All About Japan

10 ออนเซ็นในคิวชูที่ควรค่าแก่การไปเยือน

| ออนเซ็น , Kyushu
10 ออนเซ็นในคิวชูที่ควรค่าแก่การไปเยือน

คิวชู (Kyushu) คือเกาะใต้ของญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้านแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติหรือ "ออนเซ็น" หลากหลายรูปแบบที่กระจายตัวอยู่ทั่วเกาะ แต่ละแห่งต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ อย่างเช่นที่เราได้นำข้อมูลมาแนะนำกันทั้ง 10 แห่งต่อไปนี้

1. ยุฟุอินออนเซ็น จังหวัดโออิตะ หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดของคิวชู (Yufuin Onsen, Oita)

1. ยุฟุอินออนเซ็น จังหวัดโออิตะ หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดของคิวชู (Yufuin Onsen, Oita)

เมืองออนเซ็นเล็กๆบริเวณเชิงเขาฟยุฟุดาเกะที่ได้รับความนิยมมากในโออิตะ เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งน้ำพุร้อนคุณภาพแล้ว ที่นี่ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติที่มีบรรยากาศสวยงามทุกฤดู อีกทั้งยังมีที่พักให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น เรียวกังพร้อมบริการออนเซ็นกลางแจ้งแบบส่วนตัว โรงแรม ไปจนถึงโรงอาบน้ำสาธารณะราคาไม่แพงในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : จากสถานี Hakata นั่งรถไฟเป็นสาย JR Express Yufuin no Mori ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ไปลงสถานี Yufuin แล้วเดินต่ออีก 2 นาที

หรือเริ่มจากสถานี Oita นั่งรถไฟเป็นสาย JR Kyudai Line for Yufuin ใช้เวลา 1 ชั่วโมงไปลงสถานี Yufuin แล้วเดินต่ออีก 10 นาที

2. เบปปุ ออนเซ็น จังหวัดโออิตะ เมืองออนเซ็นที่คนไทยนิยมที่สุด และที่ตั้งของบ่อนรก (Beppu Onsen, Oita)

2. เบปปุ ออนเซ็น จังหวัดโออิตะ เมืองออนเซ็นที่คนไทยนิยมที่สุด และที่ตั้งของบ่อนรก (Beppu Onsen, Oita)

เมืองเบปปุในจังหวัดโออิตะคือเมืองที่เต็มไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดและมีปริมาณน้ำแร่เยอะที่สุดในญี่ปุ่น แหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ เบปปุฮัตโต (Beppu Hatto) หรือบ่อนรกทั้ง 8 ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่นี่ โดยแต่ละบ่อต่างก็มีสีของน้ำและคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีโรงอาบน้ำสาธารณะอีกนับร้อยแห่งทั่วเมืองที่ให้บริการในราคาเพียงครั้งละ 100-200 เยน เท่านั้น

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

ในส่วนของการชมบ่อนรกทั้ง 8 มีค่าใช้จ่าย 400 เยนต่อบ่อ หรือซื้อบัตรเหมาสำหรับเข้าชม 8 บ่อจะสะดวกทีสุด
ผู้ใหญ่ ราคา 2,000 เยน
นักเรียนมัธยมปลาย 1,350 เยน
นักเรียนมัธยมต้น 1,000 เยน
นักเรียนประถมศึกษา 900 เยน

เวลาทำการ : ในส่วนของบ่อนรกทั้ง 8 ให้บริการทุกวันตั้งแต่ 8.00-17.00 น. ส่วนเวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นแตกต่างกันแล้วแต่โรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : จากสถานี Hakata นั่งรถด่วน Limited Express Sonic จะไปได้ในต่อเดียว ลงที่สถานี Beppu ใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมง5นาที แล้วเดินต่ออีก 5นาที

3. คุโรคาวะออนเซ็น จังหวัดคุมาโมโตะ เมืองออนเซ็นเลอค่าที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน (Kurokawa Onsen, Kumamoto)

3. คุโรคาวะออนเซ็น จังหวัดคุมาโมโตะ เมืองออนเซ็นเลอค่าที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน (Kurokawa Onsen, Kumamoto)

เมืองออนเซ็นเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติอันเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนสบายๆ และสิ่งที่น่าสนในอีกอย่างสำหรับการแช่ออนเซ็นในเมืองนี้ก็คือการตระเวนแช่น้ำพุร้อนด้วยการใช้ นิวโตะเทงะตะ (Nyuto Tegata) หรือตั๋วแบบแผ่นป้ายไม้ห้อยคอ ที่สามารถแสดงให้ออนเซ็นแต่ละที่ดูเพื่อรับส่วนลดต่างๆได้

และถ้าได้ค้างแรมตามเรียวกังส่วนใหญ่ก็จะมีบริการชุดยูกาตะสำหรับใส่ออกมาเดินเล่น ชมบรรยากาศยามกลางคืนได้ด้วย

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : มีเฉพาะรถบัสที่เข้าถึง โดยเริ่มต้นที่ Hakata Bus Terminal ใจกลางฟุกุโอกะนั่งรถบัสสาย Kyushu Sanko Bus หรือ Hita Bus ไปลงที่ Kurokawa Onsen ใช้เวลา 2ชั่วโมง40นาที แล้วเดินต่ออีก 10นาที มีบริการวันละ 4รอบ และต้องจองล่วงหน้า

หรือนั่งรถบัสสาย Kyushu Odan Bus จากสถานี Kumamoto ไปลงที่ Kurokawa Onsen ใช้เวลา 2ชั่วโมง 30นาที มีบริการวันละ 2รอบ

4. อะโสะอุชิมากิออนเซ็น จังหวัดคุมาโมโตะ ที่ค้างคืนยอดนิยมของคนเที่ยวภูเขาอะโสะ (Aso Uchimaki Onsen, Kumamoto)

4. อะโสะอุชิมากิออนเซ็น จังหวัดคุมาโมโตะ ที่ค้างคืนยอดนิยมของคนเที่ยวภูเขาอะโสะ (Aso Uchimaki Onsen, Kumamoto)

เมืองออนเซ็นที่อยู่ไม่ไกลจากภูเขาไฟอะโสะ ประกอบด้วยแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ 5 แห่ง กระจายตัวอยู่ตามเชิงเขา โดยรอบๆบริเวณมีทั้งโรงแรม เรียวกัง โรงอาบน้ำสาธารณะสำหรับให้บริการแก่ทุกคน ท่ามกลางวิวธรรมชาติที่สวยงามทุกฤดูกาล ซึ่งจุดเด่นของที่นี่คือบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งบางแห่งสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟอะโสะอย่างชัดเจนในขณะที่แช่ออนเซ็นไปด้วย

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : จากสถานี Aso ต่อรถบัสที่ไปสู่ป้าย Uchinomaki Aso-shi Bus Stop ใช้เวลาประมาณ 17 นาที แล้วเดินต่ออีก 2 นาที

5. อุนเซ็นออนเซน จังหวัดนางาซากิ ชมวิวทิวทัศน์ของนรกญี่ปุ่น (Unzen Onsen, Nagasaki)

5. อุนเซ็นออนเซน จังหวัดนางาซากิ ชมวิวทิวทัศน์ของนรกญี่ปุ่น (Unzen Onsen, Nagasaki)

เมืองออนเซ็นที่ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศของทะเลและวิวภูเขาไฟ เรียกว่าได้แช่ออนเซ็นแบบใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ นอกจากบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติกับตาน้ำจำนวนมากแล้ว สิ่งที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างก็คือ บ่อนรกอุนเซ็นจิโกคุ (Unzen Jigoku) ที่มีน้ำร้อนสีขาวพวยพุ่งเป็นไอกับกลิ่นกำมะถันอยู่ตลอดเวลา บวกกับวิวรอบๆที่เต็มไปด้วยก้อนหินซึ่งดูแล้วเหมือนกับนรกในความเชื่อของญี่ปุ่น และน้ำแร่ที่มีกำมะถันจะมีสรรพคุณในการช่วยคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและช่วยทำให้ผิวสวยอีกด้วย

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : จากสถานี Hakata นั่งรถไฟด่วน Limited Express Kamome ไปลงที่สถานี Isahaya ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที แล้วต่อรถบัสสาย Shimabara Tetsudo Bus ไปลงที่ป้าย Unzen Eigyosho (เป็นทั้งท่ารถและปลายทาง) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นให้เดินไปอีกประมาณ 5 นาที

6. อุเรชิโนะออนเซ็น จังหวัดซากะ แช่น้ำร้อนพร้อมชมเมืองแบบตะวันตก (Ureshino Onsen, Saga)

6. อุเรชิโนะออนเซ็น จังหวัดซากะ แช่น้ำร้อนพร้อมชมเมืองแบบตะวันตก (Ureshino Onsen, Saga)

ที่นี่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้หญิง เพราะน้ำพุร้อนธรรมชาติในอุเรชิโนะออนเซ็นมีคุณสมบัติในเรื่องการดูแลผิวพรรณที่มีชื่อเสียงมาก และมีโรงอาบน้ำสาธารณะที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่น่าสนใจนั่นคือ โรงอาบน้ำซีโบลด์ (Siebold-no-Yu Public Bath) นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารท้องถิ่นชื่อดังอย่างเต้าหู้ต้มน้ำแร่ “ออนเซ็นยุโดฟุ” ให้ได้ลองชิมกันด้วย

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : จากสถานี Hakata นั่งรถไฟด้วนสาย Limited Express Huis Ten Bosch ไปลงที่สถานี Takeo Onsen ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที จากนั้นต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Ureshino Onsen ใช้เวลาอีกประมาณ 30 นาที

7. ทาเคโอะออนเซ็น จังหวัดซากะ แช่ออนเซ็นผิวสวย (Takeo Onsen ,Saga)

7. ทาเคโอะออนเซ็น จังหวัดซากะ แช่ออนเซ็นผิวสวย (Takeo Onsen ,Saga)

เมืองทาเคโอะได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 1,300 ปี น้ำพุร้อนธรรมชาติของที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องของคุณสมบัติในการดูแลสุขภาพผิวพรรณให้สดใสด้วยคุณสมบัติที่เป็นด่างเล็กน้อย บรรยากาศของเมืองก็เงียบสงบและคงความเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี ถ้าสนใจจะพักค้างแรมก็มีเรียวกังหลายแห่งให้บริการรวมถึงโรงอาบน้ำสาธารณะด้วย

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับโรงแรม เรียงกังและบ่อน้ำพุร้อนสาธารณะแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : มีเวลาเปิดปิดขึ้นอยู่กับน้ำพุร้อนสาธารณะแต่ละแห่ง

การเดินทาง : จากสถานี Hakata นั่งรถไฟ JR Kyushu สาย Sasebo Line ไปลงที่สถานี Takeo Onsen

8. คิริชิมาออนเซ็น จังหวัดมิยาซากิ ออนเซ็นในเมืองลับแลที่น้อยคนจะเคยไป (Kirishima Onsen, Miyazaki)

8. คิริชิมาออนเซ็น จังหวัดมิยาซากิ ออนเซ็นในเมืองลับแลที่น้อยคนจะเคยไป (Kirishima Onsen, Miyazaki)

ด้วยทำเลที่ตั้งบนเทือกเขาคิริยามา ทำให้การเดินทางเข้าถึงค่อนข้างยากแต่ถ้ามีโอกาสได้ไปแช่ออนเซ็นบนเทือกเขาแห่งนี้สักครั้งก็ถือว่าคุ้มค่ากับการไปเยือนมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะได้แช่น้ำพุร้อนคุณภาพดีจากแหล่งออนเซ็นธรรมชาติแล้ว ก็จะได้ชมวิวทิวทัศน์ของอ่าวคาโกชิมะและภูเขาไฟซากุระจิมะ(Sakurajima)ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องการพอกโคลนบำรุงผิวก่อนลงไปแช่ออนเซ็นที่น่าสนใจไม่น้อย

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : ที่คิริชิมาออนเซ็น การเดินทางเข้าถึงด้วยรถโดยสารสาธารณะยังไม่มีบริการอย่างเป็นทางการ วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ เช่ารถขับ หรือใช้บริการรถรับส่งของเรียวกังและโรงแรมที่พัก

9. อิบุสึกิออนเซ็น จังหวัดคาโกชิมะ อบทรายร้อนริมชายหาดญี่ปุ่น (Ibusuki Onsen, Kagoshima)

9. อิบุสึกิออนเซ็น จังหวัดคาโกชิมะ อบทรายร้อนริมชายหาดญี่ปุ่น (Ibusuki Onsen, Kagoshima)

สำหรับเมืองนี้จะเป็นออนเซ็นที่แตกต่างจากที่อื่นตรงที่ เป็นการอบทรายร้อนธรรมชาติสีดำ (Sunamushi Onsen) โดยนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจจะต้องใส่ชุดยูกาตะลงไปนอนบนทรายร้อนๆ จากนั้นก็จะมีพนักงานคอยโกยทรายมากลบที่ตัวให้ ความร้อนจากทรายทำให้รู้สึกผ่อนคลายและช่วยให้ระบบการไหลเวียยของเลือดในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลายเช่นกัน

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Kyushu Shinkansen ไปลงที่ปลายทางสถานี Kagoshima Chuo แล้วต่อรถไฟ JR Ibusuki Makurazaki Line ไปลงที่สถานี Ibusuki ใช้เวลา 53 นาที

10. ฮาราซุรุออนเซ็น จังหวัดฟูกุโอกะ น้ำพุร้อนที่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่ (Harazuru Onsen ,Fukuoka)

10. ฮาราซุรุออนเซ็น จังหวัดฟูกุโอกะ น้ำพุร้อนที่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่ (Harazuru Onsen ,Fukuoka)

เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดฟุกุโอกะ น้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบเมื่อลงไปแช่จะมีคุณสมบัติช่วยทำให้ผิวสวยเรียบเนียนและผ่อนคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ที่นี่มีบริการที่พักแบบโรงแรมและเรียวกังพร้อมทั้งบ่อออนเซ็นกลางแจ้งที่สามารถมองเห็นวิวเมืองฟูกุโอกะได้ อีกทั้งยังมีโรงอาบน้ำสาธารณะให้เลือกใช้บริการหลายแห่ง

ค่าใช้จ่าย : มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเรียวกังและโรงแรมแต่ละแห่ง

เวลาทำการ : เที่ยวชมบรรยากาศเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เวลาเปิดปิดสำหรับบริการเกี่ยวกับออนเซ็นขึ้นอยู่กับโรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่ง

การเดินทาง : จากสถานี Hakata นั่งรถบัส Nishitetsu Express Bus ไปลงที่ Harazuru Onsen ใช้เวลาประมาณ 70 นาที