All About Japan

6 เคล็ดลับถ่ายภาพในญี่ปุ่นให้สวยยิ่งกว่าเดิม

| ถ่ายภาพ
6 เคล็ดลับถ่ายภาพในญี่ปุ่นให้สวยยิ่งกว่าเดิม

เชื่อว่าทุกๆคนที่มีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ล้วนอยากได้ภาพสวยๆกลับมาทั้งนั้น ในฐานะที่ผมเป็นช่างภาพมืออาชีพ และมีโอกาสได้เดินทางไปถ่ายภาพที่ญี่ปุ่นบ่อยครั้ง จึงอยากรวบรวมเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างภาพระดับใดก็ตาม ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการถ่ายภาพในประเทศญี่ปุ่นให้ออกมาสวยยิ่งกว่าเดิม

1. ตื่นแต่เช้า

1. ตื่นแต่เช้า

การตื่นเช้าถือเป็นเรื่องพื้นฐานของการมีโอกาสได้ภาพสวยๆ ที่หลายคนอาจรู้กันดีอยู่แล้ว เหตุผลหลักคือเรื่องของสภาพแสงที่สวยงาม ไม่แข็งกระด้างเหมือนแสงในช่วงกลางวัน แต่นอกจากนั้นแล้ว เหตุผลสำคัญที่ควรตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปถ่ายรูปที่ญี่ปุ่น คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตหลายแห่งนั้นคนเยอะมากๆ เยอะจนหลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าวัดอาซากุสะ หรือป่าไผ่อาราชิยาม่าที่เคยเห็นรูปในรีวิวสวยๆ พอไปเจอของจริงตอนกลางวันแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้มักแน่นขนัดไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีมุมให้ถ่ายภาพเลย

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือเรื่องของการเดินทาง ที่หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องคำร่ำลือเรื่องการขึ้นรถไฟในญี่ปุ่นตอนชั่วโมงเร่งด่วนที่แน่นขนัดเป็นปลากระป๋องมาบ้าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็ไม่ใช่ว่ารถไฟทุกสายจะแน่นขนาดนั้นทั้งหมด แต่สำหรับคนที่เป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป ไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นหรือรู้ข้อมูลเชิงลึกจริงๆ ก็มีโอกาสที่จะบังเอิญไปเจอแจ๊คพอตเข้ากับตัวได้ เพราะรถไฟสายหลักๆที่วิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่นสาย Yamanote ในโตเกียว ก็ถือเป็นสายที่ขึ้นชื่อเรื่องความแน่นขนัดมากที่สุดสายหนึ่ง ซึ่งหากจะรอให้คนเริ่มน้อยช่วงหลังสิบโมงเป็นต้นไป ก็ทำให้เสียเวลาเที่ยวและถ่ายภาพสวยๆไปแล้วครึ่งวันอย่างน่าเสียดาย

2. ศึกษามุมล่วงหน้าด้วย Google Street View

2. ศึกษามุมล่วงหน้าด้วย Google Street View

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการบันทึกข้อมูลใน Google Street View กันอย่างจริงจังและละเอียดมากๆ จนถึงขนาดที่เส้นทางโหดๆ อย่างการปีนภูเขาไฟฟูจิตั้งแต่เชิงเขาขึ้นไปจนถึงยอด ก็มีภาพบันทึกให้เราเข้าไปตามดูได้ทุกฝีก้าว และสามารถดูภาพวิวทิวทัศน์จากยอดภูเขาไฟแบบ 360 องศาโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยและเสียเวลาปีนขึ้นไปด้วยตัวเอง หรือแม้กระทั่งวัดและสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ หลายแห่งไม่ได้มีแค่รูปภายนอกให้ดูเท่านั้น แต่ยังสามารถคลิกเพื่อเดินเข้าไปดูบรรยากาศด้านในได้อย่างละเอียดเหมือนได้เดินเข้าไปดูด้วยตาตัวเองจริงๆ

ด้วยความสะดวกสบายตรงนี้ เราจึงสามารถเอามาประยุกต์ในการศึกษามุมถ่ายภาพสวยๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวได้แทบทุกแห่งในญี่ปุ่นก่อนที่จะเดินทางไปจริงๆ และสำหรับใครที่อยากจริงจังขึ้นมาอีก ก็สามารถเพิ่มการใช้ Google Earth เพื่อสำรวจทิศทางว่าสถานที่นั้นๆหันไปทางทิศไหน ถ่ายจากมุมนี้จะย้อนแสงหรือไม่ถ้าไปช่วงพระอาทิตย์ขึ้น หรือตอนพระอาทิตย์ตกควรถ่ายจากมุมไหนจะดีที่สุด ใช้แค่หลักการดูทิศง่ายๆ ควบคู่กับข้อมูลที่ถูกเก็บไว้อย่างละเอียด เท่านี้ก็ช่วยให้เราสามารถวางแผนการถ่ายรูปสวยๆให้ง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ วิธีนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือจะช่วยลดโอกาสในการหลงทางเมื่อเดินทางไปยังสถานที่นั้นๆได้อีกด้วย เพราะนอกจากจะได้เห็นภาพของสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากไปแล้ว เรายังได้เห็นสภาพแวดล้อมบริเวณทางเข้า หรือบรรยากาศรอบๆ ที่ช่วยสร้างความคุ้นเคยเส้นทางให้กับเราได้ก่อนที่จะไปเดินเองจริงๆ

3. เลือกพักโรงแรมที่อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว

3. เลือกพักโรงแรมที่อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว

เวลาอ่านรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เรามักจะเจอคำแนะนำว่าให้เลือกที่พักที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟสายหลักๆ เพื่อให้เดินทางท่องเที่ยวทั้งขาไปและขากลับได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นคำแนะนำที่ถูกต้อง แต่สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวพิเศษเช่นภูเขาไฟฟูจิ รวมถึงอีกหลายๆแห่ง การเลือกพักค้างคืนในบริเวณใกล้เคียงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ภาพสวยๆขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทั้งจากการไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับ และการได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆในทุกช่วงเวลา และรอบันทึกภาพในจังหวะที่สวยที่สุดเอาไว้

สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นนั้นมักจะเต็มไปด้วยผู้คนแค่ช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงเย็นเท่านั้น สำหรับช่วงเวลาที่เหลือไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าตรู่ หรือตอนพระอาทิตย์ตกเป็นต้นไป สถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆอาจเป็นของเราเพียงคนเดียว ที่สามารถเดินถ่ายรูปมุมสวยๆทุกมุมได้เท่าที่ต้องการ และจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในญี่ปุ่นเมื่อได้ไปดูด้วยตาตัวเองก็คิดว่าสวยงามมากแล้ว แต่การได้ใช้เวลาเงียบๆเพื่อชื่นชม หรือได้ตื่นมาสัมผัสความงดงามในตอนเช้าอย่างเต็มตา ยิ่งช่วยเพิ่มความประทับใจที่มีต่อสถานที่นั้นๆขึ้นอีกหลายเท่าตัว

4. เช่ารถขับ

4. เช่ารถขับ

แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายเรื่องการเดินทางอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ใช่ว่าเราจะสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งได้ทุกเวลาที่เราต้องการ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มักจะต้องอาศัยรถบัสในการเดินทางอีกต่อหนึ่ง บางแห่งก็มีรอบรถบัสน้อยมากๆ เช่นชั่วโมงละคัน และรอบรถบัสส่วนใหญ่ก็มักจะหมดตั้งแต่ช่วงเย็นๆ จนทำให้พลาดโอกาสเก็บภาพสวยๆช่วงพระอาทิตย์ตก หรือมุมสวยๆระหว่างทางที่รถบัสไม่ได้แวะจอด ไปจนถึงกรณีอย่างในช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลพิเศษต่างๆ ที่ตั๋วการเดินทางทุกรูปแบบมักจะถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว (ผมเคยอดไปหมู่บ้านชิราคาวาโกะในฤดูหนาวมาแล้ว เพราะตั๋วรถบัสเต็มตลอดช่วงปีใหม่)

การเช่ารถขับในญี่ปุ่นจึงเป็นหนึ่งในทางออกที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการพบกับมุมถ่ายภาพสวยๆอีกมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างภาพมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพก็ตาม แต่ถ้าหากตัดสินใจเลือกข้อนี้แล้ว ก็อยากฝากเรื่องการศึกษากฏจราจรเบื้องต้นและศึกษาข้อมูลการขับรถคร่าวๆของญี่ปุ่นเอาไว้สักนิดหนึ่ง เพื่อให้สามารถท่องเที่ยวถ่ายรูปสวยๆได้อย่างราบรื่นตลอดทั้งทริป ไม่มีเรื่องติดขัดใดๆมาให้กังวลใจ

5. ใช้ตู้ล็อกเกอร์ให้เป็นประโยชน์

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เราไม่ค่อยเห็นในประเทศอื่นๆ นั่นก็คือ”ตู้ล็อกเกอร์” ที่สามารถพบได้ในสถานีรถไฟแทบทุกแห่ง และยังมีขนาดที่หลากหลายให้เลือกใช้ตามรูปแบบสัมภาระของแต่ละคน ซึ่งสำหรับผมที่เป็นช่างภาพสายจริงจัง มีหลายครั้งที่ผมมักจะฝากอุปกรณ์ถ่ายรูปที่มีน้ำหนักเยอะๆ เช่นเลนส์ตัวใหญ่ๆ หรือขาตั้งกล้องสำหรับถ่ายภาพช่วงกลางคืนwไว้ในล็อกเกอร์ของสถานีรถไฟหลักๆที่สามารถแวะกลับมาเอาในตอนที่จำเป็นต้องใช้ได้อย่างสะดวก โดยที่ไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้กับตัวตลอดทั้งวัน

หรือต่อให้เป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ใช้มือถือถ่ายรูป หากบังเอิญวันนั้นคุณช้อปปิ้งเพลินจนของเต็มไม้เต็มมือ และดูลำบากลำบนไปหมดไม่ว่าจะเป็นคนถ่ายหรือคนถูกถ่าย ถ้าที่พักของคุณไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองหรือติดกับสถานีรถไฟที่เดินทางได้สะดวกจริงๆ การยอมจ่ายเงินประมาณหนึ่งร้อยบาทเพื่อฝากถุงช้อปปิ้งเอาไว้ แลกกับการได้เดินถ่ายรูปสวยๆ สบายๆ และยังเป็นการซื้อเวลาที่อาจจะต้องสูญเสียไปกับการเดินทางย้อนไปมาโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งช่วงเวลาที่ได้มานั้น คุณอาจจะได้ภาพสวยๆโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อนก็เป็นได้

6. ระมัดระวังการถ่ายภาพคนทั่วไปเป็นพิเศษ

6. ระมัดระวังการถ่ายภาพคนทั่วไปเป็นพิเศษ

ข้อสุดท้ายอาจไม่ใช่เคล็ดลับการถ่ายภาพโดยตรง แต่อยากย้ำเตือนกับทุกคนเอาไว้ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีกฏหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดมากๆ ถึงขนาดที่โทรศัพท์มือถือทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นนั้น จะไม่สามารถปิดเสียงชัตเตอร์เวลาถ่ายภาพได้เลย และเพียงแค่เรายกกล้องขึ้นถ่ายภาพคนญี่ปุ่นสักคนในที่สาธารณะโดยที่ไม่ได้ขออนุญาต ก็ถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายแล้ว และในกรณีที่คนคนนั้นเกิดอยากแจ้งความเราในข้อหาแอบถ่าย ก็สามารถกลายเป็นปัญหาใหญ่โตขึ้นมาได้ทันที

ข้อแนะนำกว้างๆสำหรับเรื่องนี้คือหากเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคลคนทั่วไปในญี่ปุ่นไปเลย หรือหากอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถขออนุญาตก่อนได้ ก็ควรขออนุญาตก่อนทุกครั้ง แม้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่เราได้พบเจอระหว่างการเดินทางอาจจะดูยิ้มแย้มและเป็นมิตรในสายตาเรา แต่เราเองก็ควรเคารพความเป็นส่วนตัวของทุกคนเช่นกัน