All About Japan

ไปเช็คอิน30จุดในฮอกไกโด-โทโฮคุด้วยJRพาสสุดคุ้ม

| การเดินทาง , โทโฮคุ

Next stop, Aomori

วันที่ 3 ของการเดินทาง วันนี้เราจะใช้ JR East-South Hokkaido Rail Pass เดินทางจาก Hakodate ไปจังหวัด Aomori โดยรถไฟ Shinkansen Hayabusa 12 กัน นั่งจากสถานี Shin-Hakodate-Hokuto ไปลงที่สถานี Shin Aomori

รถไฟจะวิ่งลอดอุโมงค์เซคัง (Seikan tunnel) ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟลอดใต้ทะเลที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกมีความยาว 53.85 กิโลเมตร ก่อนเดินทางมาที่นี่จินตนาการเอาไว้ว่าเราจะต้องได้เห็นโลกใต้ท้องทะเลแน่ๆ เราจะมาทักทายปลาหมึก คนนิจิวะปลามากุโร่ ที่ไหนได้ อุโมงค์ทึบแถมมืดสนิท ไม่เห็นวิวอะไรสักอย่าง

บนรถไฟ Shinkansen สะอาด ที่นั่งกว้าง สะดวกสบายมาก ใครนั่งติดหน้าต่าวก็จะมาปลั๊กชาร์จไฟได้อีกด้วย

ไม่มีทันมีเวลาได้ทำใจเรื่องโลกใต้ท้องทะเล 1 ชั่วโมงนิดๆ เราก็มาถึงสถานี ถึง Shin-Aomori โดยวันนี้เราจะใช้ตั๋วนั่งบัสไปดู Snow Monster บนภูเขาฮักโกดะ ทานมื้อเที่ยงที่ HOTEL Jogakura และปิดท้ายที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาโอโมริกัน

https://www.tohoku-buffet.com/tohoku-hakodate-winter-spring-featured/

ตั๋วที่ว่าก็คือตั๋ว Aomori 1 days bus tour ตั๋วท่องเที่ยวราคาประหยัดในราคา ผู้ใหญ่ ราคา 3000 เยน / เด็ก ราคา 1500 เยน แต่เราจะต้องเช็ครอบรถในแต่ละเที่ยวให้ดีค่ะ
https://japanbusonline.com/en/CourseDetail/index/10200111101

Route เวลาและเส้นทางที่รถบัสผ่าน
09.00 น. Hotel Aomori
09.05 น. Aomori Washington Hotel
09.10 น. Hotel Sunroute Aomori
09.20 น. Aomori Station (East Exit)
09.40 น. Shin Aomori Station(East Exit)

Hakkoda Ropeway
11.00
12.30
14.10
Hotel Jogakura
11.05
12.25
12.35
14.05
Sukayu Onsen
11.10
12.20
12.40
14.00

15.30-16.20 น. Aomori museum of Art
16.50 น. Shin-Aomori Station (East Exit)
17.15 น. Aomori Station (East Exit)
17.20 น. Hotel Sunroute Aomori
17.25 น. Aomori Washington Hotel
17.30 น. Hotel Aomori

วิธีการจอง Aomori 1-day Bus tour
จองผ่านเว็บไซต์ https://www.tohoku-buffet.com/tohoku-hakodate-winter-spring-featured/
หรือ โทรจองได้ที่ Sendai Station East Exit Bus Information Office 022-256-664 (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)

จากสถานี Shin Aomori มาขึ้น Aomori 1 days bus tour ได้ที่หน้าสถานี และสามารถ walk in มาซื้อบัตรได้ค่ะ (ถ้าที่นั่งไม่เต็ม) แต่แนะนำให้จองล่วงหน้าจะดีที่สุด

รถบัสแต่ละคันก็จะสีไม่เหมือนกัน ตอนเราขึ้นไปนั่งบนรถ พนักงานเค้าก็จะแจกสติกเกอร์ให้เราติดไว้บนเสื้อหนาว หรือจุดที่เห็นได้ชัดๆ นอกจากสติกเกอร์จะกันหลงแล้ว ยังใช้เป็นส่วนลดเวลาซื้อของตามร้านค้า และเป็นส่วนลดในร้านอาหาร ใน Hotel Jogakura ได้อีกด้วย ส่วนกระเป๋าเดินทางไม่ต้องแบกไปให้หนัก ก็ใส่ไว้ใต้ท้องรถได้เลย

ในตัวเมืองอาโอโมริมีหิมะไม่เยอะมาก แต่ระหว่างทางที่รถขับไปเรื่อยๆ บนภูเขาฮักโกดะ หิมะก็เริ่มหนาขึ้น เยอะขึ้น หิมะหนาๆในป่าเป็นภาพที่สวยมาก ทุกอย่างดูขาวไปหมด ใช้เวลาเดินทางไปจุดชมปีศาจหิมะ 1 ชั่วโมง 40 นาที ระหว่างทางก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบาย เล่าประวัติ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตามโปรแกรมใน one day trip ซึ่งทั้งหมดอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น ใครไม่เข้าใจเหมือนเราก็หยิบโบชัวร์ที่เสียบไว้ตรงหน้าที่นั่งขึ้นมาเปิดดูได้ค่ะ จะมีรายระเอียดของทริปนี้เป็นภาษาอังกฤษ

Check point 12 : กระเช้าลอยฟ้าฮักโกดะ (Hakkoda Ropeway)

Check point 12 : กระเช้าลอยฟ้าฮักโกดะ (Hakkoda Ropeway)

เทือกเขาฮักโกดะมีความสูง 1,585 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นเทือกเขาภูเขาไฟซึ่งอยู่บริเวณตอนใต้ของจังหวัดอาโอโมริ และตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Towada Hachimantai นักท่องเที่ยวนิยมมาชมใบไม้เปลี่ยนสีช่วงปลายเดือนกันยายน-ตุลาคม ช่วงฤดูหนาวหิมะจะตกในบริเวณภูเขาเยอะมาก ต้นไม้เหล่านี้จึงถูกทับถมด้วยหิมะ จนมีรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาด อุณหภูมิด้านล่าง -3 ถึง -5 ด้านบน -10 ถึง -20 เพราะฉะนั้นจึงต้องระมัดระวังการแต่ตัวให้ดีดี

เราจะต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปด้านบนของภูเขาถึงจะสามารถมองเห็นปีศาจหิมะได้ จุดจอดกระเช้าด้านบนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ที่นี่นอกจากจะเป็นจุดชมปีศาจหิมะยอดฮิตแล้ว ยังเป็นจุดที่ทั้งชาวญี่ปุ่นแล้วชาวต่างชาติมาเล่นสกีด้วยค่ะ

เมื่อกระเช้าลอยฟ้ามาถึงด้านบน เราจะต้องเดินเข้าไปในอาคารก่อนค่ะ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม เปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าบูทที่ยาวถึงเข่า (ใครไม่มีรองเท้าที่นี่มีบูทให้เช่า) เพราะด้านนอกหิมะหนามากๆ รองเท้าผ้าใบธรรมดาไม่รอดแน่นอน อุณหภูมิด้านบนวันนี้ -9.6 องศา

เสียดายมากที่วันนี้ฟ้าปิด อากาศปิด เราแทบมองอะไรไม่เห็นเลย ทุกอย่างดูขาวดูฟุ้งไปหมด แต่ก็ยังมองเห็น Snow monster อยู่บ้าง น่าอิจฉาคนที่ได้มาช่วงที่อากาศดีดี เพราะที่นี่มันสวยมากจริงๆ ค่ะ หิมะสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสด

ใครอยากมาช่วงอากาศดีดี ควรมาช่วงปลายเดือนมกราคม จนถึง เดือนกุมภาพันธ์ และใครอยากมีไกด์นำทาง ควรมาช่วงเวลา 11.00-13.00 น. โดยใช้เวลาเดิน 30 นาที ต่อ 1 คอร์ส ราคา 3150 เยน

เวลาเปิด-ปิด 09.00 น
1 มีนาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน 16.20
ปลายเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ 15.40
วิธีการเดินทาง จาก JR Shin Aomori ลงที่ Aomori Station นั่งรถบัสเบอร์ 11 สายโทวาดะ ลงป้ายหน้าสถานีกระเช้าลอยฟ้าฮักโคดะ ใช้เวลา 60 นาที
ที่อยู่ 1-2 Kansuizawa,Arakawa,Aomori City
แผนที่ https://goo.gl/maps/SZ49292VL8r
Website : www.hakkoda-Ropeway.jp
เบอร์โทร : 017-738-0343

Check point 13 : จุดชมวิวสะพานโจกาคุระ(Jogakura Bridge)

Check point 13 : จุดชมวิวสะพานโจกาคุระ(Jogakura Bridge)

ปกติแล้วตรงจุดนี้เป็นจุดชมวิวยอดนิยมในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ ซึ่งจะอยู่ระหว่างทางจากภูเขาฮักโกดะ ไปโรงแรมโจกากุระ ใครอยากมาถ่ายรูปต้องนั่งแท็กซี่มาเอง เพราะรถบัสจะไม่จอดให้ค่ะ เราสามารถชมวิวของภูเขาที่สลับซับซ้อน ได้ทั้งสองฝั่งของสะพานเลย ที่สำคัญถ่ายรูปกับหิมะ ต้องเสื้อผ้าสีสดใสเท่านั้น

วิวด้านที่เห็นเป็นวิวภูเขาที่สลับซับซ้อนมีต้นไม้ไร้ใบแห้งๆ ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวของหิมะ เป็นภาพที่ดูสวย แปลกตา รู้สึกหลงรักช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้ รักภาพทุกภาพที่เราเห็นจริงๆ

แผนที่ https://g.co/kgs/CrXfmi

Check point 14 : ทานเนื้อวากิว ที่ HOTEL Jogakura

Check point 14 : ทานเนื้อวากิว ที่ HOTEL Jogakura

ออกนอกเส้นทางไปนิดหน่อย กลับเข้ามาใน Route บัสกันต่อค่ะ มื้อเที่ยงวันนี้เรามาทานเนื้อวากิวกันค่ะ ซึ่งเมนูนี้เป็นพิเศษให้เฉพาะคนที่ซื้อทัวร์ แปะสติ๊กเกอร์และมากับบัสเท่านั้น ทานเซตนี้ในราคาแค่ 2000 เยน คนอื่นที่ไม่ได้ซื้อทัวร์ ไม่มีขายไม่ทำให้นะจ๊ะ เอากะเค้าซี้… นอกจากนั้นยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกหลายเมนู สามารถเลือกเมนูได้ล่วงหน้าได้หากเราจองออนไลน์ไว้

นอกจากนั้นที่โรงแรมแห่งนี้ยังมีที่พักไว้คอยให้บริการ และมีบ่อออนเซ็นเช้าไปเย็นกลับให้แช่อีกด้วย ราคา 1000 เยน ถ้าติดสติ๊กเกอร์ ลดเหลือ 500 เยน



หิมะด้านนอกโรงแรมกำลังตกพอดี ระหว่างรอบัสมารับก็เดินถ่ายรูปเล่นกันไปพลางๆก่อน

วิธีการเดินทาง จากสถานี Aomori นั่งรถบัสเบอร์ 11 สายโทวาดะ ไปลงสถานีกระเช้าลอยฟ้าฮักโคดะ ใช้เวลา 60 นาที
ที่อยู่ 030-0111 Aomori Prefecture, Hakkoda
แผนที่ https://goo.gl/maps/GaW2dfjGQkS2
Website : http://www.jogakura.com/en
เบอร์โทร :+81 17-738-0658

Check point 15 : หอศิลป์อาโอโมริ (AOMORI MUSEUM OF ART)

Check point 15 : หอศิลป์อาโอโมริ (AOMORI MUSEUM OF ART)

เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่ ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการศิลปะถาวร มีภาพวาดขนาดใหญ่ 3 ภาพ ของศิลปิน Marc Chagall ภาพพิมพ์จากบล็อคไม้และภาพวาดของศิลปิน Munakata Shiko (บริเวณนี้สามารถถ่ายรูปได้)

โซนด้านในยังมีผลงานภาพการ์ตูนของศิลปิน Nara Yoshitomo เป็นภาพการ์ตูนน่ารักๆ ที่น่าจะถูกใหญ่สาวๆ เป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปตรงจุดนี้ค่ะ

รูปปั้นสุนัข Aomori-Ken ขนาดยักษ์กับจานข้าวที่ถูกหิมะทับถม เป็นรูปเดียวที่เราเจอตอนเสิร์จหาข้อมูลใน ig

ที่ชอบมากๆ คือโลโก้นีออนของพิพิธภัณฑ์ที่ถูกออกแบบไว้ตรงผนังด้านนอกของตัวอาคาร โดยนักออกแบบ KIKUCHi Atsuki เป็นการรวบรวมลายต้นไม้กับตัว A เข้าด้วยกัน มีความหมายว่า ต้นไม้สีเขียวที่ค่อยๆ เยอะมากขึ้นจนกลายเป็นป่า ซึ่งอาจหมายถึงความหมายของคำว่า Aomori ที่หมายถึงป่าสีเขียวก็เป็นไปได้

เวลาเปิด-ปิด
1ตุลาคม - 31พฤษภาคม 09.30-17.00 (last admission 16.30)
6มิถุนายน-30กันยายน 09.00-18.00 (last admission 17.30)
ค่าเข้าชม 510 เยน
การเดินทาง
รถแท็กซี่ : 10 นาที จาก JR Shin-Aomori station
20 นาที จาก JR Aomori station
รถเมล์ : 20 นาที จาก JR Aomori Station. รถจะจอดที่ป้าย Kenritsu-bijutsukan-mae
ที่อยู่ Konno185, Yasuta, Aomori-shi, Aomori, 038-0021, Japan
แผนที่ https://goo.gl/maps/nEY81FZXFd32
เบอร์ติดต่อ 071-783-3000
Website www.aomori-museum.jp/en/index.html

Check point 16 : TOHOKU EMOTION

Check point 16 : TOHOKU EMOTION

หนึ่งในขบวนรถไฟแสนสนุก (Joyful Train) ที่วิ่งเลียบชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น จากสถานี Hachinohe ในจังหวัดอาโอโมริ ไปจนถึงสถานี Kuji จังหวัดอิวาเตะ ระยะทาง 64.9 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. (ไป-กลับ 5 ชม.) ภายนอกของรถไฟเป็นสีขาว มีลวดลายกำแพงอิฐ ด้านในตกแต่งเหมือนร้านอาหาร มีตู้ทั้งหมด 3 ตู้ แบ่งออกเป็น ห้องครัว ห้องทานอาหารแบบรวม และห้องอาหารแบบส่วนตัวค่ะ จาก Hachinohe-Kuji จะได้อาหารคาวเป็นคอร์ส ถ้าย้อนกลับจาก Kuji-Hachinohe จะได้เป็นของหวานบุฟเฟ่ต์ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ถนัดแบบไหนเลือกขึ้นที่สถานีนั้นๆ หรือจะนั่งกินทั้งไปทั้งกลับ ก็ได้ทั้งคาวและหวานเลย

- www.tohoku-buffet.com (ภาษาไทย)

เป็นการนั่งทานอาหารบนรถไฟที่วิวเปลี่ยนทุกๆ วินาที แถมเครื่องดืมฟรีไม่อั้น มีแอลกอฮอล์ให้ดริ้งด้วยนะ เมนูอาหารบนรถไฟก็จะเปลี่ยนไปทุกๆ 6 เดือนค่ะ โดยแต่ละเมนูนั้นจะเป็นของดีของขึ้นชื่อจากจังหวัดต่างๆ ในโทโฮขุ

อาหารจานหลักเป็นพายเนื้อวากิวจากจังหวัดอิวาเตะ จะมาเสิร์ฟตอนรถไฟวิ่งเข้าสู่จังหวัดอิวาเตะพอดี

จานต่อไปเป็นข้าวหน้าเห็ดของขึ้นชื่อจากจังหวัดอาคิตะ ใบที่ใช้ห่อข้าวคือ “ใบโฮบะ” กล่องที่ใส่ข้าวคือ “มาเกวั๊บปะ” เป็นชื่อของกล่องข้าวที่ทำจากเปลือกไม้ ข้อดีคือกลิ่นของไม้ที่ใช้จะไม่ไปรบกวนกลิ่นข้าว กล่องชนิดนี้จึงมีราคาแพง และเทปที่ร้อยกล่องไว้คือเปลือกของ “ต้นซากุระ”ค่ะ (อ่าว...ไม่มีรูปเพราะแกะทิ้งไปแล้ว) เห็นวัสดุที่ใช้ทำกล่องแล้วอยากขโมยกล่องกับบ้านกันเลยทีเดียว (แต่ห้ามนะ)

แล้วก็จะมีขนมที่จำลองมาจาก หิน ไม้ ทราย หอย จากจังหวัดฟุกุชิม่า ตอนเปิดกล่องออกมาก็งงอยู่พักนึงว่ามันคืออะไร ทำไมต้องวางห่างๆ กัน แล้วทำไมมีกระถางต้นไม้มาด้วย แล้วเปลือกหอยข้างใต้กระจกใสนั้นกินได้มั้ย ชิมกระถางต้นไม้แล้ว เป็นกระถางจริงกินไม่ได้นะจ๊ะ

ระหว่างทางจะเจอภาพชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถือธงโบกไม้โบกมือกันใหญ่เลย เพื่อเป็นการขอบคุณและยินดีต้อนรับทุกคนที่มาเที่ยวรถไฟขบวนนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ในปี 2011 บริเวณรางรถไฟแล้วบ้านเรือนของชาวบ้านที่นี่พังเสียหาย ทุกคนก็เริ่มย้ายหนีออกไป เมืองเงียบเหงา แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยว ฟังไปแล้วก็น้ำตาคลอเนอะ จึงเกิดแนวคิดสร้างรถไฟสาย Tohoku Emotion ขบวนนี้ขึ้นมาเพื่อให้ที่นี่กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง
รถไฟขบวนนี้ไม่สามารถใช้ตั๋ว Japan Rail Pass ได้ สามารถซื้อตั๋วได้ที่ JR EAST Travel Service Centers หรือจากจุดขายตั๋วตามสถานี JR ใหญ่ๆ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ให้เอเย่นต์บริษัททัวร์ในไทยจองให้ และแนะนำให้ซื้อล่วงหน้า เพราะมีไม่กี่ที่นั่งและเป็นขบวนที่ได้รับความนิยมมาก

ตารางรถวิ่ง http://www.jreast.co.jp/tohokuemotion/m/#schedule
หรือจองตั๋วออนไลน์ได้ที่นี่

Check point 17 :ศาลเจ้าคุชิฮิกิฮาจิมังกู (Kushihiki Hachiman Shrine)

Check point 17 :ศาลเจ้าคุชิฮิกิฮาจิมังกู (Kushihiki Hachiman Shrine)

ศาลเจ้าแห่งนี้ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติแห่งชาติ และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญระดับประเทศ มีการจัดแสดงชุดเกราะโบราณ Akaito Odoshi Yoroi ไว้ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโคคุโฮะคัง นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงอุปกรณ์โบราณต่างๆ และมีอาคารตะวันตกแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยกให้เป็นมรกดทางวัฒนธรรมอีกด้วยค่ะ

มาถึงแล้วก็ขอเข้าไปไหว้ศาลเจ้ากันก่อนค่ะ โดยจะต้องเดินผ่านเสาโทริอิ ผ่านสะพานเพื่อเข้าไปในตัววิหาร ขึ้นชื่อว่าฮาจิมังกู ไม่ควรเดินบนสะพานตรงกลางเป๊ะ เพราะเค้ามีความเชื่อกันว่าทางเดินตรงกลางจากเสาโทริอิจนถึงวิหารเป็นทางเดินของเทพเจ้า ดังนั้น...ชิดในเลยพี่

โยนเหรียญรูห้าเยนและขอพร มาขอเนื้อคู่ในที่ที่มีประวัติเกี่ยวกับการสู้รบได้มั้ย มาศาลเจ้าใช่ว่าจะมาไหว้พระได้อย่างเดียวนะ เนื่องจากที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องชุดเกราะโบราณ เราก็จะพาคุณย้อนเวลากลับไปในอดีต แปลงร่างเป็นนักรบสวมชุดเกราะซามูไร Yoroi เดินเที่ยวเล่นในศาลเจ้าค่ะ

ตอนแรกเราคิดว่าจะใส่ชุดมิโกะ ชุดเด็กผู้หญิงในศาลเจ้า เป็นชุดสีแดงขาวแบบน่ารักๆ เนอะ ที่ไหนได้เค้าจัดชุดซามูไรมาให้เลยค่ะ บอกเลยว่าเครื่องชุดเกราะนั้นหนักมาก แต่หมวกที่สวมหนักกว่าชุดเข้าไปอีก รู้สึกว่าใส่ชุดนี้แล้วดูเข้ากับตัวเองยังไงไม่รู้ นักรบหญิงผู้ยิ่งใหญ่….

ทุกวัดทุกศาลเจ้าโซนขายเครื่องรางจะคึกคักเป็นพิเศษ
เช่าชุดเกราะซามูไรเดินถ่ายรูปรอบศาลเจ้าได้ในราคา 1000 เยน แถมไม่จำกัดชั่วโมงด้วย

เวลาเปิด-ปิด เปิดบริการทุกวัน 08.30-17.30 น.
ค่าเข้า ฟรี / พิธภัณฑสถานแห่งชาติโคคุโฮะคัง 400 เยน / มอปลาย 300 / มอต้น 200
การเดินทาง จากสถานีรถไฟ JR Hachinohe เดินต่อ 10 นาที
ที่อยู่ Yawatatyou3, Yawata, Hachinohe-shi, Aomori, 039-1105
แผนที่ https://goo.gl/maps/miN9gzeftNw
เบอร์ติดต่อ 0178-27-3053
เว็บไซต์ http://www.kushihikihachimangu.com/

Check point 18 :ถนนคนเมาที่ฮาจิโนเฮะ (Hachinohe Yataimura Miroku Yokocho)

Check point 18 :ถนนคนเมาที่ฮาจิโนเฮะ (Hachinohe Yataimura Miroku Yokocho)

ตรอกเล็กๆ สำหรับคนที่อยากดื่ม อยากเมา ในบรรยากาศแบบร้านเหล้าสไตล์อิซากายะ ให้บรรยากาศแบบย้อนยุค ยังกับหลุดไปในอดีต!!

ภายในตรอกแห่งนี้จะแบ่งเป็น 2 โซนฝั่งมิกะมาจิ 15 ร้าน และมุยกะมาจิ 11 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านเข้าไปนั่งทานได้จำนวนจำกัด
ใครอยากเมาก็ต้องรอคิว เมนูส่วนใหญ่จะเป็นอาหารท้องถิ่นที่เป็นวัตถุดิบของเมืองฮาจิโนเฮะ โอเด้ง ปิ้งย่าง อาหารที่ทานเป็นกับแกล้ม

เวลาเปิด-ปิด แตกต่างกันไปตามเวลาของแต่ละร้าน
การเดินทาง จาก JR Hon-Hachinohe Station เดิน 15 นาที (1.2 กิโลเมตร)
ที่อยู่ Hachinohe Yataimura Miroku Yokocho Muikamachi, Hachinohe, Aomori Prefecture
แผนที่ https://goo.gl/maps/uWyzyQycuTP2
เบอร์ติดต่อ 178-29-0815

Check point 19 ชานชาลาสถานี Morioka (จังหวัด Iwate)

Check point 19 ชานชาลาสถานี Morioka (จังหวัด Iwate)

จากสถานี JR Hon-Hachinohe เราจะใช้ JR East-South Hokkaido Rail Pass นั่งรถไฟ Shinkansen Hayabusa 12 มาลงที่สถานี Morioka จังหวัดอิวาเตะ ระหว่างรอเปลี่ยนขบวนจะมี Shinkansen จูบกันให้เราดูด้วย โดยจะเป็น Hayabusa 12(สีเขียว) ที่เรานั่งมาจะมีฉากคิสซีนกับ Komachi (สีแดง) แล้วจับมือมุ่งหน้าสู่โตเกียว

จากสถานี Morioka เราเปลี่ยนขบวนมานั่ว Shinkansen Yamabiko 42 มาลงที่สถานี Furukawa แล้วนั่งรถไฟท้องถิ่นสาย Rikuu East line มาลงที่สถานี Naruko-Onsen