All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "ยามากุจิ" ครั้งแรก

| Yamaguchi

ยามากุจิเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของธรรมชาติที่สวยงามและเป็นเมืองแสนสงบของคนญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งครั้งนี้จะรวมที่เที่ยวเด่นในยามากุจิสำหรับใครที่ไปเป็นครั้งแรก จะเป็นที่ใดกันบ้างลองตามไปดูกันเลย

สะพานซึโนชิมะ (Tsunoshima bridge , Tsunoshima Ohashi)

สะพานซึโนชิมะเป็นสะพานที่ทอดยาว1,780เมตรกลางทะเลสีเขียวมรกต เชื่อมเกาะซึโนชิมะและแผ่นดินใหญ่ฮอนชูเข้าด้วยกัน เป็นจุดชมวิวสวยที่เหมาะสำหรับผู้ที่ขับรถเช่า แวะมาถ่ายรูปสัมผัสบรรยากาศมากกว่าที่ผู้โดยสารรถประจำทางมาชม หลังจากนั้นจึงมาลงที่จุดปลายทางเกาะทซึโนชิมะเพื่อพักผ่อนและเยี่ยมชมเกาะ

วิธีการเดินทาง : นั่งรถบัสประจำทางจากสถานีรถไฟ JR Kottoi ใช้เวลาราว 23 นาทีถึงสะพานซึโนชิมะ

ตลาดปลาคาราโตะ (Karato market)

ตลาดปลาคาราโตะตั้งที่เมืองชิโมะโนะเซกิทางใต้สุดของเกาะฮอนชูในจังหวัดยามากุจิ เป็นตลาดปลาที่รวบรวมอาหารทะเลสดๆและอาหารทะเลที่ปรุงสำเร็จแล้วไว้มากมายโดยเฉพาะซูชิหน้าต่างๆ เมนูแนะนำของที่นี่คือเมนู “ซูชิปลาปักเป้า” เป็นซูชิเนื้อปลาปักเป้าขาวใสอาหารขึ้นชื่อประจำเมืองชิโมะโนะเซกิของยามากุจิ ซึ่งผู้ที่ค้าขายเมนูนี้จะมีใบอนุญาติประกอบอาหารโดยเฉพาะ จึงปลอดภัยต่อร่างกายอย่างแน่นอน เหมาะกับคนที่ท่องเที่ยวสายกินชิมช็อป ที่เน้นกินอาหารอร่อยและตามหาของฝากแปลกๆเป็นอย่างยิ่ง

เวลาทำการ : เปิดแค่วันศุกร์-เสาร์ 10:00-15:00น. วันอาทิตย์และวันหยุดญี่ปุ่น 8:00-15:00น.
**ถ้าจะไปวันหยุดและวันเทศกาล ตามปฏิทินก่อนเดินทางในเว็บไซต์ของตลาดปลาคาราโตะ**

วิธีการเดินทาง : จากสถานี Shimonoseki เดินทางต่อด้วยรถบัสสาย Shimonoseki Station - Karato ใช้เวลา10นาทีถึงที่หมาย

- www.karatoichiba.com (ภาษาญี่ปุ่น)

สะพานคินไตเคียว (Kintai-kyo Bridge/Kintai Bridge)

มาถึงจุดชมวิวสวยที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) อย่าง “สะพานคินไตเคียว” ที่ติดอันดับ1ใน3 สะพานไม้สุดสวยของคนญี่ปุ่น เป็นสถานที่ดังประจำเมืองอิวะคุนิของจังหวัดยามากุจิ เป็นสะพานไม้เก่าแก่5โค้งรายล้อมไปด้วยต้นไม้ต่างๆและบ้านเมืองแบบปัจจุบัน ซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกันไปทั้ง4ฤดู ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเยี่ยมชมคือช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ต้นซากุระโดยรอบจะผลิบานชมพูสะพรั่งไปทั่วบริเวณประกอบกับสะพานที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เก่าแก่ทำให้สถานที่นี้ยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่แนะนำคืออาหารประจำของผู้ที่มาเยี่ยมสะพานคินไตเคียวแห่งนี้ คือ อิวาคุนิซูชิ (Iwakuni Sushi) เป็นซูชิที่อัดด้วยบล็อคไม้ทำให้เรียงแน่นเป็นชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นไข่หวานฝอย รากบัว ปลาอาจิ และเห็ดหอม เป็นอาหารที่ชาวบ้านคิดค้นขึ้นมาเพื่อนำมาถวายให้ขุนนาง กระทั่งกลายเป็นอาหารประจำถิ่นแห่งนี้เอง มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปบริเวณเชิงสะพานคินไตเคียวค่ะ

วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Iwakuni ขึ้นรถบัสประจำทางสาย Kintaikyo ใช้เวลาราว20นาทีถึงสะพานคินไตเคียว

ร้านอาหารฟุคุราคุฉะ (Fukurakusha)

ร้านฟุคุราคุฉะ (ふく楽舎) เป็นร้านอาหารที่ส่งออกเนื้อปลาปักเป้าที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และได้รับใบอนุญาติถูกต้อง ในส่วนหน้าร้านอาหารนั้นจะจัดจำหน่ายเนื้อปลาปักเป้าแล่บางๆเป็นเซ็ทซาชิมิ ชาบู และเมนูอื่นๆอีกมากมายเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงต่างๆตามเซทเมนูที่เลือก เป็นร้านที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีราคาตั้งแต่ประมาณ 3,900-25,000 เยนต่อท่าน ซึ่งต้องทำการจองล่วงหน้ากรณีมารับประทานกันที่ร้านหลายท่านและมีบริการจัดส่งภายในญี่ปุ่นด้วย หากต้องการรับประทานเนื้อปลาปักเป้าเกรดพรีเมี่ยมสักครั้งหนึ่งไม่ควรพลาดร้านแห่งนี้

เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 -17.00 น.
วันหยุด : ทุกวันจันทร์สัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่3ของทุกเดือน
วิธีการเดินทาง : จากสถานีShimonoseki นั่งแท็กซี่โดยตรงเพื่อมายังร้านอาหาร ใช้เวลาประมาณ12นาที

- www.fukurakusya.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

ถ้ำอาคิโยชิโดะ (Akiyoshido Cave)

ถ้ำหินปูนอาคิโยชิโดะถือเป็นถ้ำทางธรรมชาติที่ทั้งชาวต่างชาติและคนญี่ปุ่นเองนิยมมาท่องเที่ยว ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองมิเนะของจังหวัดยามากุจิ เป็นถ้ำหินปูนที่มีอายุหลายร้อยปี หินปูนก่อตัวเป็นหินงอกหินย้อยเป็นรูปทรงต่างๆ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทำให้มีค้างคาวหลายชนิดอาศัยอยู่และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เป็นที่เที่ยวที่มาได้ทุกฤดูเพราะมีทัศนียภาพทางธรรมชาติทั้งภายในและภายนอกถ้ำที่สวยแตกต่างกันไป ภายในถ้ำจะอากาศเย็นยกเว้นในช่วงฤดูหนาวที่กลับกลายว่าอากาศจะอบอุ่นกว่าภายนอก

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,200เยน/ท่าน เด็กมัธยมต้น 950เยน/ท่าน เด็กประถม 600เยน/ท่าน
เวลาทำการ : ทุกวัน 8:30-17:30 (ยกเว้นในช่วงฤดูหนาวที่ปิดเวลา16:30น.)
วิธีการเดินทาง : จากสถานี JR Shin-Yamaguchi ต่อด้วยรถบัสสาย Bocho Bus มาลงที่ป้าย Akiyoshido (ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ราคาตั๋ว1,720เยน) ต่อด้วยเดินเท้าเล็กถึงบริเวณถ้ำอาคิโยชิโดะ

ศาลเจ้าโฮฟุเท็มมังกู (Hofu Tenmangu)

ศาลเจ้าที่มากด้วยประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในศาลเจ้าเท็นจินใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วมกับศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกูในฟุกุโอกะ และศาลเจ้าคิตาโนะเท็มมังกูในเกียวโต สร้างเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าการศึกษาผู้ซึ่งมีอิทธพลต่อความเชื่อเกี่ยวกับการเมืองการปกครองและการศึกษาของญี่ปุ่น แน่นอนว่าที่นี่กลายเป็นศาลเจ้าที่คนญี่ปุ่นมักมาขอพรกันในเรื่องของการเรียนการศึกษาให้สมดังปรารถนานั่นเอง ใครยังเป็นวัยเรียนหรือกำลังจะสอบ อยากหาที่พึ่งทางใจ ที่นี่ก็เป็นที่ๆน่าจะลองมาไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้สักครั้งหนึ่ง

เวลาทำการ : ทุกวัน 9:00-17:00น.
วิธีการเดินทาง : ออกจากสถานี Hofu มาทางประตูทิศเหนือ เพื่อมาขึ้นรถบัสประจำทางไปยังศาลเจ้าโฮฟุเท็มมังงู (ใช้เวลาประมาณ 5นาที) หลังจากลงรถบัสเดินต่ออีกเล็กน้อยถึงที่หมาย

สวนสัตว์โทคิวะ (Tokiwa Zoo)

สวนสัตว์โทคิวะเป็นสวนสัตว์ที่เพิ่งเปิดใหม่ตั้งแต่ปี 2016 ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ เต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโดยเฉพาะตัวเอกคือตัวคาปี้บาร่า ชะนีมือขาวแสนน่ารัก ลิงหลากหลายสายพันธุ์ นก และสัตว์ต่างๆอีกมากมาย ที่นี่เป็นสวนสัตว์ท้องถิ่นที่มักมีแต่ชาวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวและยังเปิดได้ไม่นานนัก ทำให้คนยังไม่พลุกพล่าน จึงเหมาะสำหรับใครก็ตามที่ชอบท่องเที่ยวแบบติดธรรมชาติ รักสัตว์ หรือมาท่องเที่ยวแบบครอบครัวแต่ต้องการความสงบระดับนึงค่ะ

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน/ท่าน เด็กไม่เกินมัธยมต้น 200 เยน/ท่าน และผู้สูงอายุ (70 ปีขึ้นไป) 250 เยน/ท่าน
เวลาทำการ : ทุกวัน 9:00-17:00น.
วันหยุด : วันอังคาร
วิธีการเดินทาง : จากสถานีTokiwa เดินเท้าต่อประมาณ 15 นาทีถึงสวนสัตว์โทคิวะ