All About Japan

ดอกไม้ญี่ปุ่นน่าชมนอกเหนือจากซากุระ 5 ชนิด

| ดอกไม้

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสภาพภูมิประเทศกับภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณธรรมชาติรวมทั้งดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามนานาชนิด นอกจากซากุระที่เป็นเหมือนดอกไม้ประจำชาติแล้วก็ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจมากมาย

ในหัวข้อนี้จะขอแนะนำให้รู้จักดอกไม้ที่สามารถพบเห็นได้ในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อถึงฤดูท่องเที่ยวชมดอกไม้ในแต่ละฤดูกาล ประกอบด้วย ดอกไม้สีสันสดใสทั้ง 5 ชนิด ดังต่อไปนี้

1. ดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea)

ดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ดอกอาจิไซ (Ajisai) ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านออกเป็นพุ่มกว้างมีดอกหลายสี เช่น สีฟ้า สีชมพู สีขาว สีม่วง ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของฤดูฝนที่อยู่คู่กับญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ สามารถพบเห็นได้ง่ายทั้งตามบ้านเรือน ป่า ภูเขา วัดและศาลเจ้า
อาจิไซในญี่ปุ่นมีหลากหลายสายพันธุ์และมีรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ ฮิเมะอาจิไซ (Hime-Ajisai) จะพบได้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น ลักษณะเด่นคือจะมีดอกขนาดเล็กกว่าพันธุ์อื่นๆทั่วไปแต่มีสีเข้มกว่าเล็กน้อย

ช่วงเวลาชมดอกไฮเดรนเยีย :
มิถุนายน-กรกฎาคม

แนะนำสถานที่ชมดอกไฮเดรนเยีย :
วัดเมเก็ทสึอิน (Meigetsu-in Temple) เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวา
สวนดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea Garden)ในโตเกียวซัมเมอร์แลนด์ (Tokyo Summer Land) โตเกียว
วัดมิมูโระโทจิ (Mimurotoji Temple) เมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต

2. ดอกวิสทีเรีย (Wisteria)

หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่าดอกฟูจิ (Fuji no hana) ลักษณะเป็นดอกไม้เล็กๆ จำนวนมากๆรวมตัวกันเป็นพวงระย้าคล้ายผลองุ่นและมีกลิ่นหอม ในสมัยโบราณรูปร่างของดอกฟูจิถูกเปรียบเปรยว่าสวยสง่ารามกับผู้หญิงที่อยู่ในชุดกิโมโน มักจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วยปลายฤดูใบไม้ผลิ ส่วนใหญ่สีม่วงแต่นอกจากสีม่วงแล้วก็ยังมีสีเหลือง สีขาว กับสีชมพูอ่อนด้วย

ดอกวิสทีเรียในญี่ปุ่นมีหลายสายพันธุ์ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันทั้งรูปทรงและสีสัน เช่นดอกวิสทีเรียสายพันธุ์คิวชะกุ (Kyushaku) จะมีพวงระย้าย้อยยาวสงมาเกือบ 2 เมตร โดยเถาของวิสทีเรีย จะเลื้อยโดยใช้กิ่งก้านพันเกี่ยวกันไปและสามารถเลื้อยขึ้นสูงได้ถึง 20 เมตรจากพื้น

ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย :
ปลายเดือนเมษายน-ปลายเดือนพฤษภาคม

แนะนำสถานที่ชมดอกวิสทีเรีย :
คาวาจิ ฟูจิ การ์เด้น (Kawachi Fuji Garden) จังหวัดฟุกุโอกะ
สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park) จังหวัดโทชิงิ
วัดเบียคุโกจิ (Byakugou-ji Temple) จังหวัดเฮียวโงะ

3. ดอกเบญจมาศ (Chrysanthemum)

หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรีกยว่าดอกคิคุ (Kiku) ลักษณะเป็นดอกทรงกลมกลีบดอกยาวซ้อนกันเป็นชั้นๆ และมีหลายสีหลายขนาด มีต้นกำเนิดมาจากจีน และตั้งแต่สมัยเมจิดอกเบญจาศก็ถูกนำไปใช้เป็นตราสัญลัญลักษณ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่น จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติญี่ปุ่นด้วย ดังนั้นจึงมีการใช้รูปและสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศในเอกสารราชการต่างๆ เช่นพาสปอร์ตของคนญี่ปุ่น

ดอกเบญจมาศมีหลายสีและมีความหมายตามความเชื่อแตกต่างกันไป เช่น สีเหลืองคือความโชคดี สีแดงสื่อถึงความรัก และสีขาวคือความสื่อสัตย์ ช่วงเวลาที่ดอกบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกเบญจมาศทั่วทั้งประเทศด้วย

ช่วงเวลาชมดอกเบญจมาศ :
เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

แนะนำสถานที่ชมดอกเบญจมาศ :
เทศกาลชมดอกเบญจมาศ Kasama no Kiku Matsuri เมืองคาซามะ จังหวัดอิบารากิ
เทศกาลชมดอกเบญจมาศ Asakusa Kikka Ten ที่วัดอาซาคุสะ ในโตเกียว
เทศกาลชมดอกเบญจมาศหลากสีหลายพันธุ์ Osakajo Kiku no Saiten ที่ปราสาทโอซาก้า

4. นาโนะฮานะ (Rapeseed)

นาโนะฮานะหรือดอกเรพซีด (Rapeseed) เป็นพืชในตระกูลเดียวกับผักกวางตุ้ง เมื่อออกดอกบานสะพรั่งจะมีสีเหลืองคล้ายมัสตาร์ด กลายเป็นทุ่งดอกไม้สีเหลืองสดใสในฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ สามารถพบเห็นได้ตามเขตพื้นที่ชนบทและตามพื้นที่เกษตรรวมถึงริมฝั่งแม่น้ำ ริมถนน หรือสวนสาธารณะ

นอกจากจะมีดอกที่สวยงามแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้ด้วย เช่น นำมาต้ม ผัด หุงกับข้าวหรือใช้ประดับจานอาหาร อีกทั้งเมล็ดของนาโนะฮานะก็ได้รับความนิยมในการนำไปสกัดเป็นน้ำมันพืชที่เรียกว่าน้ำมันคาโนลาด้วย

ช่วงเวลาชมดอกนาโนะฮานะ :
เดือนมกราคม-มีนาคม

แนะนำสถานที่ชมดอกนาโนะฮานะ :
รถไฟชมทุ่งดอกนาโนะฮานะ Kominato Railway ในจังหวัดชิบะ
สวนอิราโกะ นาโนฮานะ (Irago Nanohana Garden) เมืองทาฮาระ จังหวัดไอจิ
สวนนาโนะฮานะ (Nanohana Park) ริมแม่น้ำชิกุมะ จังหวัดนากาโนะ

5. ดอกลาเวนเดอร์ (Lavender)

เป็นพืชตระกูลเดียวกับกระเพราและมินต์ มีดอกสีม่วงสดใสและมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ในญี่ปุ่นนิยมปลูกกันมากในพื้นที่ทางเหนือของประเทศ เมื่อถึงช่วงเวลาที่ดอกบานสะพรั่งในฤดูร้อนก็จะได้พบกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่สวยงามหลายแห่ง

ดอกลาเวนเดอร์ที่ปลูกในญี่ปุ่นมีหลายสายพันธุ์ โดยจะมีความแตกต่างกันที่ความเข้มของสีและกลิ่น นอกจากจะปลูกเพื่อชมความสวยงามแล้ว ก็ยังนำไปใช้ทำอย่างอื่นด้วยเช่น สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย หรือเป็นส่วนผสมของขนม เครื่องดื่ม อาหารต่างๆ

ช่วงเวลาชมดอกลาเวนเดอร์ :
กลางเดือนมิถุนายน-ต้นเดือนสิงหาคม

แนะนำสถานที่ชมดอกลาเวนเดอร์ :
ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm) เมืองฟุราโนะ ฮอกไกโด
สวนลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ (Horomitoge Lavender Garden) เมืองซัปโปโร
สวนโออิชิ (Oishi Park) ริมทะเลสาบคาวากูชิโกะ จังหวัดยามานาชิ