All About Japan

10 ทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าไปเยือนภูมิภาคคันไซ

| แผนการการเดินทาง , Kansai
10 ทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าไปเยือนภูมิภาคคันไซ

ภูมิภาคคันไซ (Kansai) หรือคินคิ (Kinki) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางความทันสมัย เต็มไปด้วยสีสันและมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายประเภท ซึ่งในหัวข้อนี้เราจะมานำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าไปเยือน 10 แห่งในภูมิภาคคันไซ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆในการเดินทางท่องเที่ยวดังต่อไปนี้

1. ทะเลสาบบิวะ, ชิงะ (Lake Biwa, Shiga)

1. ทะเลสาบบิวะ, ชิงะ (Lake Biwa, Shiga)

ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชิงะ มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะกับการมาพักผ่อน เดินเล่นชมวิว และชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า และในช่วงกลางคืนก็จะมีการแสดงโชว์น้ำพุเต้นระบำพร้อมกับประดับไฟซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือในทะเลสาบหรือจะปั่นจักรยานเพื่อชมบรรยากาศของทะเลสาบบิวะก็ได้

เวลาทำการ : 09.00-17.45 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : หากเริ่มจากสถานี Kyoto โดยสารรถไฟสาย JR Tokaido Main Line ไปลงที่สถานี Otsu ใช้เวลา 10 นาที จากนั้นโดยสารรถ Ohmi Tetudo Bus ไปลงที่ป้าย Biwako Hall ใช้เวลา 7 นาที

2. ถนนต้นสนเมตาซีคัวญา, ชิงะ (Metasequoia Avenue, Shiga)

2. ถนนต้นสนเมตาซีคัวญา, ชิงะ (Metasequoia Avenue, Shiga)

อยู่ที่เมืองมาคิโนะ (Makino) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทะลเสาบบิวะ เป็นถนนระยะทางราว 2.4 กิโลเมตรที่ทอดยาวไปสู่ที่ราบสูงมาคิโนะ สองข้างทางคือแนวต้นสนเมตาซีคัวญา (Metasequoia) หรือต้นสนแดงที่เรียงรายอยู่กว่า 500 ต้น ทำให้มีทัศนียภาพที่แตกต่างกันในแต่ละฤดู โดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม แนวต้นสนนี้ก็จะกลายเป็นอุโมงค์สีแดงเข้ม เป็นภาพที่สวยงามมาก

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Kosei Line ไปลงที่สถานี Makino แล้วต่อรสบัสท้องถิ่นสาย Kokoku bus Makino Kogen line ไปลงที่ป้าย Makino Pic-Land ใช้เวลาประมาณ 7 นาทีก็จะเจอถนนแนวต้นสน Metasequoia

3. ป่าไผ่ อาราชิยามา, เกียวโต (Arashiyama Bamboo Groves, Kyoto)

3. ป่าไผ่ อาราชิยามา, เกียวโต (Arashiyama Bamboo Groves, Kyoto)

ถือเป็นแลนมาร์กยอดนิยมแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีจุดเด่นตรงบรรยากาศร่มรื่นของป่าไผ่ขนาดสูงใหญ่แถมมีกลิ่นของต้นไผ่และใบไผ่ให้ความรู้สึกว่าได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงกันก็มีจุดท่องเที่ยวดังๆ ที่สามารถเดินถึงกันได้หลายที่ เช่นสะพานโทเก็ทสึเคียว (Togetsukyo Bridge) หรือสะพานข้ามจันทร์ที่มองเห็นทั้งวิวแม่น้ำและภูเขาที่มีทิวทัศน์สวยงามทุกฤดูกาล

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : นั่งรถสาย JR Sagano line ไปลงที่สถานี Saga Arashiyama แล้วเดินต่ออีก 10 นาที
หรือนั่งรถไฟ Hankyu Railway ไปลงที่สถานี Arashiyama แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

4. ภูเขาคุรามะ, เกียวโต (Mt. Kurama, Kyoto)

4. ภูเขาคุรามะ, เกียวโต (Mt. Kurama, Kyoto)

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์นี้เต็มไปด้วยเรื่องราวตำนานมากมายรวมทั้งเป็นสถานที่สถิตของเหล่าเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวเกียวโต มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติแท้ๆ และมีแหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงมาก ฤดูกาลที่เหมาะกับการท่องเที่ยวคือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งทั้งหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสโดยมีเคเบิ้ลคาร์สำหรับบริการขึ้นไปชมวิวบนภูเขาด้วย

เวลาทำการ : 09.00-16.30 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 เยน , เด็กนักเรียนประถมถึงมัธยมต้นเข้าชมฟรี ,ค่าบริการเคเบิ้ลคาร์ ขาขึ้น 100 เยน

การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Kyoto นั่งรถ Kyoto Bus ไปลงที่สถานี Takaragaike ใช้เวลา 50 นาที จากนั้นต่อรถไฟ Eizan Electric Railway ไปลงที่สถานี Kurama ใช้เวลา 25 นาที

5. หาดชิราฮามะ, วาคายามา (Shirarahama Beach, Wakayama)

5. หาดชิราฮามะ, วาคายามา (Shirarahama Beach, Wakayama)

ชายหาดรูปจันทร์เสี้ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นชายหายที่สวยที่สุดในคันไซมีความยาวประมาณ 800 เมตร สีขาวสะอาดตา สามารถลงเล่นน้ำได้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนกันยายน จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาพักผ่อนริมชายหาด หรืออาบแดดและเล่นน้ำทะเล อีกทั้งริมชายหาดด้านหนึ่งยังเป็นที่ตั้งของประตูชิราฮามะของศาสนาชินโตด้วย

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ขึ้นอยู่กับการใช้บริการ

การเดินทาง : จากสถานี JR Shirahama ขึ้นรถบัส Meiko Loop Bus ไปลงที่ป้าย Shirarahama ประมาณ 15 นาที

6. เกาะเอนเก็ทสึ, วาคายามา (Engetsuto Island, Wakayama)

6. เกาะเอนเก็ทสึ, วาคายามา (Engetsuto Island, Wakayama)

หรืออีกชื่อหนึ่งคือเกาะทาคาชิมะ (Takashima) เป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีผู้คนอาศัย ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวรินไค (Rinkai) ความน่าสนใจของเกาะแห่งนี้คือลักษณะทางภูมิศาสตร์ ชายฝั่งที่เป็นช่องหินวงกลมบริเวณตรงกลางเกาะเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล เมื่อมองไกลๆจะมีลักษณะคล้ายแว่นตาและเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่โรแมนติกและสวยที่สุด 1 ใน 100 แห่งของญี่ปุ่น

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ขึ้นอยู่กับการใช้บริการ

การเดินทาง : จากสถานี JR Shirahama ขึ้นรถบัส Meiko Loop Bus ไปลงที่ป้าย Rinkai bus stop ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

7. วนอุทยานแห่งชาติมิโนะ , โอซาก้า (Meiji No Mori Minoo, Osaka)

7. วนอุทยานแห่งชาติมิโนะ , โอซาก้า (Meiji No Mori Minoo, Osaka)

เป็นวนอุทยานในโอซาก้าที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าและพืชพรรณไม้หลากหลายสายพันธุ์ตั้งอยู่บนหุบเขาความสูงเหนือระดับเหนือน้ำทะเลประมาณ 600 เมตร มีจุดท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์คือน้ำตกมิโนะ ความสูง 33 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมความงามที่สำคัญของพื้นที่อุทยานแห่งนี้โดยรอบๆบริเวณน้ำตกเต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ลและพรรณไม้ต่าง ๆ ที่มีทัศนียภาพสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล

เวลาทำการ : ตลอดทั้งวัน

ค่าเข้าชม: ฟรี

การเดินทาง: จากสถานี Hankyu Umeda นั่งรถไฟสาย Hankyu Takarazuka Line ไปลงที่สถานี Ishibashi ใช้เวลา 15 นาทีจากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย Hankyu Minoo Line ไปลงที่สถานี Minoo Station ใช้เวลาประมาณ 5 นาที

8. ภูเขาวาคาคุสะยามา, นารา (Mt.Wakakusayama, Nara)

8. ภูเขาวาคาคุสะยามา, นารา (Mt.Wakakusayama, Nara)

ภูเขาที่ไม่สูงมากแห่งนี้ (340 เมตร) เป็นจุดชมวิวเมืองนาราที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง โดยจะเปิดให้ขึ้นเขาได้เฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นเพื่อการอนุรักษ์พื้นหญ้าบนภูเขา จากตีนเขาเดินไปถึงจุดชมวิวใช้เวลาประมาณ 20 นาที และถ้าต้องการปีนขึ้นถึงยอดเขาก็จะใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 30 นาที นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมกวาง ทุ่งหญ้า ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายน และชมดอกซากุระบานในเดือนเมษายน

เวลาทำการ : 09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 150 เยน, เด็ก 80 เยน

การเดินทาง : จากสถานี Kintetsu Nara หรือ JR Nara ให้ต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Kasuga Taisha แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

9. นาขั้นบันไดอินะบูชิ นารา (Rice Terraces of Inabuchi, Nara)

9. นาขั้นบันไดอินะบูชิ นารา (Rice Terraces of Inabuchi, Nara)

ที่นี่ถือเป็นทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงของชนบทในเขตอินะบูชิของนารา ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 100 นาขั้นบันไดที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิจะได้พบกับวิวของนาข้าวที่เพิ่งปลูกสีเขียวขจี กับดอกบัวและทุ่งดอกมัสตาร์ดสีสันสดใส นอกจากนี้ ในช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงจะมีงานประกวดหุ่นไล่กา ซึ่งจะได้พบกับหุ่นไล่กาแบบแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครที่ตั้งขึ้นเต็มทุ่งนาอย่างน่าสนใจ

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Kintetsu สาย Yoshino Line ไปลงที่สถานี Asuka จากนั้นต่อรถประจำทางท้องถิ่น Kinkame bus สายที่ไปทาง Takai-chi แล้วลงที่ป้าย Inabuchi bus stop

10. ภูเขาร็อกโกะ, เฮียวโงะ (Mt.Rokko, Hyogo)

10. ภูเขาร็อกโกะ, เฮียวโงะ (Mt.Rokko, Hyogo)

ภูเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโกเบในเฮียวโงะ บนภูเขาและพื้นที่รอบๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายจุดและต้องใช้บริการโรปเวย์ขึ้นไปชมวิวที่มีบรรยากาศสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล โดยมีจุดชมวิวชื่อดังชื่อว่า "เทนรันได (Tenrandai)" ซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาเพื่อชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่งดงามและโรแมนติก ณ จุดชมวิวแห่งนี้

เวลาทำการ : ส่วนของโรปเวย์ตั้งแต่ 07.10-21.10 น.

ค่าเข้าชม : มีค่าใช้จ่ายสำหรับโรปเวย์ ราคาเที่ยวเดียว 590 เยน ไปกลับ 1,000 เยน

การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Osaka นั่งรถไฟสาย JR Sanyo Main Line ไปลงที่สถานี Rokkomachi ใช้เวลา 30 นาที จากนั้นต่อรถบัส Kobe City Bus สาย 16 หรือ 106 ไปลงที่ป้าย Rokko Cable Shita ใช้เวลา 20 นาที แล้วขึ้น Rokko Cable ไปลงที่สถานี Rokkosan-jo ใช้เวลา ประมาณ 10 นาที