น-ไทย-อังกฤษ
นักเขียนของ AAJ
ทำงานเบื้องหลังเล็กๆ น้อยๆ เช่น รับจ๊อบรีวิวหนังสือเพื่อคัดเลือกต้นฉบับมาแปล/อีดิท/พรูฟรีด
รักการ์ตูนเรื่อง Kuroko no Basket มากทุกรูปแบบทั้งอนิเมะ มังงะ เกม กู๊ดส์

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2