All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "ฮิโรชิม่า" ครั้งแรก

| Hiroshima

เต็มไปด้วยที่เที่ยวทั้งทางธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคโบราณไปถึงญี่ปุ่นช่วงสงครามโลก ที่เที่ยวดังที่สุดก็คือมรดกโลกอย่างสวนสันติภาพฮิโรชิม่าและศาลเจ้ากลางน้ำนั่นเอง

ในครั้งนี้เราจะพาผู้อ่านที่สนใจในจังหวัดฮิโรชิม่าไปพบกับที่เที่ยวเด่นๆของฮิโรชิม่าฉบับรวบรัด แม้คุณกำลังเดินทางไปเที่ยวเป็นครั้งแรกก็สามารถไปตามรอยท่องเที่ยวได้ไม่ยาก มีที่เที่ยวครบทุกสไตล์การท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นสายตามรอยประวัติศาสตร์ สายชิลถ่ายเซลฟี่ สายช็อปปิ้ง สายชิม หรือสายบุญก็ตาม พร้อมแล้วลุยกันเลย

ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine)

เริ่มด้วยสถานที่ไฮไลท์ของฮิโรชิม่าเลยสำหรับศาลเจ้ากลางน้ำอิสึคุชิมะ ที่ว่ากันว่ามีความเก่าแก่ที่ย้อนไปได้ถึงปีค.ศ. 593 (แต่อาคารที่เห็นในปัจจุบันผ่านการสร้างและซ่อมใหม่มาแล้วหลายครั้ง) จุดเด่นคือมีประตูโอโทริอิสีแดงตั้งอยู่กลางน้ำ ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่สำคัญจนต้องขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกันเลยทีเดียว ตัวเสาหลักของประตูโทริอินี้จะมีสีแดงสร้างจากไม้การบูรที่ผุกร่อนโดยธรรมชาติได้ยาก บรรจุข้างในด้วยทรายและหินกว่า 5 ตัน ทำให้แข็งแรงทนทาน อันปัจจุบันถูกสร้างใหม่ในช่วงยุคเมจิเมื่อปี ค.ศ.1875 หากใครอยากสัมผัสบรรยากาศใกล้ๆในช่วงเวลาน้ำลดสามารถเดินเข้าไปชมใกล้ตัวประตูโทริอิได้นะ (หน้าศาลเจ้าจะมีแนะนำช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงบอกไว้)

ส่วนบริเวณของตัวศาลเจ้านั้นเสาอาคารก็จะทาเป็นสีแดงเช่นกัน ด้วยสไตล์ชิเด็นสุคุริที่เรียกได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมหรูในยุคเฮอัน ประกอบไปด้วยหลากหลายอาคาร สำหรับสาวๆข้อควรระวังในการเข้าชมนั้นไม่ควรใส่ส้นสูงเดินทางไปเพราะตัวอาคารของที่นี่จะมีช่องว่างบนพื้นไม้เยอะทำให้เดินไม่สะดวกหรืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300เยน/ท่าน เด็กมัธยม 200เยน/ท่าน เด็กเล็ก 100เยน/ท่าน
เวลาทำการ : ทุกวัน 6:30-18:00น.
ช่วงกลางเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เปิด 6:30-17:30น.
เดือนธันวาคม 6:30-17:00น.
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Miyajimaguchi เดินต่อเล็กน้อยเพื่อมาต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมาลงที่เกาะ Miyajima ใช้เวลาราว10นาที เดินเท้าต่อเล็กน้อยถึงที่หมาย

ย่านช็อปปิ้งมิยาจิม่า โอโมะเตะซันโดะ (Miyajima Omotesando shopping street)

ย่านถนนช็อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านค้าขายของเกาะมิยาจิม่าในจังหวัดฮิโรชิม่า อยู่ถัดมาจากศาลเจ้าอิสึคุชิมะไม่ไกลนัก มีตั้งแต่อาหารสด อาหารขึ้นชื่อ รวมถึงของฝากประจำเมือง อาหารห้ามพลาดที่เราแนะนำได้แก่หอยนางรมย่างขนาดใหญ่ โอโคโนะมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า (พิซซ่าญี่ปุ่น) และขนมที่เด็ดอย่างโมมิจิมันจูแบบเสียบไม้หรือแบบใส่กล่องเป็นของฝากก็มีจัดจำหน่าย รวมถึงของฝากประจำเกาะและประจำจังหวัดฮิโรชิม่าก็มีจัดจำหน่าย โดยราคาสินค้าที่นี่นั้นมีทั้งราคานักท่องเที่ยวและราคาย่อมเยาว์ทั่วไป ตาดีได้ตาร้ายอาจทรัพย์จางนะ

เวลาทำการ : ทุกวัน 8:00-17:00น. (บางร้านอาจสามารถเข้าใช้บริการได้ถึง20:00น.)
วิธีการเดินทาง : จากท่าเรือ Miyajimaguchi นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมาลงที่เกาะ Miyajima ใช้เวลาราว10นาที เดินเท้าต่อเล็กน้อยมาทางเหนือ

สวนสาธารณะโมะมิจิดานิ (Momijidani Park, Miyajima Park)

สวนสาธารณะโมะมิจิดานิโคเอ็ง สวนแสนสวยที่เที่ยวดังอีกแห่งบนเกาะมิยาจิมะ เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจีในช่วงฤดูร้อน ต้นซากุระที่พร้อมบานในฤดูใบไม้ผลิ แต่ไฮไลท์ของที่นี่คือต้นเมเปิ้ลกว่า 200 ต้นที่พร้อมเปลี่ยนสีเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แนะนำให้มาชมในช่วงเดือนกันยายน-ปลายเดือนพฤศจิกายน ที่นี่เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ สำหรับการเยี่ยมชมสวนแห่งนี้อาจพบกวางที่นี่ก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะน้องค่อนข้างคุ้นชินกับคนสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้แต่ว่าก็มีข้อควรระวังดังนี้
ข้อควรระวัง : อย่าให้อาหารกวางประจำเกาะ เพราะกวางเหล่านี้ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแต่เป็นสัตว์ป่า หากเขากำลังหงุดหงิดอาจทำร้ายเราได้ค่ะ แล้วโปรดระวังกระดาษหรือของที่ถือติดมือมา เพราะกวางอาจคิดว่าเป็นอาหารแล้วแย่งไปกินได้

วิธีการเดินทาง : จากท่าเรือ Miyajimaguchi นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมาลงที่เกาะ Miyajima ใช้เวลาราว10นาที เดินเท้าต่อ20นาทีถึงสวนสาธารณะ

สวนสันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Park)

สำหรับที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญสำหรับประวัติศาสตร์โลกเลยเนื่องจากเป็นจุดที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฮิโรชิม่าถูกทิ้งระเบิดปรมาณูในอดีตแล้วแต่ยังคงทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้เป็นโดมระเบิดปรมาณู (Genbaku Dome) ซึ่งถูกบันทึกเป็นมรดกโลกเพื่อการรำลึกและเตือนใจถึงความเสียหายจากเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น โดมปรมาณูหรืออนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะจะอยู่ตรงข้ามกันกับส่วนพิพิธภัณฑ์

จากความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ทำให้เกิดความพยายามในการสร้างสันติภาพ เช่นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิม่า ซึ่งจัดแสดงหลักฐานทางวัตถุจากความเสียหายในครั้งนี้อย่างภาพถ่ายและเครื่องใช้ต่างๆของคนในยุคนั้น มีหอรำลึกที่บันทึกและเป็นจุดรำลึกผู้เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดปรมาณูแล้วยังเป็นอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อภาวณาถึงความสงบสุข และใกล้กันนั้นก็ยังมีอนุเสาวรีย์ของหนูน้อยซาซากิ ซาดาโกะ (Children's Peace Monument) เด็กหญิงที่ป่วยจากสารกัมมันตรังสีและสารพิษในระเบิดปรมาณูกระทั่งเสียชีวิต โดยมีเรื่องเล่าว่าก่อนจากไปหนูน้อยได้พับนกกระเรียนกระดาษเพื่อขอพร ด้วยความหวังว่าจะหายจากอากาศป่วยเหล่านี้โดยอยากพับให้ถึง 1,000ตัว แต่จากไปเสียก่อน

แม้สถานที่แห่งนี้อาจเต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าใจอย่างมาก แต่ว่าก็เป็นสถานที่ๆเป็นประวัติศาสตร์สำคัญครั้งหนึ่งของโลก ที่อยากแนะนำให้ผู้ที่มาญี่ปุ่นแล้วมาที่ฮิโรชิม่าครั้งแรกได้ไปชมกัน

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200เยน/ท่าน เด็กมัธยมปลาย 100เยน/ท่าน อายุน้อยกว่านั้นไม่เสียค่าใช้จ่าย
เวลาทำการ : ทุกวัน ดังนี้
เดือนมีนาคม-กรกฏาคม 8:30-18:00น.
เดือนสิงหาคม 8:30-19:00น. (ยกเว้นวันที่5และ6สิงหาคมที่จัดงานHiroshima Peace Memorial Ceremony จะเปิดถึงเวลา 20:00น.)
เดือนกันยายน-พฤศจิกายน 8:30-18:00น.
เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ 8:30-17:00น.
วันหยุด : วันหยุดสิ้นปีถึงปีใหม่
วิธีการเดินทาง : จากสถานีฮิโรชิม่านั่งรถบัส Hiroshima Bus No. 24 เพื่อนั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Peace Memorial Park (ระหว่างทางก่อนข้ามสะพานมาจะพบกับโดมปรมาณู) ใช้เวลาราว20นาที หรือสามารถนั่งรถรางประจไเมืองลงที่ป้าย Atomic Bomb Dome

ปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle)

ปราสาทฮิโรชิม่าสถานที่อาศัยของไดเมียวหรือเจ้าเมืองของฮิโรชิม่าในสมัยก่อน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1589 แต่ถูกผลกระทบจากการทิ้งระเบิดปรมาณูเช่นกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้อาคารปัจจุบันเป็นอาคารที่บูรณะขึ้นมาใหม่ในภายหลัง ล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ธรรมชาติ และอยู่ใกล้กับโดมปรมาณูและสวนสันติภาพ โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ส่วนของนิโนมารุหรือปราสาทชั้นนอก ซึ่งจะไม่เสียค่าใช้จ่าย และในส่วนของตัวปราสาทซึ่งมีค่าเข้าชมซึ่งมีนิทรรศการต่างๆให้ชมและสามารถชมวิวเมืองฮิโรชิม่าได้จากบนยอด โดยผู้ใหญ่370เยน/ท่าน เด็ก,มัธยมปลายและผู้สูงอายุ180เยน/ท่าน และเด็กอายุต่ำกว่าดังกล่าวไม่เสียค่าใช้จ่าย

เวลาทำการ : ทุกวัน (โดยทั้ง2โซนสามารถเข้าชมได้ก่อนถึงเวลาปิด30นาที)ดังนี้
ปราสาท 9:00-18:00น.
นิโนมารุหรือปราสาทชั้นนอก 9:00-17:30น.
วิธีการเดินทาง : เดินจากรถไฟสถานี Kencho-mae เล็กน้อย

หมู่บ้านโอโคโนมิยากิ (Okonomimura)

ภายนอกดูเป็นตึกพาณิชย์แต่ภายในเป็นแหล่งรวมร้านโอโคโนมิยากิแท้ๆของฮิโรชิม่า จำหน่ายโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นที่เป็นสไตล์ฮิโรชิม่า ด้วยแป้งเครปแยกชั้นไม่ผัดเครื่องรวมกันก่อนแบบสไตล์โอซาก้า มีตั้งแต่ร้านราคาย่อมเยาว์จนกระทั่งร้านอร่อยติดดาวรวมกว่า 20 ร้านในที่เดียว รสชาติอร่อยถูกปากทั้งนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเอง แต่ถ้ามองหาร้านแล้วแต่ราคายังไม่พึงพอใจแล้วต้องการเซฟเงินในกระเป๋า แอบเห็นชาวญี่ปุ่นคุยกันรีวิวถึงรอบนอกตึกโอโคโนมิมุระนี้เอง ว่าราคาโอโคโนมิยากิย่อมเยาว์กว่าแถมยังอร่อยไม่แพ้กัน เอาเป็นว่าแล้วแต่ความสะดวกกระเป๋าเงินของแต่ละคนกันเลย

เวลาทำการ : แต่ละร้านแตกต่างกัน
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถราง Hatchobori เดินเท้าต่อเข้ามาในซอย 4 นาทีถึงที่หมาย

เมืองท่าเรือเก่าโทโมะโนะอุระ (Tomo no Ura)

อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวที่มีเสน่ห์มากของฮิโรชิม่าอย่างโทโมะโนะอุระซึ่งในสมัยก่อนเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองเมืองหนึ่งของจังหวัดฮิโรชิม่า ในสมัยนั้นเรือมาจอดที่นี่เพื่อขนส่งรวมถึงค้าขายสินค้าต่างๆ มีสินค้าหลักของเมืองคือ Homeishu (ยาดองหรือสาเกทำจากสมุนไพร 16 ชนิดของโทโมโนะอุระ) ที่โด่งดังมากและสร้างความรุ่งเรื่องให้ที่นี่ในสมัยก่อน โทโมะโนะอุระเป็นเขตท่าเรือที่คุณสามารถเดินชิลถ่ายรูปแนววินเทจยุคเมจิได้เพราะที่นี่ยังคงอนุรักษ์ให้สภาพแวดล้อมยังคงสภาพเหมือนในอดีตเช่นเดิม บ้านเรือนโบราณที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายที่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ อย่างเช่น

พิพิธภัณฑ์อิโรฮามารุ (Irohamaru Tenjikan) ที่จัดแสดงเกี่ยวกับซากาโมโตะ เรียวมะ นักปฏิวัติญี่ปุ่นคนสำคัญที่มีแนวคิดแบบตะวันตก (มีค่าเข้าชม200เยน/ท่าน)
บ้านโอตะเกะ จูทาคุ (Ootake Jutaku) ซึ่งเป็นโรงกลั่นHomeishuดังที่กล่าวมาข้างต้น ภายในบ้านจัดแสดงเกี่ยวกับสาเกดังกล่าว รวมถึงจัดห้องชงชาไว้รองรับแขกด้วยเช่นกัน
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และพื้นบ้าน (Tomo-no-ura History Museum) จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติเมืองท่าแห่งนี้ไว้ มีบรรยายภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติด้วย

เวลาทำการ : ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เดินทางไป
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Fukuyama เดินทางด้วยรถประจำทางไปลงที่ป้าย Tomonomura เดินเท้าเล็กน้อยเพื่อไปจุดสถานที่ต่างๆที่แนะนำภายในเมือง

วัดเซนโคจิและสวนเซนโคจิ (Senkoji Temple & Senkoji Park)

วัดเซนโคจิเป็นวัดประจำเมืองโอโนมิจิ มีหอระฆังสีแดงตั้งตระหง่านกลางวิวธรรมชาติโดยรอบซึ่งก็คือสวนเซนโคจิที่สวยงาม วิวจุดชมวิวที่นี่สวยจนติดอันดับซึ่งต้องมาในฤดูใบไม้ผลิที่เป็นช่วงที่ซากุระรอบบริเวณบานสะพรั่ง สวยงามมากๆในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และสามารถขึ้นไปชมจุดชมวิวบนเขาได้โดยขึ้นกระเช้า Senkoji Temple Mountain Ropeway แต่ในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่าย

**หากต้องการมาชมวิวซากุระรอบวัดเซนโคจิ โปรดเช็คช่วงเวลาซากุระบานก่อนเดินทาง เนื่องจากในแต่ละปีจะดอกซากุระจะมีระยะเวลาบานที่ไม่ตรงกัน**
เวลาทำการ : ทุกวัน 9:00-17:00น.
วิธีการเดินทาง : จากสถานี Onomichi ขึ้นรถบัสไปลงป้าย Watariba เดินเท้าต่อเล็กน้อยถึงวัดเซนโคจิ

เกาะโอคุโนะชิมะ (Okunoshima Island)

เอาใจคนรักกระต่ายกันบ้างสำหรับเกาะกระต่ายโอคุโนะชิมะ ที่นี่เป็นเกาะลอยกลางทะเลเซโตะชายฝั่งของฮิโรชิม่า ที่นอกจากกระต่ายแล้วก็มีอาคารเก่าๆเช่นอาคารผลิตอาวุธสมัยสงครามโลกครั้งที่สองให้ชมเช่นกัน

แต่เป้าหมายหลักแน่นอนว่าคือกระต่าย ถ้าคนรักกระต่ายได้ใช้เวลาว่างเล่นกับกระต่ายหลายร้อยตัวบนเกาะแห่งนี้คงจะดีไม่น้อยเลย หากต้องการเยี่ยมชมสามารถเดินทางมาชมได้ฟรีตลอด 24ชม. แถมให้อาหารกระต่ายได้ด้วย กระต่ายป่าที่นี่ใจดีคุ้นชินกับผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมมากๆ

วิธีการเดินทาง : จากสถานี Tadanoumi มาขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากที่ท่าเรือ Tadanoumi ไปลงท่าเรือ Okunoshima

คางุระ มงเซน โทจิมุระ (Kagura Monzen Tojimura)

ออนเซนที่อนุรักษ์สภาพบ้านเรือนยังคงย้อนยุคโบราณดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติ สามารถเข้าไปเพื่อถ่ายรูปสวยๆ แล้วไปแช่ออนเซนธรรมชาติได้ มีโชว์การแสดงคากุระ (การแสดงโบราณของญี่ปุ่น) ไว้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวโดยตรง มีสินค้าจำหน่ายมากมายและมีที่พักไว้รองรับภายในหมู่บ้าน ซึ่งต้องทำการจองก่อนและมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ แนะนำมากๆสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสวัฒนธรรมและต้องการพักผ่อนกายและใจด้วย

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 700เยน/ท่าน ผู้สูงอายุ 600เยน/ท่าน เด็กมัธยมปลาย-ประถม 400เยน/ท่าน อายุน้อยกว่านั้นไม่เสียค่าใช้จ่าย
เวลาทำการ : ทุกวัน 10:00 - 21:00 น.
วิธีการเดินทาง : จากศูนย์รถบัสใจกลางเมือง Hiroshima Bus Center นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Midori และต่อรถบัสฟรีจากหมู่บ้านคางุระ มงเซน โทจิ (โปรดเช็ครอบเวลารถฟรีจากทางหมู่บ้านก่อนเดินทางเนื่องจากในแต่ละฤดูจัดรอบรถไม่เหมือนกัน)