All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "จังหวัดซากะ" ครั้งแรก

| Saga

นี่คือเมืองที่ปรากฏในละครดังอย่าง STAYซากะ และกลกิโมโนนั่นเอง ที่จริงมีดีมากกว่าในละครอีก ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวตามรอย หรือไปเที่ยวเฉยๆ ก็ไม่ควรพลาด

ซากะคือจังหวัดเล็กๆฝั่งคิวชูหลายท่านอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่จริงๆเป็นจังหวัดที่ถูกใช้ถ่ายทำซีรี่ส์ ภาพยนต์ รวมถึงละครของไทยมาแล้ว อาทิ “STAYซากะ..ฉันคิดถึงเธอ” ที่ถ่ายทำเรื่องราวความรักและพาชมที่เที่ยวในซากะไปแบบพร้อมๆกัน ในครั้งนี้เราจึงขอแนะนำรวมที่เที่ยวเด่นของคนไปเที่ยวซากะในครั้งแรก ที่รับรองได้ว่าไปไม่ยากอย่างที่คิด แถมหลายๆสถานที่ยังคงเคยเป็นที่ถ่ายทำละครมาก่อนด้วย เปิดประสบการณ์ที่เที่ยวแปลกใหม่แต่ตรึงใจใครหลายๆคนอย่างแน่นอน

ตลาดเช้าโยบุโกะ (Yobuko Morning Market)

ตลาดสดในตอนเช้าแบบดั้งเดิมและเป็นหนึ่งในตลาดเช้าในญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุด ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ตลาดเช้าท้องถิ่นแบบญี่ปุ่นเอาไว้ ฉะนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจมีไม่มากนัก ซึ่งใครที่ชอบเที่ยวแบบลงไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆแบบชาวเมือง รับรองได้ว่ามาที่นี่ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ที่นี่จำหน่ายอาหารในราคาสบายกระเป๋าทั้งอาหารทะเลสดๆ ผักผลไม้สำหรับซื้อไปทำกับข้าวที่บ้าน อาหารแห้ง อาหารท้องถิ่น และอาหารปรุงสุกใหม่ๆก็จำหน่ายเช่นกัน เมนูที่แนะนำให้ไปลองคือ ปลาหมึกใส (Saga Squid) ที่อาจอยู่ในรูปแบบซาชิมิสดๆหวานกรอบไม่คาว และหอยสังข์ญี่ปุ่นตัวใหญ่หรือหอยซาซาเอะที่นำมาย่างสดๆ ซึ่งเป็นเมนูประจำจังหวัดซากะนั่นเอง การันตีความสดใหม่และความอร่อยที่ควรค่ามาลองเลยค่ะ

เวลาทำการ : ทุกวัน 7:30-12:00น.
วิธีการเดินทาง : จากศูนย์รถบัสสาธารณะ Oteguchi Bus Center ขึ้นรถบัส Showa มาลงที่ป้าย Yobuko เดินต่ออีกเล็กน้อยถึงตลาดเช้า

ศาลเจ้ายูโทะคุอินาริ (Yutoku Inari Shrine)

ศาลเจ้าอินาริสีแดงแห่งสำคัญของญี่ปุ่น เป็นศาลเจ้าอินาริเก่าแก่ที่ถูกสร้างตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยภายในแบ่งออกเป็นส่วนของศาลเจ้าเอง สวนดอกไม้ และพิพิธภัณฑ์ ซึ่งบรรยากาศโดยรอบบริเวณของศาลเจ้านั้นจะสวยงามแตกต่างกันไปใน 4 ฤดู แต่เราอยากแนะนำให้ลองไปเยี่ยมชมในช่วงฤดูใบไม้ร่วง(เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) เนื่องจากตัวอาคารศาลเจ้าเองที่มีสีสันสีแดงเกือบทั้งหมดหากเสริมด้วยสีของใบไม้ส้ม สีเหลือง และสีแดง จะเสริมกันให้ยิ่งดูมีความสวยงามและเพิ่มความขลังของสถานที่มากขึ้นไปอีก ทำให้มีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และเห็นแล้วรู้ทันทีว่าคือที่นี่ ไม่มีที่อื่นเหมือน

ในเรื่องการมากราบไหว้ตามความเชื่อนั้น ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะประดิษฐานเทพเจ้าหลากหลายองค์ แต่โดยส่วนมากคนญี่ปุ่นจะนิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องการค้าขายธุรกิจให้เจริญรุ่งเรื่องและขอให้ตนปลอดภัยแคล้วคลาดจากอันตราย

เวลาทำการ : ทุกวัน 24ชั่วโมง
วิธีการเดินทาง : จากศูนย์รถบัสสาธารณะ Kashima Bus Center ขึ้นรถบัสสาย Yutoku ไปลงที่ป้าย Yutokujinjamae เดินเท้าต่ออีกประมาณ 7 นาทีถึงที่หมาย หรือจากสถานี JR Saga นั่งรถบัส Yutoku มายังศาลเจ้ายูโทะคุอินาริ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

อุเระชิโนะ ออนเซ็น (Ureshino Onsen)

เอาใจผู้หญิงรักสวยรักงามกันบ้างสำหรับที่เที่ยวแห่งนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่ที่แช่แล้วผิวสวย เพราะออนเซ็นที่นี่อุดมไปด้วยโซเดียมไบคาร์บอเนตและแร่ธาตุอีกมากมายที่ช่วยในเรื่องของผลัดเซลล์ผิวตายแล้วให้หลุดออกมาแล้วยังบำรุงผิวเรียบเนียนนุ่มอีกด้วย คุณผู้ชายก็มาแช่ได้ด้วยนะ จะยิ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า จะแวะมาแช่ออนเซ็นทั้งตัวเพื่อสุขภาพ หรือจะมาแช่แค่ขาหรือเท้าบรรเทาความเหนื่อยล้าก็ได้เช่นกัน

ส่วนถ้าแนะนำเป็นออนเซ็นที่ราคาประหยัดหน่อยแถมได้ตามรอยซีรี่ส์อีกด้วยแล้วนั้น คงต้องเป็น Chagokoro no Yado Warakuen (茶心の宿 和楽園) ถึงถ้าเป็นที่นี่จะเปิดเวลา 11:30-20:00 น. (15:00-20:00 ในวันอาทิตย์) ในราคาผู้ใหญ่ 1,000 เยน/ท่าน เด็ก 500 เยน/ท่าน (ถ้าแช่เป็นออนเซ็นกลางแจ้งจะท่านละ 3,500เยน สามารถแช่ได้มากที่สุด3ท่าน ต่อออนเซ็น) ถ้าอยากตามรอยซี่รี่ลองมาเยี่ยมชมสักครั้งสิคะ

วิธีการเดินทาง : จากสถานี JR Takeo Onsen นั่ง JR Bus มาลงที่ป้าย Ureshino Onsen จากนั้นเดินต่อไปยังออนเซ็นที่ต้องการ

- www.warakuen.co.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

แหลมฮาโดะ (Hado Misaki/Hado Cape)

แหลมฮาโดะถือเป็นจุดเช็คอินของทั้งคนในพื้นที่แล้วนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม เป็นแหลมที่ยื่นไปกลางทะเล มีสัญลักษณ์สำคัญเป็นรูปปั้นรูปหัวใจตั้งอยู่ทำให้โดยมากคู่รักมักจะมาเยี่ยมชมบริเวณนี้ซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนชาวญี่ปุ่นเองโดยมากจะมาตั้งแคมป์ ปีนเขา ปิกนิกในบริเวณแห่งนี้ด้วย

นอกจากจุดเช็คอินแล้วที่นี่ก็ยังมีหอสังเกตการณ์สัตว์น้ำเปิดให้บริการดูบรรยากาศใต้น้ำบริเวณนี้อีกด้วย ซึ่งมีค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 550เยน/ท่าน และเด็ก 270เยน/ท่าน เปิดให้บริการทุกวัน 9:00-18:00 (เดือนตุลาคม-มีนาคม ปิด 17:00น.)

วิธีการเดินทาง : จากKaratsu Oteguchi Bus Center ให้ขึ้นรถบัสสาย Showa ลงที่ป้าย Hado Misaki แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีถึงที่หมาย

สวนมิฟุเนะยามะระคุเอ็น (Mifuneyama Rakuen)

สำหรับใครที่มองหาสวนสวยถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สวนแห่งนี้ต้องจดในลิสต์ที่เที่ยวแล้วมาให้ได้นะคะ เพราะสวนแห่งนี้ถูกรายล้อมด้วยเทือกเขาและยังมีวิวสวยมากอีกด้วย มีดอกไม้สวยครบ4ฤดู แต่แนะนำให้มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) ที่นอกจากจะมีดอกซากุระบานสะพรั่งแล้วยังมีดอกวิสทีเรียสีม่วงห้อยระย้าลงมา ดอกสึทสึจิ(つつじ)บานเป็นพุ่มหลากสีสันอีกด้วย มีดีขนาดนี้ต้องมาเยี่ยมชมสักครั้งนะ

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 400 เยน/ท่าน เด็กประถม 200 เยน/ท่าน
เวลาทำการ : ทุกวัน 8.00น. - 17.00น. (ฤดูใบไม้ผลิเปิดถึงเวลา 17.30น.)
วิธีการเดินทาง : จากสถานีTakeo-Onsen เดินมาที่ป้ายรถประจำทาง Takeo Onsen Eki Minamiguchi ขึ้นรถสาย Ureshino Line มาลงที่ป้าย Mifuneyama Rakuen เดินเท้าต่อเล็กน้อยถึงที่หมาย

จุดชมวิวยอดเขาคางามิ (Kagamiyama Observatory)

ที่นี่คือจุดชมวิวที่สูงถึง 284 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สามารถชมวิวโดยรอบได้แบบ 360องศา เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สวยแห่งนึงในญี่ปุ่นเลย

จากบนเทอร์เรสสามารถชมวิวเมืองคาราสึได้ทั้งหมด รวมถึงวิวทะเลและวิวป่าไม้อันสมบูรณ์ ควรมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) เพราะจะได้ชมดอกไม้ผลิบานทั่วบริเวณ หรือถ้าหากว่าอยากชมวิวอากาศโปร่งสบาย ท้องฟ้าเปิดแจ่มใสนั้น แนะนำให้มาเยี่ยมชมในช่วงฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน-สิงหาคม) โดยมาได้ตลอดเวลาไม่เสียค่าเข้าชมใดๆเลย แต่เนื่องจากที่นี่เป็นยอดเขาสูงจึงไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงจึงเหมาะกับผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมด้วยรถยนต์เช่ามากกว่า

วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Niji no Matsubara ขับรถเช่าหรือต่อแท็กซี่ไปยังที่หมาย (ใช้เวลาประมาณ40นาที)

เทศกาลบอลลูนนานาชาติจังหวัดซากะ (Saga International Balloon Fiesta)

มาถึงเทศกาลแบบ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวกันบ้าง หลายท่านอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่าญี่ปุ่นเองนั้นก็มีเทศกาลบอลลูนเหมือนฝั่งตะวันตกเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในงานเทศกาลบอลลูนนานาชาตินั้นอยู่ที่จังหวัดซากะนั้นเอง นี่เป็นงานบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียซึ่งจะมีบอลลูนเป็นร้อยมาโชว์ภายในงาน หากใครอยากมาชมก็ต้องมาให้ตรงกับช่วงเวลาเทศกาลนะถึงจะเจอบอลลูนยักษ์แฟนซีล่องลอยบนท้องฟ้า จัดริมแม่น้ำพร้อมทั้งจำหน่ายอาหารและมีโชว์ดนตรีสดอย่างยิ่งใหญ่ภายในงาน

ซึ่งในปี 2019 นี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31ตุลาคมถึง 4พฤศจิกายน ค่ะ ถ้าอยากมาชมบรรยากาศบอลลูนลอยล่องเต็มท้องฟ้าแปลกตาแบบนี้ก็อย่าลืมแพ็คกระเป๋าตามมาเที่ยวให้ตรงวันเวลางานนะคะ

**วันเวลาในแต่ละปีจะไม่เหมือนกัน โปรดตรวจสอบก่อนเดินทางมาท่องเที่ยว**

วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Ballon Saga(สถานีที่เปิดใช้เฉพาะช่วงเทศกาล) เดินเท้าต่ออีกประมาณ 5 นาทีถึงบริเวณจัดงานเทศกาล