All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป “ฟุคุอิ” ครั้งแรก

| Fukui

"ฟุคุอิ" เมืองรองน่าเที่ยวติดเกียวโตที่แต่ละปีคนไทยไปเยือนน้อยจนนับได้ จริงๆใครจะไปโอซาก้าเกียวโตก็เหมาะมากๆในการไปค้างซักหนึ่งคืน ใกล้นิดเดียวและมีดีหลายอย่าง แต่เด่นสุดคือพิพิธภัณท์ที่มีกระดูกไดโนเสาร์ของจริงกว่า 40 ตัวในที่เดียว และ "โทจินโบ" หน้าผาสวยแปลกที่ว่ากันว่าคล้ายฟยอร์ดของสแกนดิเนเวียและหาชมที่อื่นในเอเชียไม่ค่อยได้ คล้ายแค่ไหนต้องดู

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดฟุคุอิ ที่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทางธรรมชาติหรือประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น แลนด์มาร์กของจังหวัดอย่าง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่มีการจัดนิทรรศการระดับโลกเป็นประจำ อีกทั้งยังมีเมืองออนเซ็นกลางธรรมชาติ วัด ปราสาท ศาลเจ้า

แนะนำข้อมูลเบื้องต้นจังหวัดฟุคุอิ (Fukui)

จังหวัดฟุคุอิ (Fukui) จังหวัดที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยวไทยมากนัก ทั้งที่จังหวัดนี้อยู่ใกล้ทั้งทางฝั่งนาโกย่าและโอซาก้า ด้วยการเดินทางเพียงรถไฟเพียง 2 ชั่วโมงนิดๆ ที่นี่เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นจังหวัดที่มีดัชนีความสุขมากที่สุดในญี่ปุ่น เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ปลอดภัย อากาศดี และสิ่งแวดล้อมที่มีเสน่ห์ ทั้งทะเล ภูเขา และมีที่เที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง

จังหวัดนี้ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางเกาะหลักฮอนชู เลียบไปตามชายฝั่งและหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น รายล้อมด้วยภูเขาและพื้นที่ราบลุ่ม ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในขุมทรัพย์แห่งอาหารขั้นสุดยอดของญี่ปุ่น นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมแล้ว ก็ยังมีชื่อเสียงในเรื่องการเป็นศูนย์กลางนิกายเซน (Zen) รวมถึงความโดดเด่นของสภาพภูมิอากาศที่ท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากจังหวดนี้ คือหนึ่งในพื้นที่ๆมีหิมะตกหนักที่สุดในญี่ปุ่น และมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างกลางคืน-กลางคืนของแต่ละฤดูกาลอย่างชัดเจนด้วย

วิธีการเดินทางไปฟุคุอิ

เนื่องจากที่ตั้งของจังหวัดฟุคุอิ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภูมิภาคชูบุ (Chubu) และโฮคุริคุ (Hokuriku) แต่ในขณะเดียวกันก็อยู่ใกล้กับฝั่งภูมิภาคคันไซ จึงสามารถเดินทางเข้าถึงได้ทั้งจากฝั่งนาโกย่าและโอซาก้า

- จากนาโกยา ที่สถานี Nagoya ขึ้นรถไฟ LTD.EXP Shirasagi ไปลงที่สถานี Fukui ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที
- จากโอซาก้าหรือเกียวโต ที่สถานี Osaka / Kyoto ขึ้นรถไฟ LTD.EXP Thunderbird ไปลงที่สถานี Fukui ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง

อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อในฟุคุอิ

ฟุคุอิได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารอร่อยและอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเมนูอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของฟุคุอิที่จะแนะนำในครั้งนี้ ได้แก่

โซบะเอจิเซ็นโอโรชิ (Echizen Oroshi Soba) คือเมนูโซบะที่มีชื่อเสียงและหาทานได้ในฟุคุอิ ลักษณะเด่นคือจะใช้หัวไชเท้าขูดโปะอยู่ด้านบนโซบะเส้นเหนียวนุ่มกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งการนำผักชนิดต่างๆ มาขูดในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โอโรชิ (Oroshi) ทำให้เป็นที่มาของชื่อเมนูโอโรชิโซบะ (Oroshi Soba) เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปเย็นๆ หัวไชเท้าขูด ต้นหอมหั่นฝอย และคัตสึโอะบุชิ (Katsuobushi) หรือเนื้อปลาโอตากแห้ง ฟังดูเรียบง่ายแต่รสชาติเป็นเลิศ เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ได้ลิ้มลองทุกคน

ข้าวหน้าหมูทอดซอสคัทสึด้ง (Sauce Katsudon) เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นที่อาจจะหารับประทานได้ทั่วไป แต่สูตรเฉพาะแบบท้องถิ่นของจังหวัดฟุคุอินั้นจะเป็นเมนูข้าวหน้าซอสหมูทอด ซึ่งพิเศษตรงที่หมูทอดจะมีชิ้นหนาและกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาคู่กับซอสรสกลมกล่อมเข้ากันอย่างลงตัว

และเนื่องจากที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องเป็นแหล่งเพาะปลูกบ๊วย (Fukui Plum) จึงมีขนมที่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากบ๊วยจำหน่ายในรูปแบบของฝาก ของที่ระลึกและของหวานอย่างหลากหลาย เช่น เยลลี่บ๊วย ที่มาจากการผสมผสานของเหล้าบ๊วยและน้ำบ๊วยบวกกับความสดชื่นของไซรัป ได้รสชาติหวานผสมเปรี้ยวของเยลลี่ที่แสนอร่อย

เทศกาลที่น่าสนใจในฟุคุอิ

จังหวัดฟุคุอิมีการจัดงานเทศกาลตามประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานตลอดทั้งปี สำหรับงานเทศกาลมีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ที่จะแนะนำก็คือ

เทศกาลประจำปีมิคุนิ (Mikuni Matsuri) จัดขึ้นที่ศาลเจ้ามิคุนิในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นงานเทศกาลสนุกสนานรื่นเริงที่ชาวเมืองจะออกมาร่วมกิจกรรม ชมขบวนแห่หุ่นนักรบขนาดยักษ์ความสูง 6 เมตร พร้อมกับขบวนพาเหรดของผู้คนที่แต่งกายแบบญี่ปุ่นย้อนยุคเต็มท้องถนน ท่ามกลางเสียงดนตรีโบราณจากกลองไทโกะ ขลุ่ยไม้ไผ่ และเสียงร้องเพลงประจำงานเทศกาลอย่างครื้นเครง

เทศกาลฤดูหนาวเอจิเซ็น โอโนะ (Echizen Ono winter festival) จัดขึ้นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยมีความน่าสนใจอยู่ที่ การประดับตกแต่งโคมไฟที่ทำจากหิมะในยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศสว่างไสวไปทั่วท้องถนนชิจิเคน (Shichiken) ในโอโนะ อกทั้งยังมีกิจกรรมสนุกๆ มากมายตลอดการจัดงาน เช่น การแสดงคอนเสิร์ต ถนนคนเดินที่มีร้านค้า ร้านอาหารเรียงราย การแสดงดอกไม้ไฟที่สวยงามสร้างสีสันบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนของฤดูหนาว เป็นต้น

และนอกจากอาหารท้องถิ่น งานเทศกาลน่าสนใจ ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นในจังหวัดฟุคุอิที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเที่ยวครั้งแรกที่เราอยากแนะนำดังต่อไปนี้

1. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งจังหวัดฟุคุอิ (Fukui Prefectural Dinosaur Museum)

แลนด์มาร์กชื่อดังของจังหวัดฟุคุอิ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์เยอะที่สุดในญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่มีการรวบรวบและจัดแสดงเรื่องราวของไดโนเสาร์ไว้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เช่นโครงกระดูกไดโนเสาร์ของจริงแบบครบทุกชิ้นส่วนขนาดเท่าตัวจริงที่จัดแสดงทั้งหมดถึง 43 ตัว เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว ซึ่งเด็กๆ ก็จะได้ตื่นเต้นกับไดโนเสาร์ ส่วนผู้ใหญ่ก็ได้เรียนรู้ในเชิงวิชาการที่นำเสนอได้น่าสนใจ บริเวณใกล้เคียงกันยังมีทั้งสวนสาธารณะกับเครื่องเล่นธีมไดโนเสาร์ รวมถึงสวนไดโนปาร์ค (Dino Park) ที่เข้าไปแล้วได้บรรยากาศเหมือนกำลังหลงป่ายุคที่มีไดโนเสาร์อาศัยอยู่จริงๆ

เวลาทำการ : 09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 700 เยน, เด็กมัธยมปลาย-นักศึกษามหาวิทยาลัย 400 เยน, เด็กประถม-มัธยมต้น 250 เยน

วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถไฟ Echizen Railway สาย Katsuyama-Eiheiji Line ไปลงที่สถานี Katsuyama จากนั้นต่อรถบัสสาย Nagaoyama ไปลงที่ป้าย Kyoryu Hakubutsukan เดินอีก 1 นาที

2. ปราสาทเอจิเซ็น โอโนะ (Echizen Ono Castle)

หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่าปราสาทแห่งท้องฟ้า เพราะที่ตั้งของตัวปราสาทอยู่บนยอดเขาสูงและมีวิวที่โดดเด่นคือปราสาทที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเมฆหมอก เป็นปราสาทเก่าแก่ที่มีการบูรณะขึ้นมาใหม่เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว แต่ในส่วนของกำแพงหินคือสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมตั้งแต่ 400 ปีก่อน สภาพยังคงความแข็งแรงสวยงาม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมปราสาทจะเดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดของปราสาทเพื่อชมทิวทัศน์ในมุมสูงที่มีบรรยกาศแตกต่างกันทั้ง 4 ฤดู เช่นฤดูหนาวก็จะได้พบกับวิวหิมะสีขาวโพลน เป็นต้น

เวลาทำการ : เดือนเมษายน-กันยายน 09.00-17.00 น.

เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 09.00-16.00 น.

ค่าเข้าชม : เด็กมัธยมปลายและผู้ใหญ่ 200 เยน, เด็กมัธยมต้นและเด็กเล็กเข้าฟรี

วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Kuzuryu line ไปลงที่สถานี Echizen-Ono แล้วเดินอีกประมาณ 20 นาที

3. วัดเอเฮจิ (Eihei-ji Temple)

หนึ่งในวัดใหญ่เก่าแก่ที่เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาเซนนิกายโซโตะ (Soto Sect of Zen Buddhism) มีอายุยาวนานมากกว่า 700 ปี และมีชื่อเสียงเรื่องการเป็นสถานที่ฝึกสมาธิ พื้นที่ภายในวัดกว้างใหญ่ ร่มรื่น โอบล้อมด้วยต้นสนอายุหลายร้อยปีจำนวนมาก บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบสมกับเป็นสถานที่เจริญปัญญาฝึกสมาธิ นอกจากนี้ยังสามารถเดินเที่ยวชมอาคารสถาปัตยกรรมขนาดน้อยใหญ่ที่มีกว่า 70 หลังทั่วบริเวณได้ด้วย

เวลาทำการ : 04.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : 500 เยน

วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Echizen Railway ไปลงที่สถานี Eiheiji-Guchi ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

4. หน้าผาโทจินโบ (Tojinbo Cliff)

หน้าผาที่ถูกคลื่นน้ำทะเลกัดเซาะต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนกลายเป็นทิวทัศน์ผาหน้าตัดที่สวยงามแปลกตารับกับสีฟ้าของน้ำทะเล มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์เนื่องจากหาดูได้ยากแม้ในประเทศที่ล้อบรอบด้วยชายทะเลแบบญี่ปุ่น เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น และยังมีชื่อเสียงในฐานะสถานที่ฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นที่เยอะจนกระทั่งมีคนก่อตั้งกลุ่มอาสาสมัครป้องกันคนฆ่าตัวตายที่นี่โดยเฉพาะ

ลักษณะของหน้าผาแห่งจะทอดตัวเป็นแนวยาวประมาณ 1 กิโลเมตร โดยมีจุดที่สามารถเดินขึ้นไปได้ถึงยอดหน้าผา จากหอคอยโทจินโบ (Tojinbo Tower) มีจุดชมวิวทะเลแบบพาโนรามา 360 องศา บนระยะความสูงประมาณ 25 เมตร

เวลาทำการ : 09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป) 500 เยน, เด็ก 300 เยน

วิธีการเดินทาง : จากป้ายรถบัส Eihei-ji ให้ขึ้นรถบัสประจำทางไปลงที่ป้าย Tojinbo และเดินต่ออีก 5 นาที
หรือจากสถานี Fukui นั่งรถไฟสาย Echizen Railway Mikuni Awara ไปสุดสายถึงสถานี Mikuni-Minato นั่งแท็กซี่ต่อได้

5. อาวาระ ออนเซ็น (Awara Onsen)

เมืองออนเซ็นที่ได้ชื่อว่าเป็นสปาชั้นเลิศในฟุคุอิและภูมิภาคโฮคุริคุ เชื่อกันว่าบ่อน้ำพุร้อนที่นี่มีสรรพคุณในการช่วยคลายความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อและรักษาโรคภูมิแพ้กับโรคผิวหนังเรื้อรังได้เป็นอย่างดี อีกทั้งบรรยากาศของเมืองที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ ประกอบกับอาคารบ้านช่องที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคไปในสมัยโบราณของญี่ปุ่น จึงทำให้ที่นี่ถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นชาวญี่ปุ่น

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ขึ้นอยู่กับการใช้บริการ

วิธีการเดินทาง : จากป้ายรถบัสวัด Eihei-ji ให้ขึ้นรถบัสประจำทางไปลงที่ป้าย Awara-Onsen และเดินต่ออีก 5 นาที
หรือจากสถานี Fukui นั่งรถไฟสาย Echizen Railway Mikuni Awara ไปยังสถานี Awara-Yunomachi ก็ได้

6. สวนโยโคคัง (Yokokan Garden)

สวนญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับประเทศในอดีต เคยได้ชื่อว่าเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของตระกูลขุนนางมัตสึไดระ (Matsudaira) มีจุดเด่นคือบึงน้ำขนาดใหญ่กลางสวน ล้อมรอบไปด้วยอาคารที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโบราณสไตล์สุคิยะซุคุริ (Sukiya-zukuri) ที่หาชมได้ยากและยังรักษาสภาพดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีอาคารคฤหาสน์เรือนน้ำชาที่สามารถนั่งชมทิวทัศน์ของสวนและสระน้ำได้จากในคฤหาสน์อีกด้วย

เวลาทำการ : 09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : 210 เยน

วิธีการเดินทาง : เดิน 15 นาที จากสถานี Fukui

7. น้ำตกอุริวาริ (Uriwari no taki)

น้ำตกที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 แหล่งน้ำใสสะอาดชื่อดังของประเทศ ความโดดเด่นของน้ำตกแห่งนี้ก็คือน้ำใสและความเขียวขจีของต้นไม้และมอสสีเขียวบนโขดหินรอบๆ อีกทั้งยังมีต้นไม้ดอกไม้อื่นๆ เช่น อาจิไซ เมเปิ้ลญี่ปุ่น ต้นเชอร์รี่ ทำให้สามารถมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไปได้ใน 4 ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงซึ่งถือว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนที่ที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง ที่สำคัญคือน้ำแร่ที่ไหลจากน้ำตกมีความบริสุทธิ์มากและแร่ธาตุในปริมาณสูงทำให้ผู้คนนิยมดื่มเพื่อสุขภาพด้วย

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

วิธีการเดินทาง : ขึ้นรถไฟ JR สาย Obama ไปลงที่สถานี Kaminaka และเดินต่ออีก 15 นาที