All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป “เอฮิเมะ” ครั้งแรก

| Ehime
รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป “เอฮิเมะ” ครั้งแรก

จังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) ในภูมิภาคชิโกกุ มีเมืองเอกคือมัตสึยามา (Matsuyama) โดยชื่อ เอฮิเมะ ในภาษาญี่ปุ่น มีความหมายว่า เจ้าหญิงผู้อ่อนหวาน ซึ่งเป็นความหมายที่เหมาะกับบรรยากาศที่สวยงามของจังหวัดนี้ และด้วยที่ตั้งซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขากับทะเลจึงมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีที่เที่ยวโดดเด่น น่าสนใจจะแนะนำดังต่อไปนี้

1. เกาะอาโอชิมะ (Aoshima Island)

เกาะอาโอชิมะ (Aoshima Island) หรือเกาะแมวอันเลื่องชื่อในญี่ปุ่นและเป็นสถานที่ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะไปเยือนให้ได้ เกาะแห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่แค่ 15 คน เท่านั้น แต่มีแมวอยู่นับร้อยตัว จึงได้ชื่อว่าเกาะแมว นอกจากจะมีแมวที่น่ารักและเชื่องคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองกับทุกคนที่ไปเยือน แต่สิ่งที่ควรทราบอย่างหนึ่งคือการเดินทางไปที่เกาะแมว ควรเตรียมน้ำ อาหาร ขนม และอื่นๆ ที่จำเป็นของตัวเองติดตัวไปด้วยเพราะบนเกาะไม่มีขาย รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎเรื่องการให้อาหารแมวบนเกาะอย่างเคร่งครัดด้วย

เวลาทำการ : เรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่งรอบแรก 08.00 น. และรอบสุดท้ายออกจากเกาะกลับมาบนฝั่ง 16.15 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : จากสถานี Iyo-Nagahama เดินไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Nagahama Port เพื่อลงเรือเฟอร์รี Aoshima ไปที่เกาะแมว ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

2. โดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen)

หนึ่งในออนเซ็นเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึยามา มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีจุดเด่นอยู่ที่โรงอาบน้ำโดโกะออนเซ็นฮอนคัง (Dogo Onsen Honkan) ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญของประเทศ ลักษณะเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ 3 ชั้น สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณ สำหรับน้ำพุร้อนของที่นี่ว่ากันว่ามีสรรพคุณในการช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และโรคภูมิแพ้ โรคโลหิตจาง

นอกจากนี้ในบริเวณเดียวกันยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น สวนสาธารณะโดโกะ (Dogo Koen Park) หอนาฬิกาและรถไฟเก่าแก่ ส่วนที่พักค้างแรมก็มีให้เลือกทั้งเรียวกังหรูหราเก่าแก่ในบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม และโรงแรมสมัยใหม่แบบอบอุ่นสบายๆ ถ้าสนใจชุดยูกาตะก็สามารถเช่าเพื่อใส่เดินในโดโกะออนเซ็นได้ด้วย

เวลาทำการ : ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

ค่าเข้าชม : ขึ้นอยู่กับการใช้บริการ

การเดินทาง : จากหน้าสถานีรถไฟ JR Matsuyama ขึ้นรถรางโดยสารที่ป้าย Matsuyama Ekimae ไปลงที่สถานี Dogo Onsen และเดินอีก 3 นาที

3. ปราสาทมัตสึยามา (Matsuyama Castle)

หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าปราสาทคินกิ (Kinki Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่เปรียบเสมือนแลนด์มาร์กอีกแห่งของเอฮิเมะ ตั้งอยู่บนภูเขาใจกลางเมือง เป็น 1 ในปราสาท 12 แห่งในญี่ปุ่นที่ยังคงโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติประจำชาติทางวัฒนธรรม รวมถึงถูกจัดอันดับเป็น 1 ใน 100 ปราสาทที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่นแม้ว่าอาคารหลัก (Donjon) จะเคยถูกเพลิงไหม้จนต้องมีการบูรณะใหม่จาก 5 ชั้น เหลือเพียง 3 ชั้น ก็ตาม ด้วยความโดดเด่นของตัวปราสาทที่ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 132 เมตร จึงเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองอีกทั้งรอบๆ ปราสาทก็เป็นสวนสาธารณะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปราสาทแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมดอกซากุระที่โด่งดังและได้รับความนิยมมาก

เวลาทำการ : 09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : รอบพื้นที่ปราสาทชมฟรี แต่มีค่าเข้าชมด้านใน 510 เยน

การเดินทาง : จากสถานี JR Matsuyama นั่งรถรางสาย 5 ไปลงที่ป้าย Okaido จากนั้นโดยสารสถานีกระเช้าไปที่ตัวปราสาท

4. วัดอิชิเทจิ (Ishiteji Temple)

วัดพุทธนิกายชินงอนที่ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึยามา และเป็น 1 ใน 88 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเส้นทางแสวงบุญเกาะชิโกกุ จุดเด่นของวัดคืองานก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เช่นเจดีย์ 3 ชั้น หรือประตูนิโอมงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติของชาติ อีกทั้งยังมีถ้ำซึ่งภายในเป็นทางเดินสลับชับซ้อนประมาณ 200 เมตร เข้าไปสู่พระวิหารที่มีองค์เทพคิชิโมะจิง (Kishimojin) ประดิษฐานอยู่

นอกจากนี้บริเวณทางเดินเข้าไปบริเวณตัววัดตลอดสองข้างทางก็เรียงรายไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เป็นอาคารไม้ในบรรยากาศแบบย้อนยุค รวมถึงการตกแต่งด้วยรูปปั้นและศาสนวัตถุไว้ทั่วทั้งวัด

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : จากสถานี Matsuyama ขึ้นรถรางโดยสารที่ป้าย Matsuyama Ekimae ไปลงที่สถานี Dogo Onsen และเดินอีกประมาณ 15 นาที

5. ปราสาทอุวาจิมะ (Uwajima Castle)

เป็นปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ และยังคงสภาพดั้งเดิมมาถึงปัจจุบันโดยไม่เคยเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยสงคราม แม้ตัวปราสาทจะมีขนาดค่อนข้างเล็กแต่บรรยากาศรอบๆ ถือว่ามีความสวยงามและอยู่ใกล้จุดท่องเที่ยวอื่นอีกหลายแห่ง โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงที่ตั้งปราสาทได้ด้วยการเดินเท้าและปีนขึ้นเนินเขาผ่านเส้นทางบันไดหินที่คดเคี้ยว มีผนังหินที่ถูกต้นมอสสีเขียวปกคลุม อีกทั้งระหว่างทางก็จะมีโกดังยาเก่าตั้งแต่สมัยโบราณที่ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านขนาดเล็กเพื่อจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับงานเทศกาลที่สำคัญ รวมทั้งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมอุปกรณ์เครื่องมือการทำงานฝีมือแบบโบราณ รถลากเก่าที่ใช้ในงานเทศกาล ชุดอาวุธโบราณ ภาพถ่าย เป็นต้น

เวลาทำการ : 09.00-16.00 น.

ค่าเข้าชม : พื้นที่รอบปราสาทชมฟรี แต่มีค่าเข้าชมด้านในปราสาท 200 เยน

การเดินทาง : จากสถานี Uwajima เดินเท้าและปีนขึ้นเนินเขาประมาณ 20 นาที ถึงตัวปราสาท

6. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งเอฮิเมะ (Museum of Ehime History and Culture)

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดเอฮิเมะ โดยจะมีการจัดแสดงนิทรรศการที่หลากหลายทั้งในแบบถาวรและชั่วคราว เช่น การจัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเอฮิเมะ การจัดแสดงของเรื่องราวเกี่ยวกับวาชิหรือกระดาษญี่ปุ่น จุดที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือโครงสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งไม่ได้มีแค่ฮอลล์สำหรับจัดแสดงนิทรรศการเท่านั้น แต่ยังมีห้องสำหรับเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ห้องสมุดของพิพิธภัณฑ์ รวมถึงห้องจัดเสวนาในหัวข้อเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จัดขึ้นเป็นประจำด้วย

เวลาทำการ : 09.00-17.30 น.

ค่าเข้าชม : 510 เยน

การเดินทาง : จากสถานี Unomachi เดินอีกประมาณ 20 นาที