All About Japan

5 รถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษใน “คันโต”

| รถไฟ , Kanto

คันโตถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคหลักของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย และแทนที่จะเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้ด้วยวิธีทั่วๆไปแล้ว ยังสามารถเดินทางด้วยรถไฟท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบทั้งรถไฟท่องเที่ยวอันหรูหรา รถไฟภัตตาคาร และรถจักรไอน้ำแสนคลาสสิค ที่เราได้คัดสรรมาแนะนำทั้ง 5 ขบวนดังต่อไปนี้

1. FUJISAN VIEW EXPRESS - รถไฟชมวิวฟูจิสุดหรู

การเดินทางจากโตเกียวไปยังทะเลสาบคาวากุจิโกะ จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิขึ้นชื่อนั้น นักท่องเที่ยวหลายคนอาจเลือกใช้รถบัสซึ่งสะดวกสบายและรวดเร็วกว่าการเดินทางด้วยรถไฟที่ต้องเปลี่ยนสายที่สถานี Otsuki อีกหนึ่งต่อ แต่ถึงอย่างนั้น ตลอดเส้นทางรถไฟสาย Fujikyu Otsuki ก็มีความน่าประทับใจตรงที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างใกล้ชิดระหว่างการเดินทาง และยังพิเศษมากขึ้นไปอีกหากได้ไปเยือนภูเขาไฟฟูจิด้วยรถไฟ Fujisan View Express ขบวนนี้

ขบวนรถไฟ Fujisan View Express เป็นรถไฟพิเศษที่เปิดตัวในวาระครบรอบ 90 ปีของบริษัท Fuji kyuko โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การประดับตกแต่งขบวนรถไฟให้มีบรรยากาศที่หรูหราเหมือนโรงแรม 5 ดาว พร้อมกับการออกแบบหน้าต่างทุกบานให้มีขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้อย่างเต็มตา และหากอยากได้ความพิเศษมากขึ้นไปอีก ก็ยังมีตู้แบบ First Class ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มให้ฟรีตลอดการเดินทาง (ต้องจองล่วงหน้า และจ่ายเพิ่มอีก 900 เยน) และยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมคือ Sweets Plan ซึ่งจะเสิร์ฟชุดเบนโตะขนมหวานที่ทำโดยเชฟชื่อดังจาก Highland resort พร้อมเครื่องดื่ม ในราคา 4,000 เยน

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Otsuki – สถานี Kawaguchiko
เวลาในการเดินทาง : 45 นาที
ตารางการให้บริการ : ทุกวัน
ค่าโดยสาร : 2,440 เยน (ค่าโดยสารปกติ 1,140 เยน บวกค่าธรรมเนียม 400 เยน และค่าจองที่นั่ง 900 เยน)

2. IZU CRAILE รถไฟชมความงามของชายฝั่งทะเลภูมิภาคคันโต

IZU CRAILE เป็นขบวนรถไฟพิเศษในสไตล์รีสอร์ทที่จะพาทุกคนไปสัมผัสกับความสวยงามของทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลของภูมิภาคคันโต ตั้งแต่เมืองโอดาวาระ (Odawara) ไปจนถึงคาบสมุทร Izu อันมีชื่อเสียงในจ. ชิซุโอกะ (Shizuoka) รูปลักษณ์ของรถไฟขบวนนี้มีความโดดเด่นจากการใช้ลวดลายและสีสันอ่อนหวานแบบพาสเทล ส่วนภายในตู้รถไฟทั้ง 4 ตู้ก็มีทั้งที่นั่งแบบปกติที่สามารถเก้าอี้มาหากันได้ ที่นั่งแบบบาร์ที่หันเข้าหาหน้าต่าง และห้องส่วนตัวให้เลือกตามความต้องการ

นอกจากความเพลิดเพลินจากการชมวิวทิวทัศน์ระหว่างการเดินทางแล้ว เครื่องดื่มและอาหารบนรถไฟขบวนนี้ยังมีความพิเศษตรงที่มีเชฟหญิงชื่อดังอย่าง Sakura Akimoto จากร้านอาหารฝรั่งเศส Morceau มาเป็นผู้เตรียมอาหารที่เสิร์ฟบนขบวนรถไฟ ภายใต้การสร้างสรรค์เมนูด้วยแนวคิด “ความงาม ความสนุกสนาน และความเป็นมิตร” และมาจากวัตถุดิบอันสดใหม่และขึ้นชื่อในแต่ละฤดูการของท้องถิ่นในเมือง Izu

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Odawara – สถานี Izukyu-Shimoda
เวลาในการเดินทาง : 2 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวันหยุด
ค่าโดยสาร : 3,570 เยนสำหรับค่าเดินทางเท่านั้น สำหรับแพคเกจรวมอาหารเที่ยงเริ่มต้น 11,600 เยน (รถออกจาก Odawara)

3. Seibu Restaurant Train “fifty two seats of happiness” รถไฟภัตตาคารและอาหารเลิศรส

ขบวนรถไฟ 52 Seats of Happiness ของบริษัท Seibu นั้น เป็นรถไฟที่มีจุดประสงค์ให้ผู้โดยสารทุกคนได้ดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสระหว่างการเดินทางอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการดัดแปลงบรรยากาศและการบริการบนรถให้เป็นเสมือนภัตตาคารชั้นดี ซึ่งจำกัดที่นั่งอยู่เพียง 52 ที่นั่ง และเสิร์ฟอาหารในรูปแบบคอร์สทั้งมื้อสายสำหรับการเดินทางขาไป และมื้อเย็นสำหรับการเดินทางขากลับ ซึ่งเมนูทั้งหมดถูกปรุงขึ้นโดยเชฟชื่อดังหลายคนที่หมุนเวียนกันไปในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับปลายทางที่เมืองจิจิบุ (Chichibu) นั้น แม้จะเป็นเมืองเล็กๆในจ.ไซตามะ แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ และสามารถเดินทางมาเยือนได้ตลอดทั้งปี โดยในฤดูใบไม้ผลิจะได้พบกับทุ่งดอกชิบะซากุระที่สวยงามไม่แพ้บริเวณภูเขาไฟฟูจิ ในฤดูร้อนจะสามารถล่องเรือชมความงามของธรรมชาติตามลำคลอง ในฤดูใบไม้ร่วงก็มีความงามจากใบไม้หลากสีสันทั้งเมืองและหุบเขา และในฤดูหนาวก็ยังสามารถชมความงามของถ้ำและน้ำตกจำนวนมากที่กลายเป็นน้ำแข็ง

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Ikebukuro – สถานี Seibu Chichibu และสถานี Seibu Shinjuku – สถานี Seibu Chichibu
เวลาในการเดินทาง : ขาไป 3 ชั่วโมง และขากลับ 2 ชั่วโมง 30 นาที
ตารางการให้บริการ : ให้บริการเฉพาะวันหยุดของญี่ปุ่นและวันหยุดสุดสัปดาห์
ค่าโดยสาร : ขาไป (เสิร์ฟเมนูบรั้นช์) 10,000 เยน ขากลับ (เสิร์ฟมื้อเย็น) 15,000 เยน

4. SL The Paleo Express รถจักรไอน้ำที่อยู่ใกล้โตเกียวที่สุด

นอกจากความหรูหราและการได้ลิ้มลองอาหารแสนอร่อยบนขบวนรถไฟ 52 Seats of Happiness ในเมืองจิจิบุแล้ว สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสความย้อนยุคและคลาสสิคในการเดินทางด้วยรถจักรไอน้ำ ในจ.ไซตามะก็ยังมีขบวนรถไฟ SL The PALEO EXPRESS ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่เป็น ขบวนรถจักรไอน้ำที่อยู่ใกล้โตเกียวมากที่สุด และยังสามารถเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นเพียง 38 นาที มาลงที่สถานี Kumagaya ซึ่งเป็นสถานีต้นทางของรถไฟขบวนนี้

ระหว่างการเดินทางไปกับ ขบวนรถไฟ SL The Paleo Express นั้น จะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติหลากหลายรูปแบบในจ. ไซตามะ ทั้งแม่น้ำ ภูเขา และทุ่งนาตลอดสองข้างทาง และยังวิ่งผ่านเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างนางาโทโร่ (Nagatoro) และจิจิบุ (Chichibu) ซึ่งสามารถเดินทางมาเยือนได้ตลอดทั้งปีอย่างที่ได้แนะนำไปก่อนหน้านี้

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Kumagaya – สถานี Mitsumineguchi
เวลาในการเดินทาง : 2 ชั่วโมง 40 นาที
ตารางการให้บริการ : ให้บริการระหว่างเดือนมีนาคม – ธันวาคม ทุกวันหยุดของญี่ปุ่น
ค่าโดยสาร : ตั๋วแบบไม่จองที่นั่ง 510 เยน บวก Chichibu-Railway 1 Day pass 1,440 เยน

5. SL TAIJU รถจักรไอน้ำเก่าแก่ของจ. โทชิงิ

สำหรับขบวนรถจักรไอน้ำอีกขบวนที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ SL Taiju ซึ่งถูกนำกลับมาให้บริการอีกครั้งในปี 2017 ที่ผ่านมา หลังจากที่ถูกยุติการดำเนินการมากว่า 50 ปี ซึ่งยังคงมอบกลิ่นอายและบรรยากาศแบบเดียวกับในครั้งที่การเดินทางด้วยรถจักรไอน้ำยังรุ่งเรืองในบริเวณนี้ ควบคู่ไปกับการได้ชมทิวทัศน์ของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์สองข้างทางในจ.โทชิงิ (Tochigi)

จุดเด่นของรถจักรไอน้ำขบวนนี้คือเส้นทางการวิ่งที่อยู่ไม่ไกลจากนิกโก้ (Nikko) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม และยังมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Kinugawa Onsen หนึ่งในเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคคันโต บวกกับระยะเวลาในการเดินทางเพียง 35 นาที นักท่องเที่ยวจึงสามารถจัดแพลนการขึ้นรถไฟขบวนนี้รวมเข้ากับการเที่ยวชมเมืองนิกโก้ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบไปกลับในหนึ่งวันหรือค้างคืนก็ตาม

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Shimo-Imaichi – สถานี Kinugawa-Onsen
เวลาในการเดินทาง : 35 นาที
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดของญี่ปุ่น
ค่าโดยสาร : ค่าธรรมเนียมโดยสารตามระยะทาง บวกค่าธรรมเนียมจองที่นั่ง 750 เยน