All About Japan

คู่มือสำหรับเที่ยวฮาโกดาเตะครั้งแรก

| Hakodate
คู่มือสำหรับเที่ยวฮาโกดาเตะครั้งแรก

คู่มือพื้นฐานเกี่ยวกับเมืองฮาโกดาเตะ ซึ่งแม้จะเป็นเมืองท่าเล็กๆ แต่มีก็บรรยากาศเฉพาะตัวและภูมิประเทศที่สวยงาม มี 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ป้อมปราการ 5 แฉกอันโด่งดัง และเสน่ห์จากการเดินทางรอบเมืองด้วยรถรางแบบย้อนยุค จนกลายเป็นหนึ่งในเมืองยอดนิยมของภูมิภาคฮอกไกโดที่มีนักท่องเที่ยวแวะไปเยือนเป็นจำนวนมาก

รู้จักฮาโกดาเตะเบื้องต้น

เมืองฮาโกดาเตะตั้งอยู่ในภูมิภาคฮอกไกโด หรือทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ในอดีตนั้นฮาโกดาเตะถือเป็นหนึ่งในเมืองท่าสำคัญของประเทศ และผลพวงจากการติดต่อค้าขายกับต่างชาติมาอย่างยาวนานได้สร้างเอกลักษณ์อย่างหนึ่งให้กับเมือง นั่นก็คือการก่อสร้างอาคารสไตล์ตะวันตกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายแห่งได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดีและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองในปัจจุบัน เช่นโกดังอิฐแดงคาเนโมริ และยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง “ป้อมดาวห้าแฉก” หรือโกเรียวคาคุที่หลายคนรู้จักกันดีอีกด้วย

นอกจากบรรยากาศภายในเมืองที่แสนโรแมนติกและน่าประทับใจแล้ว ฮาโกดาเตะยังห้อมล้อมไปด้วยภูมิประเทศที่งดงาม ทั้งจากทิวทัศน์ของอ่าวฮาโกดาเตะอันกว้างใหญ่ และแนวภูเขาในอีกด้านหนึ่งของเมือง ซึ่งภาพของเมืองฮาโกดาเตะที่มองมาจากจุดชมวิวบนภูเขาฮาโกดาเตะนั้น ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น และแน่นอนว่าด้วยที่ตั้งของเมืองซึ่งอยู่ติดกับทะเล ทำให้ฮาโกดาเตะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารทะเลที่ทั้งหลากหลายและมีความสดใหม่ ซึ่งสามารถลิ้มลองกันได้อย่างจุใจในราคาที่สบายกระเป๋า

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้ฮาโกดาเตะเป็นอีกหนึ่งเมืองยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งในปัจจุบันสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบายทั้งจากซัปโปโรและจากโตเกียว และแม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกแวะมาที่เมืองนี้ในฐานะทางผ่าน แต่หลายคนกลับได้ความประทับใจจากเมืองนี้ไปไม่น้อยกว่าเมืองอื่นๆ ที่เป็นจุดหมายหลักเลย

การเดินทางมายังฮาโกดาเตะ

การเดินทางมายังฮาโกดาเตะ

- จากซัปโปโร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ปักหมุดเที่ยวในภูมิภาคฮอกไกโด มักจะแวะเที่ยวทั้งซัปโปโรและฮาโกดาเตะเป็นแพ็คคู่กัน โดยหากเริ่มต้นจากสนามบินนิวชิโตเสะ จะต้องเดินทางเข้าเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟ (37 นาที 1,590 เยน) หรือรถบัส (1 ชั่วโมง 1,030 เยน) เป็นอันดับแรก และจากสถานีซัปโปโร วิธีที่สะดวกสบายและรวดเร็วที่สุดในการเดินทางไปยังฮาโกดาเตะคือขึ้นรถไฟด่วนสาย SUPER HOKUTO ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที ค่าโดยสารเที่ยวละ 8,310 เยน ซึ่งตรงนี้เป็นข้อควรพิจารณาว่าด้วยเวลาในการเดินทางที่ค่อนข้างนาน การจัดทริปแบบไปเช้าเย็นกลับจากซัปโปโรจึงอาจทำได้ยาก และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับที่รวมกันแล้วเท่ากับ 16,620 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 5 พันบาท การใช้พาสอย่าง JR Pass หรือ Hokkaido Rail Pass จึงช่วยประหยัดค่าเดินทางลงไปได้มาก

- จากโตเกียว ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นได้ขยายเส้นทางรถไฟชินคันเซนสายโทโฮคุจากเดิมที่เคยสิ้นสุดที่เมืองอาโอโมริ มาจนถึงเมืองฮาโกดาเตะเรียบร้อยแล้ว ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มต้นเดินทางตั้งแต่โตเกียว สามารถขึ้นรถไฟชินคันเซนตรงยาวมาจนถึงฮาโกดาเตะได้เลย โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ค่าโดยสารเที่ยวละ 22,690 เยน ซึ่งหากคิดแค่ค่าเดินทางไปกลับนั้นก็สูงกว่ามูลค่าของ JR Pass ไปแล้ว

และนอกจากรถไฟชินคันเซน ฮาโกดาเตะยังมีสนามบินเป็นของตัวเอง และสายการบินหลักของญี่ปุ่นอย่าง Japan Airline หรือ ANA ก็มีเที่ยวบินระหว่างโตเกียว-ฮาโกดาเตะให้บริการ หรือจะจองตั๋วแบบกรุงเทพ-ฮาโกดาเตะ (โดยต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่โตเกียว) ก็ได้เช่นกัน โดยจากสนามบินฮาโกดาเตะ จะมีรถบัสให้บริการเข้าเมือง ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 20 นาที ค่าโดยสารเที่ยวละ 450 เยน

การเดินทางภายในเมืองฮาโกดาเตะ

การเดินทางภายในเมืองฮาโกดาเตะ

- รถราง ถือเป็นอีกเสน่ห์สำคัญของเมืองฮาโกดาเตะที่มีรถรางสไตล์ย้อนยุควิ่งรอบเมือง และครอบคลุมที่เที่ยวสำคัญภายในเมืองแทบทุกแห่ง โดยค่าโดยสารรถรางเริ่มต้นที่เที่ยวละ 210 ถึง 250 เยน และยังมี 1 Day Pass จำหน่ายในราคา 600 เยน ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภายในสถานีฮาโกดาเตะ หรือซื้อกับคนขับรถรางโดยตรง

- รถบัส เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบายภายในเมืองฮาโกดาเตะ โดยค่าโดยสารรถบัสเริ่มต้นที่เที่ยวละ 210 เยน มี 1 Day Pass ราคา 800 เยน นอกจากนี้ยังมี 1 Day Pass แบบใช้ขึ้นได้ทั้งรถรางและรถบัสราคา 1,000 เยน และ 2 Day Pass ราคา 1,700 เยน

- รถไฟ ฮาโกะดาเตะมีสายรถไฟหลักอยู่เพียงสายเดียวคือ Hakodate Main Line ที่เชื่อมกับเมืองซัปโปโร และเป็นสายรถไฟของบริษัท JR ที่มีทั้งรถไฟด่วนและรถไฟท้องถิ่นให้บริการ ทำให้ครอบคลุมการใช้ทั้ง JR Pass และ Hokkaido Rail Pass โดยการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังบางแห่งของฮาโกดาเตะ เช่นอุทยานแห่งชาติโอนุมะ ก็ต้องใช้บริการรถไฟท้องถิ่นในสายนี้

อาหารขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะ

- อาหารทะเล ด้วยที่ตั้งของเมืองซึ่งอยู่ติดกับทะเล ทำให้อาหารขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของฮาโกดาเตะนั้นคือข้าวหน้าอาหารทะเลชนิดต่างๆ ที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ ไปจนถึงซาชิมิและซูชิหลากหลายประเภท ซึ่งจุดสำคัญในการแวะไปชิมอาหารทะเลเหล่านี้คือตลาดเช้าฮาโกดาเตะ อาสะอิจิ (Hakodate Asaichi Morning Market) ซึ่งเป็นตลาดขึ้นชื่อของเมืองที่จำหน่ายวัตถุดิบสดใหม่จากท้องทะเล และมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เลือกชิมมากมาย

- อาหารตะวันตก ผลพวงจากการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศในอดีต ทำให้ไม่ได้มีเพียงการสร้างอาคารในสไตล์ตะวันตกไปทั่วทั้งเมืองฮาโกดาเตะเท่านั้น แต่อิทธิพลทางด้านอาหารก็ได้แพร่หลายและได้รับการสืบทอดมาตามกาลเวลาเช่นกัน โดยภายในเมืองฮาโกดาเตะมีทั้งคาเฟ่และร้านอาหารมากมายที่ทั้งเสิร์ฟอาหารตะวันตกเลิศรส คู่กับบรรยากาศสไตล์ยุโรปย้อนยุคภายในตึกเก่าแก่ โดยหนึ่งในร้านที่เป็นไฮไลท์ของเมืองฮาโกดาเตะคือภัตตาคารโกโตะเคน (Restaurant Gotoken) เป็นร้านอาหารตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1887 โดยมีเมนูขึ้นชื่อคือข้าวราดแกงกะหรี่สไตล์อังกฤษ ซึ่งถือเป็นต้นตำรับของแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่แพร่หลายกันในปัจจุบัน


ถ้าหากอ่านกันมาถึงตรงนี้แล้วอยากไปฮาโกดาเตะ ก็ขอเชิญชมที่เที่ยวสำคัญๆสำหรับคนไปเยือนฮาโกดาเตะครั้งแรกได้ที่หน้าต่อไปเลย

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2