All About Japan

5 ขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษใน “โทโฮคุ”

| รถไฟ , โทโฮคุ

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) อาจยังไม่เป็นที่นิยมและไม่เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยว แต่ก็เต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ แหล่งออนเซ็นขึ้นชื่อ และยังมีขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษมากมายที่จะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์และความน่าประทับใจหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทั้ง 5 ขบวนที่เราเลือกมาแนะนำต่อไปนี้ อาจทำให้คุณหลงรักภูมิภาคโทโฮคุอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

1. Resort Shirakami รถไฟชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอันงดงามของโทโฮคุ

Resort Shirakami ถือเป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆในภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งจะพาไปสัมผัสภูมิประเทศอันสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้ทั้งภูเขา ทุ่งนา และที่โดดเด่นมากที่สุดก็คือพื้นที่ชายฝั่งทะเลซึ่งเต็มไปด้วยโขดหินหลากหลายขนาดที่ดูแปลกตา โดยความพิเศษของรถไฟขบวนนี้คือเมื่อแล่นผ่านจุดชมวิวสวยๆ ก็จะชะลอความเร็วเพื่อให้ทุกคนถ่ายรูปและชื่นชมกับความงามได้อย่างเต็มตา และในช่วงที่ไม่มีวิวสวยๆให้ชม ก็ยังมีการเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการบรรเลงเพลงพื้นบ้านญี่ปุ่นด้วยเครื่องดนตรีชามิเซ็นจากนักดนตรีในท้องถิ่นอีกด้วย

ขบวนรถไฟ Resort Shirakami ยังมีการแบ่งย่อยออกไปอีก 3 รูปแบบ คือ “ขบวนอาโออิเคะ (Aoike)” ที่ใช้สีฟ้าเป็นธีมเพื่อสื่อถึงสีสันของน้ำในทะเลและทะเลสาบจูนิ “ขบวนบุนะ (Buna)” ตามชื่อต้นไม้ประเภทหนึ่ง ที่ใช้สีเขียวเพื่อสื่อถึงสีสันของเทือกเขาชิราคามิ และ “ขบวนคุมาเกระ (Kumagera)” ที่ใช้สีส้ม-แดงเพื่อสื่อถึงสีของนกหัวขวานคุมาเกระและสีสันของพระอาทิตย์ตกยามเย็น ซึ่งทั้งหมดจะวิ่งคนละช่วงเวลา และมีผังและรูปแบบที่นั่งที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยเส้นทางการวิ่งของรถไฟขบวนนี้นั้นเชื่อมต่อสองเมืองใหญ่อย่างอากิตะ (Akita) และอาโอโมริ (Aomori) ซึ่งสามารถต่อรถไฟชินคันเซนทั้งขาไปและขากลับจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวได้อย่างสะดวกสบาย

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Akita - สถานี Aomori
เวลาในการเดินทาง : ประมาณ 5 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวัน
ค่าโดยสาร : 4,950 เยน (สามารถใช้ JR Pass ได้)

2. Toreiyu Tsubasa ชินคันเซนที่มาพร้อมบ่อออนเซ็นบนขบวนรถไฟ

นอกจากภูมิภาคโทโฮคุจะมีชื่อเสียงในเรื่องของธรรมชาติอันสวยงาม และผลผลิตทางการเกษตรที่ทั้งอร่อยและมีคุณภาพแล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนหรือออนเซ็นที่มีชื่อเสียงมากมาย และแทนที่จะเดินทางไปแช่ออนเซ็นในเรียวกังตามแบบฉบับญี่ปุ่นตามปกติ ทางบริษัทรถไฟ JR East ก็ได้นำขบวนรถไฟ Yamagata Shinkansen มาดัดแปลงเป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษอย่าง Toreiyu Tsubasa ที่มาพร้อมกับบ่อออนเซ็นบนขบวนรถไฟกันเลย

แน่นอนว่าด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่าง บ่อออนเซ็นบนรถไฟขบวนนี้จึงไม่ใช่บ่อขนาดใหญ่ที่สามารถลงไปแช่ได้ทั้งตัว แต่เป็นบ่อสำหรับแช่เท้าเท่านั้น ซึ่งพื้นที่ของบ่อออนเซ็นนั้นก็ได้ถูกออกแบบเอาไว้ให้นั่งแช่เท้าอย่างสบายๆ และยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้ที่ตู้เลานจ์ของรถไฟบวนนี้มีลักษณะเป็นโต๊ะไม้พร้อมกับเสื่อทาทามิที่ให้บรรยากาศราวกับนั่งอยู่ในเรียวกัง และตลอดเส้นทางของรถไฟขบวนนี้ก็เต็มไปด้วยหมู่บ้านออนเซ็นที่มีชื่อเสียงมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือกินซันออนเซ็น (Ginzan Onsen) อันโด่งดัง ที่สามารถต่อรถบัสไปได้จากสถานี Oishida ที่รถไฟขบวนนี้แวะจอดระหว่างการเดินทาง

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Fukushima - สถานี Shinjo
เวลาในการเดินทาง : ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
ตารางการให้บริการ : ไม่มีตารางให้บริการที่แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดของญี่ปุ่น
ค่าโดยสาร : 4,940 เยน (สามารถใช้ JR Pass ได้)

3. Pokemon With You Train ขบวนรถไฟโปเกม่อนแสนน่ารัก

เป็นที่รู้กันดีว่าภัยพิบัติอันน่าโศกเศร้าที่เกิดขึ้นกับภูมิภาคโทโฮคุในช่วงปี 2011 ที่ผ่านมานั้นได้สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในพื้นที่เป็นอย่างมาก และซ้ำยังทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากเดิมอย่างน่าใจหาย ขบวนรถไฟ Pokemon With You Train ที่เต็มไปด้วยลวดลายน่ารักๆของปิกาจู ตัวการ์ตูนอันแสนน่ารักและมีชื่อเสียงจากเรื่องโปเกมอน จึงได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นขบวนรถไฟพิเศษที่ทั้งช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กๆในเมืองที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและซึนามิ และช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยือนพื้นที่แห่งนี้อีกครั้ง

จุดเริ่มต้นของรถไฟขบวนนี้อยู่ที่สถานี Ichinoseki ซึ่งเป็นจุดจอดของรถไฟโทโฮคุชินคันเซน และวิ่งไปสิ้นสุดที่สถานี Kesennuma หนึ่งในเมืองชายฝั่งทะเลที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากภัยพิบัติในครั้งนั้น โดยตลอดการเดินทางไปกับรถไฟบวนนี้ บรรดาคนรักโปเกมอนทุกเพศทุกวัยจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและการตกแต่งน่ารักๆ ตั้งแต่ป้ายตอนรับบริเวณสถานีต้นทาง ไปจนถึงตู้ที่นั่งและตู้ Play Room อันกว้างขวางที่สามารถนั่งเล่น และถ่ายรูปกับตุ๊กตาปิกาจูหลากหลายขนาดได้อย่างจุใจ

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Ishinoseki - สถานี Kesennuma
เวลาในการเดินทาง : ประมาณ 2 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ไม่มีตารางให้บริการที่แน่นอน สามารถตรวจสอบตารางจากเว็บไซต์ได้ ที่นี่
ค่าโดยสาร : 1,660 เยน (สามารถใช้ JR Pass ได้)

4. SL Ginga รถจักรไอน้ำแห่งกาแล็กซี่และดวงดาว

นอกเหนือจากรถไฟ Pokemon With You Train ที่ทำหน้าช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้คนในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนพื้นที่เหล่านี้แล้ว ก็ยังมีรถไฟอีกขบวนที่ทำหน้าที่ด้วยเหตุผลเดียวกัน นั่นก็คือขบวนรถจักรไอน้ำ SL Ginga ซึ่งแต่เดิมนั้นหัวรถจักรไอน้ำอายุกว่า 70 ปีขบวนนี้ได้ถูกนำไปจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและซึนามิในปี 2011 รถจักรไอน้ำขบวนนี้ก็ได้ถูกซ่อมแซมและนำออกใช้งานอีกครั้งในปี 2014 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและการถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้งของชาวเมือง

นอกจากความสง่างามของหัวรถจักรไอน้ำแล้ว ตู้รถไฟทั้ง 4 ตู้ก็ยังมีความโดดเด่นด้วยลวดลายรูปนกและดวงดาวที่บริเวณภายนอก ซึ่งทั้งชื่อขบวนรถไฟและลวดลายเหล่านี้มีที่มาจากนวนิยายแฟนตาซีอันมีชื่อเสียงเรื่อง ”ทางรถไฟสายทางช้างเผือก” (Ginga Tetsudo no Yoru) ของเคนจิ มิยาซาว่า (Kenji MiyaZawa) โดยรถไฟขบวนนี้จะวิ่งตั้งแต่สถานี Hanamaki ในจ.อิวาเตะ ไปสิ้นสุดที่สถานี Kamaishi อีกหนึ่งเมืองชายฝั่งทะเลที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและคลื่นซึนามิอย่างหนักจากภัยพิบัติในครั้งนั้น

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Hanamaki - สถานี Kamaishi
เวลาในการเดินทาง : ประมาณ 4 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ไม่มีตารางให้บริการที่แน่นอน สามารถตรวจสอบตารางจากเว็บไซต์ได้ ที่นี่
ค่าโดยสาร : 2,480 เยน

5. Tohoku Emotion ขบวนรถไฟภัตตาคารแห่งภูมิภาคโทโฮคุ

ขบวนรถไฟท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆของญี่ปุ่นนั้นมักจะมีอย่างน้อยหนึ่งขบวนที่ชูจุดเด่นเรื่องการนำวัตถุดิบท้องถิ่นและเชฟขึ้นชื่อในภูมิภาคหรือจังหวัดนั้นๆมาปรุงอาหารชั้นดีให้ผู้โดยสารได้เอร็ดอร่อยระหว่างการเดินทาง ซึ่งขบวนรถไฟ Tohoku Emotion ก็คือหนึ่งในนั้น โดยภายในขบวนรถไฟมีการตกแต่งโต๊ะที่นั่งซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราราวกับอยู่ในภัตตาคารชั้นดี และมีครัวที่ใช้พื้นที่ทั้งตู้รถไฟหนึ่งตู้โดยเฉพาะ โดยจะมีการหมุนเวียนเชฟชื่อดังจากโรงแรมห้าดาวต่างๆมาปรุงและเสิร์ฟอาหารในรูปแบบคอร์สตามแต่ละฤดูกาล

นอกจากจุดเด่นด้านอาหารของรถไฟขบวนนี้แล้ว วิวทิวทัศน์ที่จะได้พบระหว่างทางก็มีความน่าประทับใจไม่แพ้กัน เนื่องจากมีเส้นทางการวิ่งเลียบชายฝั่งทะเลตั้งแต่สถานี Hachinohe ในจ.อาโอโมริ มาจนถึงสถานี Kuji ในจ.อิวาเตะ ซึ่งตลอดการเดินทาง 2 ชั่วโมงนั้นจะไม่มีการแวะจอดที่สถานีใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับมื้ออาหารและดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์อย่างไม่ขาดตอน และสำหรับใครที่เป็นแฟนซีรี่ส์เรื่อง “อามะจัง สาวน้อยแห่งท้องทะเล” (Amachan) ที่เคยออกอากาศทางช่อง TPBS เมือง Kuji ที่เป็นสถานีปลายทางของรถไฟขบวนนี้ก็คือเมืองที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ส์เรื่องนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยสถานที่ให้ไปตามรอยได้มากมาย

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Hachinohe - สถานี Kuji
เวลาในการเดินทาง : ประมาณ 2 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ไม่มีตารางให้บริการที่แน่นอน สามารถตรวจสอบตารางจากเว็บไซต์ได้ ที่นี่
ค่าโดยสาร : ต้องซื้อแพ็คเกจจากบริษัททัวร์ต่างๆ (เช่น JTB) ตามสถานีรถไฟหลักเท่านั้น โดยราคาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเมนูที่เสิร์ฟในแต่ละช่วงเวลา