All About Japan

6 กิจกรรมแสนสนุกที่ญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาว

| เทศกาล

รวม 6 สถานที่เที่ยวญี่ปุ่นในหน้าหนาว ชมเทศกาลหิมะที่ Sapporo, ชมหมู่บ้าน Shirakawago หรือแช่บ่อน้ำร้อนที่ Noboribetsu Onsen มาร่วมสัมผัสกลิ่นอายความหนาวเย็นและหิมะของญี่ปุ่นไปพร้อมกัน!

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทย สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ไม่ยาก และยิ่งไปกว่านั้นคือสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูทั่วทั้งปี จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทยเองที่อาจจะไม่เคยชินกับอากาศหนาว แต่อยากสัมผัสอากาศหนาวแบบหิมะตกโปรยปรายสวย ๆ ขอบอกว่าห้ามพลาดไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นเลยนะ

1. เที่ยวเทศกาลคามาคุระ (Kamakura)

จัดขึ้นที่ยูนิชิงาวะออนเซ็น เมืองนิกโก้ จังหวัดโทชิกิ จริง ๆ แล้วเทศกาลนี้จัดขึ้นหลายที่ในญี่ปุ่นช่วฤดูหนาว แต่เราเลือกนิกโก้เพราะว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่เรารู้จักกันดี จุดเด่นของเทศกาลนี้คือคนในท้องถิ่น (หรือบางครั้งก็จะเป็นนักท่องเที่ยว) จะสร้างบ้านหิมะขึ้นมาจากการนำหิมะมากองเป็นภูเขาเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เอาหิมะข้างในออกมา จนสามารถเข้าไปนั่งผิงไออุ่นจากในนั้นได้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านเอสกิโมเลย และเพื่อสร้างความอบอุ่น เค้าจะจุดเทียนเอาไว้ในบ้านแต่ละหลัง ทำให้บริเวณนั้นจะมีเทียนนับพันเล่ม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหนาวเลย
นอกจากบ้านหิมะแล้ว ที่นี่่ยังมีการประดับแสงไฟสวยงามบนต้นไม้และมีการแสดงแสงไฟด้วย และอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบอีกอย่างก็คือการย่างบาร์บีคิวท่ามกลางบ้านหิมะ (ต้องจองล่วงหน้าก่อนนะ)

ระยะเวลา : ปลายเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี
ค่าเข้าชม : บัตร One day pass ราคา 510 เยน
ที่อยู่ : Yunishigawa, Nikko, Tochigi Prefecture 321-2601
การเดินทาง
・นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kinugawa Onsen จากนั้นนั่งรถบัสมาลงที่สถานี Yunishigawa Onsen ต่อรถบัสขนส่งสาย Nikko ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ลงรถหน้าเรียวกัง Honke Bankyu จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที
・นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kinugawa Onsen ต่อรถไฟสาย Toubu Kinugawa มาลงที่สถานี Yunishigawa Onsen ต่อรถบัสขนส่งสาย Nikko ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ลงรถหน้าเรียวกัง Honke Bankyu จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

2. เล่นสกีที่นากาโน (Nakano)

อำเภอนากาโนะ (Nakano) เป็นสถานที่ที่มีการเล่นกีฬาหน้าหนาวเป็นแห่งแรก ๆ ในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหน้าหนาวในปี 1998 อีกด้วย โดยนากาโนะตั้งอยู่เกือบใจกลางของประเทศและถูกภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตรโอบทั้ง 4 ด้าน จึงมีสถานที่สำหรับเล่นสกีอันเป็นที่นิยมตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติโจชิเนทซึ โคเกน (Joushinetsu National Park)
ในบริเวณลานสกี Shiga Kougen (Shiga Kougen ski) จะมีลานสกีสโลปทั้งหมด 18 แห่ง ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน รวมถึงความยากง่ายหลายระดับ และมีลิฟต์ที่สูงกว่า 1,500 เมตรไว้คอยบริการ ทำให้ที่นี่เป็นลานสกีที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่นิยมแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปแต่ละจุดของลานสกีได้โดย Shuttle Bus ที่มีบริการอยู่ตลอดเส้นทาง หากเพื่อนๆ อยากจะเที่ยวให้รอบ ก็สามารถเลือกซื้อ Pass สำหรับนั่งรถ Shuttle Bus ทั้งวัน ไม่จำกัดเที่ยวได้ในราคาที่คุ้มค่า

ระยะเวลา : ช่วงฤดูหนาว
ที่อยู่ : Nagano-ken Shimotakaigun Yamanouchimachi Ooaza Hirao 7148(Hasuike) ShigaKogen Sogo Kaikan98
การเดินทาง : สามารถนั่งรถไฟสาย JR ไปลงทีสถานี Nagano ทางออกตะวันตก (East Exit) และต่อรถบัส Nagaden มาลงที่ลานสกี Shiga Kogen (รถบัสที่วิ่งตรงในช่วงต้นเดือนธันวาคมจะให้บริการ 4 เที่ยวต่อวัน)

3. เทศกาลหิมะที่ซัปโปโร (Sapporo Snow Festival)

เป็นงานเทศกาลใหญ่ประจำฤดูหนาวที่สวยมาก ๆ จัดขึ้นที่เมืองซัปโปโร เกาะฮอกไกโด ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 1950 เค้าจะมีการแกะสลักน้ำแข็งและปั้นหิมะออกมาเป็นรูปทรงต่างๆ ที่สวยงามและยิ่งใหญ่อลังการ ที่สวนโอโดริ (Odori Park) ในระยะทางยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร ทำให้เหมือนเป็นงานแสดงศิลปะท่ามกลางความหนาวเหน็บของหิมะ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีงานแสดงแสงไฟกับงานแกะสลักน้ำแข็งในตอนกลางคืนอีกด้วย เรียกได้ว่าพลาดไม่ได้เลย
หากยังไม่จุใจ สามารถไปชมต่อได้ที่บริเวณจัดงานซุซุกิโนะ (Susukino site) ทางใต้ของสวนสวนโอโดริ (Odori Park) ก็จะมีการจัดแสดงประติมากรรมน้ำแข็งน้อยใหญ่มากมายกว่า 100 ชิ้นไว้ให้ชมเช่นกัน

ระยะเวลา : ต้นเดือน‐กลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าบริการ แต่สามารถขึ้นไปชมวิวที่ Sapporo TV Tower ได้ในราคา 720 เยน สำหรับผู้ใหญ่และ 1,100 เยน สำหรับเข้าชมทั้งกลางวันและกลางคืน
ที่อยู่ : 060-0042 Sapporo, Chuo Ward, Odorinishi, Hokkaido
การเดินทาง : นั่งรถไฟจากสถานี JR Sapporo สาย Toho หรือ Namboku มาลงที่สถานี Odori ออกทางออกหมายเลข 2, 5, 6 หรือ 8

4. เที่ยวชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกของประเทศญี่ปุ่น โดยตั้งอยู่ในอำเภอกิฟุ (Gifu) โดยหมู่บ้านนี้ยังคงอนุรักษ์เสน่ห์แบบยุคเก่าอยู่ ทั้งการมุงหลังคาที่มีความชันขึ้นไปถึง 60 องศาที่เรียกว่ากัสโซ (Gassho-zukuri มีลักษณะเป็น สามเหลี่ยมน่ารักมากๆ) ต้นไม้และบ้านแต่ละหลังจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ เนรมิตที่แห่งนี้ให้กลายเป็นหมู่บ้านแห่งเทพนิยายที่เต็มไปด้วยสีขาวโพลน และกิจกรรมไฮไลท์พิเศษเฉพาะในช่วงฤดูหนาว คือการเปิดไฟ Light-up ภายในชิราคาวาโกะตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณห้าโมงเย็นเป็นต้นไป ถือเป็นวิวที่สวยงามจนลืมไม่ลงเลยล่ะ ถ้าหากต้องการชมวิวอันสวยงามของ ชิราคาวาโกะจากมุมสูง ก็สามารถเดินทางไปที่จุดชมวิว Shiroyama View point ได้โดยการใช้บริการรถ Shuttle bus ในราคา 200 เยน

ระยะเวลา : ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี
ที่อยู่ : 517 Hatogaya, Shirakawa-mura, Ōno-gun, Gifu-ken501-5692
การเดินทาง :
- จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) สามารถนั่ง Hokuriku Shinkansen มาลงที่สถานี Toyama ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นนั่งรถบัส Nohi หรือ หรือ Toyama Chiho Railway ลงที่ Shirakawago ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
- จากนาโกย่า (Nagoya) สามารถนั่ง Gifu Bus มาลงที่ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
- จากทาคายาม่า (Takayama) สามารถโดยสารรถบัส Nohi,HOKURIKU RAIL ROAD หรือ Toyama Chiho Railway มาลงที่ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

5. แช่ออนเซ็นที่ Noboribetsu Onsen

จริง ๆ แล้วการแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นนั้นสามารถทำได้ทั่วญี่ปุ่น และจะฟินมากขึ้นเป็นพิเศษเมื่อแช่ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย ซึ่งในครั้งนี้เราจะขอแนะนำที่ Noboribetsu Onsen ซึ่งเป็นแหล่งของออนเซ็นที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น โดยมีแหล่งการเกิดน้ำร้อนที่ Jigokudani หรือ Hell Valley โดยชื่อนี้มาจากกลิ่นแร่กัมมะถันที่รุนแรงลอยทั่วบริเวณนั้นเอง

ค่าเข้าชม : ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละโรงแรม ซึ่งมีมากมายหลายโรงแรมให้เลือกพัก (ถ้าพักที่โรงแรมนั้น ๆ ก็มักจะได้แช่ฟรี)
ที่อยู่ : Hokkaido, Noboribetsu, Noboribetsu Onsen-cho 60
การเดินทาง : จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) สามารถเดินทางได้โดยรถไฟ JR Shinkansen สาย Tohoku หรือ Hokkaido ลงที่สถานี Shin Hakodate Hokuto จากนั้นนั่งรถไฟ Hokuto limited express ลงที่สถานี Noboribetsu

6. ชมกำแพงหิมะที่ Tateyama Kurobe Alpine Route

อันดับที่ 6 นี้อาจจะหลุดโผไปสักหน่อย แรกเริ่มเดิมที Tateyama Kurobe Alpine Route เป็นเส้นทางรถบัสที่จะพาคุณข้ามจากโทยามะ (Toyama) ไปยังนากาโน่ (Nagano) แต่เนื่องจากบรรยากาศระหว่างทาง ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ที่เต็มไปด้วยหิมะตกหนักในจากช่วงฤดูหนาวนั้นสวยงามเกินบรรยาย จึงกลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชมวิวสำหรับผู้ที่เดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงปลายฤดูใบไม้ร่วงแต่ยังต้องการจะเห็นหิมะอยู่
กำแพงหิมะนี้เกิดจากหิมะที่ตกในช่วงฤดูหนาวนี้มีความสูงถึง 20 ฟุต และนอกจากจะเป็นเส้นทางรถบัสแล้ว ก็ยังมีกระเช้า, รถเลื่อนและรถไฟ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกการเดินทางอื่นๆ ที่สะดวกได้เช่นกัน

ระยะเวลา :
• ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการทุกเส้นทาง (Dentetsu Toyama – Shinano-Omachi) กลางเดือนเมษายน – 30 พฤศจิกายน
• ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการบางส่วน (Dentetsu Toyama – Midagahara) ต้นเดือนเมษายน – กลางเดือนเมษายน
• ปิดเส้นทางตั้งแต่ เดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนเมษายน
วันเวลาที่แน่นอนในแต่ละปี สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://www.alpen-route.com/th/
ที่อยู่ : 1-1-1 Sakuramachi, Toyama 930-0003, Toyama
การเดินทาง : สามารถเดินทางได้ด้วย Hokuriku Shinkansen โดยสามารถซื้อตั๋วสำหรับเดินทางโได้ที่สถานี Dentetsu Toyama สำหรับผู้ที่ถือพาสปอร์ตสำหรับท่องเที่ยว (ระยะเวลาพำนักไม่เกิน 90 วัน) สามารถซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียวได้ในราคาพิเศษ จาก 12,090 เยนเหลือ 9,000 เยน