All About Japan

5 ที่เที่ยวในเกียวโตที่ไม่ใช่วัด (2019)

| Kyoto

เมื่อได้ยินชื่อเกียวโต ภาพแรกที่ทุกคนนึกถึงคงเป็นวัดและศาลเจ้ามากมาย แต่วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่เที่ยวรูปแบบอื่นในเกียวโตที่ไม่ได้มีแค่วัด ทั้งสตูดิโอถ่ายหนัง พิพิธภัณฑ์รถไฟ พิพิธภัณฑ์มังงะ สวนพฤกศาสตร์ และตลาดเก่าแก่ประจำเมือง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับทริปไปเกียวโตของคุณ

1. โทเอเกียวโตสตูดิโอพาร์ค (Toei Kyoto Studio Park)

หลายคนมักกล่าวกันว่าบรรยากาศของเมืองเกียวโตนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ย้อนกลับไปสู่อดีต แต่ก็ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งภายในเมืองที่ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป นั่นก็คือที่โทเอเกียวโตสตูดิโอพาร์ค สตูดิโอสำหรับถ่ายภาพยนตร์ญี่ปุ่นย้อนยุคของค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง "โทเอ" ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมฉากจำลองต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมจริงในการถ่ายทำภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า บ้านเรือน สำนักงาน ไปจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ

นอกจากการเดินชมบรรยากาศภายในสตูดิโอแล้ว ยังมีการให้เช่าชุดในหลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนินจา ซามูไร หรือเกอิชา เพื่อให้ถ่ายรูปเข้ากับฉากต่างๆ และสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในโลกของภาพยนตร์ พื้นนี้ในบริเวณสตูดิโอแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยโซนร้านค้า คาเฟ่ สวนสนุกที่มีไฮไลท์คือบ้านผีสิง และโรงภาพยนตร์สามมิติแบบ 360 องศา เพื่อให้สัมผัสกับความสนุกสนานได้ครบทุกรูปแบบ

ค่าเข้าชม : 2,200 เยน
เวลาเปิดปิด : 09.00 - 17.00 น. (ถึง 9.30 - 16.30 น. ในช่วงธันวาถึงกุมภา)
การเดินทาง :
รถไฟ - จากสถานี Kyoto ขึ้นรถไฟสาย JR Sagano มาลงที่สถานี Hanazono จากนั้นเดินต่ออีก 15 นาที
รถบัส - ขึ้นรถบัส City Bus สาย 75 หรือ Kyoto Bus สาย 72, 73 มาลงที่ป้าย Uzumasa Koryuji-mae

2. พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต (Kyoto Railway Musuem)

ทุกคนที่มีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นคงทึ่งกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของระบบรถไฟหลากหลายรูปแบบที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโตแห่งนี้ถือเป็นจุดที่รวมเอาเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับรถไฟมาถ่ายทอดได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งต่อให้ไม่ใช่คนที่หลงใหลหรือสนใจในเรื่องของรถไฟมาก่อน ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย ทั้งจากกิจกรรมจำลองการขับรถไฟ ไปจนถึงการได้สัมผัสกับขบวนรถไฟแต่ละขบวนจริงๆ

พื้นที่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบไปด้วย 4 โซนหลักๆ ทั้งโซนพิพิธภัณฑ์ โซนโรงจอดรถจักรไอน้ำ โซนสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ และโซนร้านอาหาร โดยในส่วนของพิพิธภัณฑ์นั้นมีการจัดแสดงหัวรถจักรรูปแบบต่างๆ ทั้งหมด 53 คัน ซึ่งมีตั้งแต่หัวรถจักรไอน้ำ ไปจนถึงหัวรถจักรชินคันเซ็นรุ่นล่าสุดให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ค่าเข้าชม : 1,200 เยน
เวลาเปิดปิด : 10.00 - 17.30 น. (ปิดทุกวันพุธ)
การเดินทาง : จากสถานี Kyoto ขึ้นรถบัสสาย 86, 88, 103, 104, 110, 205 หรือ 208 มาลงที่ป้าย Umekoji-koen-mae (หรือ Kyoto Railway Museum-mae) และเดินต่ออีก 3 นาที

3. ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market)

ตลาดนิชิกิคือตลาดที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโต ถือเป็นตลาดที่มีความหลากหลายของสินค้าสูงมาก มีตั้งแต่ขนม อาหาร ของสด ผักผลไม้ ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และเสื้อผ้า ร้านค้าหลายร้านจำหน่ายวัตถุดิบหรืองานฝีมือชั้นเลิศของท้องถิ่น ทำให้การเดินตลาดแห่งนี้ได้ทั้งความอิ่มอร่อย ได้เลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่อของเกียวโต และได้ของฝากของที่ระลึกที่ไม่เหมือนใคร และยังสามารถแวะมาเดินได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ที่ตั้งของตลาดนิชิกิยังอยู่ในบริเวณเดียวกับย่านคาวารามาชิ ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งชื่อดังของเกียวโต หากเดินซื้อของในตลาดเสร็จแล้ว ก็ยังสามารถเดินช้อปปิ้งต่อในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างสะดวก โดยหนึ่งในห้างสรรพสินค้าสำคัญในย่านนี้ก็คือห้าง Takashimaya Kyoto และยังมีร้านรวงต่างๆ อีกมากมายตลอดสองฝั่งถนน

ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิดปิด : 09.00 - 18.00 (ร้านอาหารและร้านค้าบางส่วนเปิดทำการจนถึงตอนค่ำ)
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Hankyu-Kyoto มาลงที่สถานี Karasuma หรือสาย Kyoto Subway Karasuma มาลงที่ Shijo จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

4. พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโต (Kyoto International Manga Musuem)

นอกจากวัดและศาลเจ้า หากเอ่ยคำว่าพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาก็อาจให้ความรู้สึกน่าเบื่อไม่ต่างกัน แต่สำหรับพิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติเกียวโตแห่งนี้ เพียงแค่ได้ยินชื่อก็น่าจะสร้างความสนใจให้กับใครหลายๆ คนได้เป็นอย่างดี โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีหนังสือการ์ตูนอยู่มากถึง 50,000 เล่ม ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมหนังสือการ์ตูนที่เก่าแก่และมีค่าทั้งในญี่ปุ่นและจากทั่วโลก และยังบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับมังงะให้กับผู้เข้าชม นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียน และการ Workshop ต่างๆ ที่เกี่ยวกับมังงะให้เข้าร่วมอยู่ตลอดทั้งปีอีกด้วย

ค่าเข้าชม : 800 เยน
เวลาเปิดปิด : 10.00 - 18.00 น.
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Karasuma หรือ Tozai มาลงที่สถานี Karasuma-Oike

5. สวนพฤกศาสตร์เกียวโต (Kyoto Botanical Garden)

5. สวนพฤกศาสตร์เกียวโต (Kyoto Botanical Garden)

สำหรับใครที่มองหาพื้นที่สีเขียวในเมืองเกียวโต สวนพฤกศาสตร์เกียวโตนั้นถือเป็นสถานที่ยอดนิยมอันดับต้นๆ ซึ่งพื้นที่ด้านในประกอบไปด้วยพันธ์ุไม้กว่า 250,000 ต้น จากทั้งหมด 4,500 สายพันธ์ุ และยังเป็นสวนเก่าแก่ที่มีอายุเกือบ 100 ปี ความโดดเด่นของสวนแห่งนี้คือการแบ่งโซนจัดแสดงพันธุ์ไม้ออกเป็น 4 ฤดู ทำให้ไม่ว่าจะแวะมาเยือนสวนแห่งนี้ในช่วงเวลาใด ก็จะได้พบกับดอกไม้ที่มีความโดดเด่นของฤดูนั้นๆ เสมอ

สวนพฤกศาสตร์เกียวโตยังถือเป็นจุดที่สามารถชมดอกซากุระ ที่มีซากุระมากถึง 500 ต้น และใบไม้เปลี่ยนสีก็มีความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของเกียวโต และด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงมีความแออัดน้อยกว่าการไปชมซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีตามวัดต่างๆ ที่มีขนาดเล็ก และมักจะเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก

ค่าเข้าชม : 200 เยน
เวลาเปิดปิด : 09.00 - 17.00 น.
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Karasuma มาลงที่สถานี Kitayama

ผู้เขียน: ชินพงศ์ มุ่งศิริ
เริ่มต้นทำงานเป็นช่างภาพอิสระหลังเรียนจบ เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งจนครบทั้ง 4 ฤดูอันสวยงาม และเกือบครบทุกภูมิภาค มีผลงานภาพถ่ายตีพิมพ์ในไกด์บุ๊คระดับโลกอย่าง Lonely Planet ถึง 3 เล่ม คือ Discovery Japan, Japan และ Kyoto รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง National Geographic Traveler UK, BBC Travel, Travel+Leisure, TIME และอีกมาก

นอกจากการถ่ายทอดความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันยังหันมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางตัวอักษรทั้งในฐานะนักเขียนและนักแปลควบคู่กันไปอีกด้วย