All About Japan

รวมที่ชมดอกไม้ 5 แห่งในโตเกียวและจังหวัดใกล้ๆ

| ดอกไม้ , Kanto

ไปโตเกียวต้องรู้ไว้ รวมห้าสวนดอกไม้เช้าไปเย็นกลับที่สวยสุดๆและไม่ซ้ำ

Tokyo Flower Trip

นอกจากชมความศิวิไลซ์ของโตเกียวแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสธรรมชาติกันบ้าง โตเกียวก็มีที่ชมดอกไม้สวยๆ หลายแห่งเลยนะ เมืองรอบๆที่เดินทางไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ก็น่าสนไม่น้อย เพราะดอกไม้เขางามจริงๆ

1 Hitachi Seaside Park

Hitachi Seaside Park เป็นสวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อยู่ในจังหวัดอิบารากิซึ่งก็ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติต่างก็แวะเวียนมาเที่ยวชมไม่ขาดสาย

สวนนี้มีทุ่งดอกเนโมฟีลาที่โด่งดัง ดอกเนโมฟิลาเป็นดอกไม้สีฟ้าไปจนถึงออกม่วงๆ จะออกดอกบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บานสั้นๆแค่ช่วงเมษายน - พฤษภาคม นอกจากจะได้ชมดอกเนโมฟิลาแล้ว ด้วยพื้นที่สวนขนาด 1.9 ล้านตารางเมตร ทำให้มีการแบ่งโซนดอกไม้ได้หลายโซน เช่น โซนดอกทิวลิป โซนดอกแดฟโฟดิล เป็นต้น ดูแผนที่สวนได้ด้านหน้าทางเข้าแล้วก็เลือกเอาเลยว่าอยากไปชมดอกอะไร สวนนี้สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี มีดอกไม้สวยๆ บานต้อนรับทุกฤดู แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับฤดูกาลที่ดอกไม้บานด้วยว่าช่วงไหนเป็นของดอกอะไร และสวนนี้ก็มีรถรางให้บริการสำหรับคนที่ไม่อยากเดินเยอะมาก หรือถ้าใครอยากปั่นจักรยานชมสวน ที่นี่เขาก็มีให้เช่าด้วยนะ

เวลาทำการ
09.30 - 17.00 น.
วันหยุด
วันจันทร์

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป) 410 เยน
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 210 เยน
นักเรียนชั้นประถม - มัธยม 80 เยน
อายุต่ำกว่า 6 ขวบ ฟรี

การเดินทาง
การเดินทางมาชมทุ่งดอกเนโมฟิลาก็ไม่ยาก เพียงขึ้นรถไฟด่วนที่โตเกียวจากสถานี JR Ueno ขบวนด่วนพิเศษ Super Hitachi ไปลงสถานี Katsuta เสร็จแล้วก็ต่อรถโดยสารประจำทางสาย Ibaraki Kotsu Bus (สาย 2) ไปลงที่สวน Hitachi Seaside Park

2 Nezu Shrine

ศาลเจ้า Nezu เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ใจกลางโตเกียว จึงสะดวกในการแวะเวียนมาขอพรและชมดอกไม้ มีเอกลักษณ์ตรง Senbon Torii ซึ่งเป็นประตูโทริอิเล็กๆ เรียงซ้อนกันเป็นทางยาว ทำเป็นอุโมงค์ให้คนลอดเสริมโชคลาภตามความเชื่อที่ว่าจะนำไปสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า

นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนนิยมมาเที่ยวชมดอกดอกสึสึจิ (Tsutsuji) หรือที่เรียกกันว่ากุหลาบพันปี ซึ่งมีทั้งสีชมพู สีแดง สีขาว สวยงามขนาบไปกับอุโมงค์ประตูโทริอิ ซึ่งในศาลเจ้านี้ปลูกไว้กว่า 100 สายพันธุ์ จำนวนมากกว่า 3000 ต้นบนพื้นที่ราวๆ 6,600 ตารางเมตร ช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งสวยงามคือเดือนเมษายน - พฤษภาคม ซึ่งที่ศาลเจ้าก็มีการจัดเทศกาลชมดอกสึสึจิด้วย

เวลาทำการ
09.00 - 17.30 น.

ค่าเข้าชม
200 เยน

การเดินทาง
ศาลเจ้า Nezu อยู่ไม่ไกลจากย่านอุเอโนะ จึงสะดวกในการเดินทางทั้งรถไฟและรถประจำทาง โดยถ้ามาทางรถไฟก็ให้ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Chiyoda มาลงสถานี Nezu ทางออกที่ 1 เดินไปสัก 3 นาทีแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไฟแดงที่ 2 (Nezu-Jinja-Iriguchi intersection) เดินไปอีกไม่ไกลจะเห็นศาลเจ้าอย่ทางขวามือ

หรือลงสถานี Sendagi ทางออกที่ 1 เดินประมาณ 7 นาที เลี้ยวขวาตรงไฟแดงที่ 3 แล้วเดินไปอีกนิดก็จะเห็นศาลเจ้าอยู่ทางขวามือ หรือถ้ามารถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Namboku ลงสถานี Todai-Mae ทางออกที่ 2 ก็เดินข้ามถนน Hongo-dori แล้วไปต่อประมาณ 50 เมตรเลี้ยวขวาเข้าซอยตรงที่เป็นป้ายรถประจำทาง จากนั้นเดินต่อจนมาออกจากซอยเจอถนนเล็กๆ เลี้ยวขวาตรงนั้น แล้วเดินต่ออีกสัก 3 นาทีก็จะเจอศาลเจ้าอยู่ทางซ้ายมือ

3 Hitsujiyama Park

สวนยอดนิยมอีกแห่งที่มีดอกไม้ให้ดูแบบละลานตาคือ Hitsujiyama Park อยู่เมืองจิจิบุ (Chichibu) จังหวัดไซตามะ นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวชมทุ่งดอกชิบะซากุระหรือพิงค์มอสที่ปลูกไว้กว่า 400,000 ต้น บนพื้นที่ประมาณ 17,600 ตารางเมตร และนอกจากดอกไม้แล้ว ภูเขาก็ยังสวยสุดๆ

เจ้าพิงค์มอสนี้เป็นดอกไม้เล็กๆ ขนาดประมาณ 1.5 ซม สีออกโทนโรแมนติกทั้งสีชมพู บานเย็น ม่วง และขาว สีชมพูจะมีอยู่เต็มทุ่งมากที่สุด และสีสดใสโดดเด่นจนทำให้พวกต้นไม้กับภูเขาที่เป็นพิ้นหลังหมองลงไปเลย ช่วงเวลาที่ดอกพิงค์มอสบานสวยงามที่สุดคือเดือนเมษายน - พฤษภาคม และนอกจากดอกพิงพ์มอสก็ยังมีทุ่งทิวลิปกับแนวต้นซากุระที่กำลังออกดอกพอดีเหมือนกันให้คุณๆ ได้ชมและถ่ายรูปกันด้วย

เวลาทำการ
เมษายน - พฤษภาคม
08.00 - 17.00 น.

ค่าเข้าชม
300 เยน

การเดินทาง
จังหวัดไซตามะก็อยู่ใกล้ๆ โตเกียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 80 นาที สามารถเดินทางโดยขึ้นรถไฟสาย Seibu รถด่วนพิเศษขบวน Red Arrow Express จากสถานี Ikebukuro โดยจะใช้เวลาประมาณ 78 นาที มาลงสถานี Seibu-Chichibu (ค่าโดยสาร 1,590 เยน) ซึ่งสถานีจะใกล้กับทางเข้าด้านหน้าของสวน จากนั้นก็จะเจอป้ายบอกทางเป็นระยะๆ ตั้งแต่สถานีไปจนถึงสวน ใช้เวลาเดินต่อไปที่สวนอีกประมาณ 15 นาที

4 Showa Memorial Park

Showa Memorial Park เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของโตเกียวที่มีดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่งอวดโฉมให้ชมกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะแวะมาเที่ยวฤดูกาลไหนก็จะได้ประทับใจกับสวนดอกไม้สวยๆ ที่ผลัดกันผลิบาน เช่น สวนดอกทิวลิปหลากสีที่มีกว่า 23,000 ต้น สวนดอกแดฟโฟดิลสีเหลืองสดใส สวนดอกเรฟซีด สวนดอกวิสทีเรีย สวนดอกไอริส และสวนดอกไม้ป่าสีม่วง เป็นต้น ในสวนจะมีป้ายบอกว่าช่วงเดือนไหนมีดอกไม้อะไรบาน สวนนี้มีการจัดงานเทศกาลดอกไม้และกิจกรรมต่างๆ บ่อยครั้งด้วย งานที่ขึ้นชื่อของสวนก็คือเทศกาลดอกคอสมอส จัดขึ้นช่วงกันยายน - ตุลาคม

เวลาทำการ
มีนาคม - ตุลาคม
09.30 - 17.00 น.
พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์
09.30 - 16.30 น.
วันหยุด
31 ธันวาคม - 1 มกราคม
จันทร์ที่ 4 ของเดือนกุมภาพันธ์และวันถัดไปอีกวัน

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (15 ปีขึ้นไป) 450 เยน
ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 210 เยน
เด็กก่อนวัยเรียน - มัธยมต้น ฟรี

การเดินทาง
เดินทางจากสถานี JR Shinjuku โดยขึ้นรถไฟสาย Chuo ไปประมาณครึ่งชั่วโมง (ค่ารถไฟ 470 เยน) ลงสถานี Tachikawa ทางออกฝั่งทิศเหนือ แล้วเดินมาตามถนนที่ขนานไปกับห้าง Isetan อีกไม่ไกลก็ถึงสวน หรือจะต่อรถไฟสาย Ome อีกนิดมาลงสถานี Nishi-Tachikawa ก็ได้ สถานีหลังจะใกล้สวนมากขึ้นเล็กน้อย เดินต่อไปอีกนิดเดียวก็เข้าประตูด้านข้างของสวน

5 Kyu-Furukawa Gardens

Kyu-Furukawa Gardens เป็นสวนกุหลาบที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโตเกียว อยู่ในเขตคิตะ เดิมทีนั้นเป็นบ้านพักส่วนตัวของนักการเมืองสมัยเมจิชื่อ มุตสึ มุเนมิตสึ (Mutsu Munemitsu) ภายหลังเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่ปี 1956

กุหลาบที่นี่ก็มีหลายสีกว่า 100 สายพันธุ์ บางพันธุ์เป็นชื่อคนดัง เช่น Queen Elizabeth หรือ Princess Michiko เป็นต้น โดยปลูกไว้รอบๆ อาคารสไตล์ยุโรป การตกแต่งสวนก็เป็นแบบยุโรป ดอกกุหลาบในสวนมีขนาดดอกใหญ่ยักษ์ทั้งนั้น จะมีบานสวยๆ ให้ชมกันปีละ 2 ครั้งคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม - มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม - พฤศจิกายน) ช่วงที่กุหลาบบานจะมีการจัดงานเทศกาลกุหลาบด้วย ในงานก็มีกิจกรรมต่างๆ และการแสดงดนตรีที่คุณจะได้ฟังคลอไปกับกลิ่นกุหลาบที่อบอวล น่าสนใจมากสำหรับคนรักกุหลาบ

เวลาทำการ
09.00 - 17.00 น.
วันหยุด 29 ธันวาคม - 1 มกราคม
ช่วงกลางเดือนมกราคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์ปิดช่วงบ่าย 12.00 - 17.00 น.

ค่าเข้าชม
บุคคลทั่วไป150 เยน
ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 70 เยน
เด็ก (ตั้งแต่ชั้นประถมลงไป) ฟรี

การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Keihin-Tohoku ลงสถานี Kami-Nakazato หรือขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Namboku มาลงสถานี Nishigahara ทางออกที่ 1 แล้วเดินต่อไปที่สวนอีกประมาณ 10 นาที

ผู้เขียน: hikawasa
นักแปลภาษาญี่ปุ่น-ไทย-อังกฤษ/นักเขียน (มือใหม่)
รักการ์ตูนเรื่องคุโรโกะ โนะ บาสเก็ตมากทุกรูปแบบทั้งอนิเมะ มังงะ เกม กู๊ดส์
คางามิ ไทกะคือเมนเรา ไอ เลิฟ ยูว