All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "มิยาซากิ" ครั้งแรก

| Miyazaki

หุบเขาทะคะจิโฮะอันสวยงาม แนวภูเขาไฟคิริชิมะ ศาลเจ้าอุโดะริมหน้าผาที่มีฉากเป็นทะเล และจุดชมวิวอาตะโกยามะที่ขึ้นชื่อเรื่องจุดชมวิวของคู่รัก

จังหวัดมิยาซากิตั้งอยู่ในภูมิภาคคิวชู หรือเกือบใต้สุดของญี่ปุ่น และอาจไม่เป็นที่คุ้นหูของนักท่องเที่ยวชาวไทยมากนัก แต่ที่นี่ก็มีทั้งแลนด์มาร์คทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงอย่างหุบเขาทะคะจิโฮะ แนวภูเขาไฟคิริชิมะที่มีทั้งออนเซ็นชั้นดีและเส้นทางเดินเขายอดนิยม รวมถึงศาลเจ้าอุโดะที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำริมทะเล และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลากหลายรูปแบบมาแนะนำ

1. หุบเขาทะคะจิโฮะ (Takachiho Gorge)

ถือเป็นหนึ่งในสถานเที่ยวที่สวยเป็นเอกลักษณ์ ถูกนำไปใช้เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยครั้ง ด้วยความสวยงามและลักษณะภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของหุบเขาทะคะจิโฮะที่มีทั้งแม่น้ำที่ไหลผ่านช่องเขา น้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาฝั่งหนึ่งอย่างสวยงาม และนักท่องเที่ยวยังสามารถพายเรือไปตามแม่น้ำเพื่อชมความงามของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ฤดูซึ่งเป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวมากที่สุดคือฤดูร้อนที่สามารถสัมผัสกับความเขียวขจีของพรรณไม้โดยรอบ และฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่จะได้พบกับใบไม้หลากสีสันทั่วทั้งหุบเขา

ค่าเข้าชม: ฟรี (ค่าเช่าเรือพาย 2,000 เยน)
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: จากใจกลางเมืองที่สถานี Miyazaki ขึ้นรถบัสมาลงที่ Takachiho Bus Center และต่อรถบัสท้องถิ่นไปที่หุบเขาหรือเดินไปก็ได้ หรือตรงไปยังป้าย Takachiho Ohashi Bridge

2. เทือกเขาและออนเซ็นคิริชิมะ (Kirishima Vocalno Range and Onsen)

เทือกเขาคิริชิมะเป็นแนวภูเขาไฟขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของจ.มิยาซากิ และจ.คาโกชิมะ ถือเป็นแนวภูเขาไฟที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเส้นทางเดินเขาตามแนวภูเขานี้ก็เป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของชาวญี่ปุ่น เนื่องจากมีภูมิประเทศรอบด้านที่งดงาม มีเส้นทางเดินเขาให้เลือกหลากหลายระดับที่แม้แต่นักท่องเที่ยวทั่วไปก็สามารถเดินชมธรรมชาติได้ง่าย และมีไฮไลท์สำคัญคือทะเลสาบโอนามิ ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟสีฟ้าสดใสซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีที่ซ่อนอยู่กลางหุบเขา

สำหรับใครที่ไม่ใช่สายเดินเขา บริเวณเดียวกันก็ยังมีออนเซ็นคิริชิมะ ซึ่งถือเป็นแหล่งออนเซ็นชื่อดังของจ.มิยาซากิ และโดยตำแหน่งซึ่งอยู่ติดกับภูเขาไฟ ทำให้น้ำแร่ของออนเซ็นแห่งนี้มีคุณภาพสูง มีเรียวกังและรีสอร์ทมากมายที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งแบบพักค้างคืนและแบบใช้บริการบ่อออนเซ็นตอนกลางวัน ถือเป็นจุดที่สามารถเดินทางมาผ่อนคลาย และชมความสวยงามของธรรมชาติรอบด้านไปพร้อมๆ กัน

ค่าเข้าชม: ฟรี (ออนเซ็นแบบรายวันมีค่าเข้า 500-1,000 เยน)
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี Kirishima-Onsen จากนั้นต่อรถบัสเข้าไปยังตัวรีสอร์ท (เส้นทางเดินเขาส่วนใหญ่เริ่มต้นจากบริเวณออนเซ็นเช่นกัน)

3. ศาลเจ้าอุโดะ (Udo Jingu Shrine)

เป็นศาลเจ้าที่มีความโดดเด่นจากที่ตั้งซึ่งอยู่ริมชายฝั่งชายฝั่งทะเลนิชินานทางตอนใต้ของจ. มิยาซากิ ระหว่างที่เดินไปยังตัวศาลเจ้าจะพบกับทางเดินยาวริมชายฝั่งทะเลที่เต็มไปด้วยโขดหินหลากหลายขนาด ก่อนจะพบกับอาคารศาลเจ้าที่ซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ศาลเจ้าอุโดะยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบิดาของจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่น และยังมีตำนานที่เล่าว่าจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นนั้นเติบโตขึ้นมาจากน้ำนมที่ไหลออกมาจากหินรูปเต้านมภายในถ้ำ จึงทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการขอพรเพื่อให้กำเนิดบุตรและการแต่งงาน

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: เดือนเมษายนถึงกันยายน 06.00 – 19.00 น.
เดือนตุลาคมถึงมีนาคม 07.00 – 18.00 น.
การเดินทาง: ขึ้นรถบัสจากหน้าสถานี Miyazaki มาลงที่ป้าย Udo Jingu

4. เกาะอาโอชิมะ (Aoshima Island)

เป็นเกาะขนาดเล็กริมชายฝั่งทะเล (คนละเกาะกับเกาะแมวอาโอชิมะใน จ. เอฮิเมะ) และมีสะพานให้เดินข้ามไปยังตัวเกาะได้อย่างสะดวกสบาย บนเกาะแห่งนี้มีทั้งชายหาด ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และศาลเจ้าอาโอชิมะ นอกจากนี้ยังมีเสาโทริอิขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ริมชายหาด และมีจุดขายสำคัญคือ “กระดานซักผ้าของปีศาจ" (Oni no Sentaku-ita) ซึ่งมีลักษะเป็นพื้นหินขนาดใหญ่ที่โดนน้ำทะเลกัดเซาะจนมีรูปทรงเหมือนกระดานซักผ้าของคนในอดีต

บริเวณชายฝั่งก่อนที่จะข้ามไปยังเกาะอาโอชิมะยังเป็นที่ตั้งของสวนพฤกศาสตร์มิยาโกะ (Miyakoh Botanic Garden) และสวนริมชายหาดอาโอชิมะ (Aoshima Seaside Park) โดยรวมแล้วจึงถือเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน และชมบรรยากาศริมทะเลได้ตั้งแต่เช้าจดเย็น

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี Aoshima

5. สวนเฮวะได (Heiwadai Park)

สวนเฮวะไดเป็นสวนที่สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 2,600 ปีของจักรพรรดิจิมมุ จักรพรรดิองค์แรกตามตำนานของญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อกันว่าพื้นที่เมืองหลวงในประวัติศาสตร์ของจักรพรรดิองค์นี้ตั้งอยู่บริเวณสวนแห่งนี้นี่เอง จุดสำคัญภายในสวนคือหอคอยแห่งสันติภาพ ซึ่งสร้างขึ้นจากการรวบรวมหินจากประเทศต่างๆในเอเชีย จนมีลักษณะเป็นหอคอยสูงและเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันในโลก นอกจากนี้ยังมีสวนขนาดย่อมที่ชื่อว่า”สวนฮานิวะ” ซึ่งภายในสวนจะเต็มไปด้วยรูปปั้นฮานิวะจำนวนกว่า 400 ตัว ซึ่งรูปปั้นเหล่านี้มีทั้งรูปสัตว์ นักรบ เรือ และบ้าน ซึ่งในยุคโคฟุง (ค.ศ. 250 -538) มีความเชื่อกันว่ารูปปั้นเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับบรรดาผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: ขึ้นรถบัสจากทางออกทิศตะวันออกของสถานี Miyazaki มาลงที่ป้าย Heiwadai Park

6. จุดชมวิวอาตะโกยามะ (Atagoyama Observatory)

เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนภูเขาอาตาโกะ ความสูง 251 เมตร แม้จะไม่ใช่จุดชมวิวของเมืองมิยาซากิโดยตรง แต่ภาพของตัวเมืองโนเบโอกะ ภูเขา และท้องทะเลที่เห็นจากจุดชมวิวแห่งนี้ก็มีความสวยงามไม่เป็นรองจุดชมวิวมุมสูงของเมืองอื่นๆ และที่สำคัญคือยังเป็นสถานที่ขอพรด้านความรักที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีทั้งจุดที่ให้คู่รักคล้องกุญแจใต้รูปเคารพของ เทพเจ้านินิกิโนะมิโกโตะ และเจ้าหญิงโคโนฮานะซากุยะ สองเทพเจ้าซึ่งภายหลังได้สร้างต้นตระกูลที่นำไปสู่การถือกำเนิดของจักรพรรดิจิมมุ จักรพรรดิองค์แรกตามตำนานของญี่ปุ่น และยังมีระฆังคู่รักเพื่อให้คู่รักมาลั่นระฆังและขอพรด้านความรักร่วมกัน

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี Minami-Nobeoka

7. สวนดอกไม้ฟลอแรนเต้ มิยาซากิ (Florante Miyazaki)

หนึ่งในจุดถ่ายรูปสวยๆที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนจ.มิยาซากิ โดยภายในสวนดอกไม้ฟลอแรนเต้ มิยาซากิแห่งนี้ประกอบไปด้วยสวนขนาดย่อมหลากหลายรูปแบบที่ผสมผสานทั้งสวนสไตล์ญี่ปุ่นและสวนสไตล์ตะวันตกเข้าด้วยกัน และยังมีการจัดแสดงดอกไม้หลากหลายชนิดหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี มีไฮไลท์สำคัญคือการจัดแสดงทุ่งดอกทิวลิปในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งดอกกุหลาบหลากสีสันในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และการจัดแสดงแสงไฟยามค่ำในช่วงฤดูหนาว

ค่าเข้าชม: 310 เยน
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 17.00 น.
การเดินทาง: สถานี Hasugaike