All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "อาคิตะ" ครั้งแรก

| Akita

ไปครั้งแรกต้องอ่าน รวมทั้งข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว งานเทศกาล อาหารและอีกหลายสิ่งที่น่าสนใจในอาคิตะ

แนะนำข้อมูลเบื้องต้นจังหวัดอาคิตะ (Akita)

อาคิตะ (Akita) เป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติสูง ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม รวมถึงงานเทศกาลที่มีชื่อเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ตลอดทั้งปีด้วย

อาคิตะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา ป่าสน และมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติหรือออนเซ็นหลายแห่ง จุดเด่นอย่างหนึ่งของจังหวัดอาคิตะคือในฤดูหนาวจะมีหิมะตกเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยหนาถึง 409 cm นอกจากนี้ยังมีเรื่องของงานเทศกาล ประเพณีต่างๆที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ สุนัขสายพันธุ์อาคิตะ (Akita Inu) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก อีกทั้งการเดินทางมาเที่ยวจังหวัดอาคิตะก็สะดวกสบายเกินคาด การเดินทางจากโตเกียวสู่อาคิตะ ให้ขึ้นรถไฟชินคันเซ็น สาย Shinkansen Komachi ไปลงที่สถานี Akita ใช้เวลา 230 นาที โดยมีพาสรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวที่เหมาะสมก็คือ JR East Tohoku Area Pass เป็นต้น ส่วนการเดินทางภายในจังหวัดสามารถใช้ชินคันเซ็นร่วมกับรถไฟท้องถิ่น สามารถไปถึงที่เที่ยวได้หลากหลาย ถึงแม้จะเป็นต่างจังหวัดที่พื้นที่กว้างก็พอเที่ยวได้โดยไม่ต้องเช่ารถ

อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของอาคิตะ

อย่างแรกที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงมากนั่นคือ หม้อไฟคิริทัมโปะหรือ คิริทัมโปะนาเบะ (Kiritampo Nabe) ที่ทำจากการนำข้าวสุกบดแล้วมาพันกับไม้สน นำไปย่างไฟ ตัดเป็นชิ้นๆพอดีคำแล้วใส่ลงในหม้อไฟ เป็นอาหารที่นิยมรับประทานในฤดูหนาว

อีกเมนูหนึ่งคืออินานิวะอุด้ง (Inaniwa Udon) ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของอุด้งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ความพิเศษคือเป็นเส้นแบนเล็กๆ มีความเหนียวนุ่ม จากเทคนิคการดึงยืดด้วยมือตามแบบดั้งเดิมที่ถ่ายทอดกันมายาวนานในพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัด สามารถเลือกรับประทานได้ทั้งแบบเย็นและร้อน

งานเทศกาลที่มีชื่อเสียงในอาคิตะ

ที่จังหวัดอาคิตะมีการจัดงานเทศกาลที่มีชื่อเสียงตลอดทั้งปีและเป็นประเพณีที่มีการจัดต่อเนื่องกันมายาวนาน สำหรับเทศกาลมีชื่อเสียงที่จะแนะนำก็ได้แก่เทศกาลคันโต (Kanto Festival) เทศกาลใหญ่ 1 ใน 3 ของโทโฮคุ จัดขึ้นวันที่ 3-6 สิงหาคมของทุกปี ไฮไลท์คือการแห่โคมไฟแขวนบนไม้ไผ่สูง 10 เมตหลายดวงจนได้ขนาดมหึมา ซึ่งผู้แห่ก็จะเดินและยกไม้ไผ่นี้ด้วยลีลาต่างๆกันไป เพื่อประคองไม้ไผ่ไว้ให้ได้ เรียกเสียงเชียร์จากผู้มาร่วมงานได้ตลอดงาน

เทศกาลดอกไม้ไฟโอมาการิ (Omagari Fireworks Festival) งานเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น จัดขึ้นสัปดาห์สุดท้ายเดือนสิงหาคมของทุกปี โดยจะมีนักประดิษฐ์ดอกไม้ไฟจากทั่วประเทศจะมารวมตัวเพื่อประชันฝีมือ ผู้มาร่วมงานจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงดอกไม้ไฟนับหมื่นนัดตลอดคืน

เทศกาลหิมะคามาคุระโยโคเตะ ( Yokote Kamakura Snow Festival) จัดขึ้นราวๆ วันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ของทุกปี สืบทอดกันมานานกว่า 400 ปีแล้ว โดยจะมีการสร้างบ้านจากหิมะขึ้นมาหลายๆขนาด ด้านในมีการบูชาเทพเจ้าด้วยโมจิและสาเก ผู้มาร่วมงานสามารถเข้าไปสัมผัสบรรยากาศพร้อมทั้งจิบสาเกกับทานขนมโมจิได้

หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ (Kakunodate)

ชุมชนโบราณในเขตปราสาทที่ในอดีตย่านนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาซามูไร ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Kunodate ด้วยการเดินเท้ามาประมาณ 20 นาที ปัจจุบันเหลือบ้านซามูไรที่เปิดให้เข้าชมเพียง 6 หลัง) และบ้านเรือนของเหล่าพ่อค้าที่ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโบราณทำให้รู้สึกได้ถึงบรรยากาศย้อนยุค อีกทั้งอาคารสถานที่กับบ้านเรือนทุกหลังในบริเวณนี้ ก็ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีแม้เวลาจะผ่านมาถึง 400 ปีแล้ว

นอกจากนี้ที่นี่ ยังมีชื่อเสียงในเรื่องการเป็นจุดชมดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สวยงามและได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะซากุระสายพันธุ์ชิดาเระซากุระ (Shidarezakura) ที่บานโน้มกิ่งลงมาถึงพื้นดิน ห้อยระย้าเป็นสีชมพูทั่วพื้นที่ รวมทั้งแนวต้นซากุระมากกกว่า 800 ต้นริมแม่น้ำฮิโนะคิไน (Hinokinai River) ซึ่งเดินเท้าจากหมู่บ้านไปชมได้

ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)

เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมังไท (Towada-Hachimantai National Park) นับเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่และลึกที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความลึกถึง 423 เมตร การเดินทางไปเที่ยวที่นี่ก็ไม่ยากเพราะมีรถบัสประจำทางจากสถานีรถไฟ Tazawako ไปจอดที่ป้าย Tazawa-kohan bus stop จุดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้คือน้ำในทะเลสาบมีความใสมากจนสะท้อนเงาของภูเขาได้เกือบทั้งหมดเป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม

มีบริการนั่งเรือนำเที่ยวชมความงามรอบๆทะเลสาบใช้เวลาประมาณ 40 นาที มีเรือเป็ดให้ปั่น รวมทั้งจักรยานให้เช่า แล้วก็ยังมีสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของทะเลสาบคือ รูปปั้นทัตสึโกะ (Tatsuko) สีทอง ตามตำนานเล่าว่าเป็นรูปปั้นของเจ้าหญิงทัตสึโกะ ที่ขอพรให้คงความงามอันเป็นนิรันดร์ แต่กลับถูกสาปให้กลายเป็นมังกรและจมอยู่ใต้ท้องทะเลสาบแห่งนี้

นิวโตะออนเซ็น (Nyuto Onsen)

แหล่งออนเซ็นธรรมชาติที่โด่งดังเพราะน้ำในบ่อที่มีสีเหมือนน้ำนม เกิดจากกำมะถันผสมแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคผิวหนังและทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ที่สำคัญคือบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติของนิวโตะออนเซ็นที่มีทิวทัศน์สวยงามทุกฤดู ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามติดอันดับต้นๆของประเทศอีกแห่งหนึ่ง

นิวโตะออนเซ็นตั้งอยู่บริเวณเชิงทางตะวันตกของภูเขานิวโตะและเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมังไท (Towada-Hachimantai National Park) สามารถนั่งรถบัสประจำทางจากสถานีรถไฟ Tazawako ไปถึงได้อย่างสะดวก ซึ่งหากสนใจพักแรมที่นี่ก็มีที่พักแบบเรียวกังให้บริการ 8 แห่ง ท่ามกลางบรรยากาศสงบ ของหมู่บ้านเล็กๆ ที่ใกล้ชิดธรรมชาติเหมาะกับการพักผ่อน

สวนสาธารณะเซ็นชู (Senshukouen)

สวนสาธารณะประจำจังหวัดขนาดใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟอาคิตะ สามารถเดินเท้ามาถึงโดยใช้เวลาประมาณ 12 นาที ภายในพื้นที่ของสวนมีบรรยากาศร่มรื่น มีการจัดสวนแบบญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี รวมทั้งดอกไม้ตามฤดูกาลเช่น ซากุระและสึสึจิหรือกุหลายพันปี ในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่นี่ก็จะกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระที่สวยงามและได้รับความนิยมมากในโทโฮคุ

นอกจากนี้ในบริเวณเดียวกันก็มีศาลเจ้าเก่าแก่ตั้งอยู่ ชื่อว่าศาลเจ้าอิยาทากะ (Iyataka Shrine) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 และถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญกับชาวเมืองเพราะเป็นศาลเจ้าที่ถูกใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญต่างๆ แม้กระทั่งพิธีแต่งงาน ก็มักจะมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ

สวนดอกดาเลียแห่งอาคิตะ (Akita International Dahlia Garden)

สวนดอกไม้ในอาคิตะที่มีดอกดาเลีย (Dahlia) หรือชื่อไทยว่าดอกรักเร่ ให้ได้ชมหลากหลายสายพันธุ์ หลายสีสัน รวบรวมไว้มากกว่า 700 สายพันธุ์ จาก 14 ประเทศทั่วโลกที่มีสีสันสวยงามและบานสะพรั่งตลอดทั้งปี สามารถมาเที่ยวชมได้โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 400 เยน

นอกจากสวนดอกดาเลียแล้ว ที่นี่ก็มีคาเฟ่ที่ให้บริการอาหาร ขนม เครื่องดื่ม แบบโฮมเมดกับที่นั่งที่ชมวิวบรรยากาศของทุ่งดอกไม้ได้อีกด้วย โดยสวนดอกไม้แห่งนี้สามารถเดินทางจากสถานีรถไฟ Akita ด้วยรถแท็กซี่ไปประมาณ 30 นาที

เมืองโอดาเตะ เที่ยวบ้านเกิดของสุนัขฮาจิโกะ

หลายคนคงรู้จักสุนัขฮาจิโกะที่มีรูปปั้นอยู่ที่สถานีรถไฟชิบูย่าในโตเกียวเป็นอย่างดี แต่ทราบหรือไม่ว่าบ้านเกิดของฮาจิโกะแท้จริงแล้วอยู่ที่เมืองโอดาเตะ (Odate) ในจังหวัดอาคิตะนี่เอง โดยที่หน้าสถานี Odate จะมีรูปปั้นฮาจิโกะอยู่อีกตัวหนึ่ง

และที่นี่ก็มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสุนัขอาคิตะด้วย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Odate สามารถนั่งรถบัสรอบเมืองมาลงได้ที่ป้ายรถบัส Odate City Hall ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการรวบรวมเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับสุนัขพื้นเมืองญี่ปุ่นพันธุ์อาคิตะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันเป็นสัตว์พันธุ์สงวนของประเทศ อีกทั้งยังมีสุนัขตัวเป็นๆ ให้ได้สัมผัสความน่ารักอย่างใกล้ชิดอีกด้วย โดยมีค่าเช้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ 200 เยน

เทศกาลดอกไม้ไฟเมืองโอมาการิ (Omagari)

หากมีโอกาสไปเที่ยวอาคิตะในช่วงฤดูร้อน ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปสัมผัสบรรยากาศงานเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นงานนี้ ซึ่งจัดขึ้นในสัปดาห์สุดท้ายเดือนสิงหาคมของทุกปี โดยในแต่ละปีที่ผ่านมาก็มีผู้คนทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเดินทางไปร่วมชมความสวยงามอลังการของงานประกวดดอกไม้ไฟที่นี่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในค่ำคืนที่จัดงานก็จะได้ชมดอกไม้ไฟบนท้องฟ้านับหมื่นลูกเลยทีเดียว

งานนี้จัดขึ้นบริเวณริมแม่น้ำโอโมโนะ (Omono river) ในเมืองโอมาการิ (Omagari) ที่อยู่ไกลจากตัวเมืองอาคิตะด้วยการนั่งรถไฟชินคันเซ็นประมาณ 30 นาที ส่วนการเดินทางไปสถานที่จัดงานนั้น สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟ JR Omagari ได้ไม่ไกลนัก