All About Japan

10 ที่เที่ยวไม่ควรพลาดในเฮียวโงะ (เมืองโกเบ)

ปราสาท ปราสาท Himeji แผนการการเดินทาง Kobe Himeji Hyogo Kansai

6. ภูเขาร็อกโกะ (Mt.Rokko)

6. ภูเขาร็อกโกะ (Mt.Rokko)

ยอดเขาสำหรับชมวิวทิวทัศน์ในมุมสูงท่ามกลางธรรมชาติ ที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 931 เมตร ซึ่งรอบๆบริเวณพื้นที่ภูเขาก็มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่นสวนพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เหมาะกับการเดินทางไปท่องเที่ยวในทุกฤดูกาลโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆของแถบคันไซ และวิวกลางคืนของเมืองโกเบที่มองจากบนเขาก็ยังขึ้นชื่อระดับโลกอีกด้วย โดยได้ฉายาว่าเป็น Ten Million Dollar Night View หรือวิวราคาสิบล้านดอลล่าร์

เวลาทำการ : ส่วนของโรปเวย์ 07.10-21.10 น.

ค่าเข้าชม : มีค่าใช้จ่ายสำหรับโรปเวย์ เที่ยวเดียว 590 เยน ไปกลับ 1,000 เยน

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Hankyu Kobe Line ไปลงที่สถานี Rokko แล้วต่อรถบัสหมายเลข 16 ไปยังสถานีโรปเวย์
หรือขึ้นรถบัสหมายเลข 16 ที่สถานี JR Rokkomichi Station ไปยังสถานีโรปเวย์ จากนั้นนั่งโรปเวย์ขึ้นไปบนภูเขา ใช้เวลา 10 นาที

7. สวนเมริเคนพาร์ค สัญลักษณ์ของโกเบ (Meriken Park)

7. สวนเมริเคนพาร์ค สัญลักษณ์ของโกเบ (Meriken Park)

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมอ่าวโกเบ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองโกเบ เหมาะสำหรับมาเดินเล่นสบายๆ ชมวิวและแสงไฟยามราตรีที่สวยงาม และยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจเอาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดวันหยุดสุดสัปดาห์ การแสดงดนตรี นิทรรศการศิลปะ อาคารสีเขียวภายในคือพิพิธภัณท์ และหอคอยสีแดงก็มีจุดชมวิว อีกทั้งในช่วงกลางคืนก็จะมีการเปิดไฟสวยงามจนปัจจุบันวิวนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโกเบไปแล้ว

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ไม่มี

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Kobe Line ไปลงสถานี Motomachi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

8. หอคอยโกเบ (Kobe Port Tower)

8. หอคอยโกเบ (Kobe Port  Tower)

หอคอยสีแดงสูงเด่นเป็นสง่ารูปร่างคล้ายกลองแบบญี่ปุ่น และถือเป็นแลนมาร์กสำคัญของโกเบ ภายในหอคอยจะมีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นล่างสุดคือจุดจำหน่ายตั๋ว ชั้น 2-3 เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ส่วนชั้น 4-5 เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบอ่าวโกเบได้แบบ 360 องศา ช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตกดินเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมาก

เวลาทำการ :
เดือนมีนาคม-พฤศจิกายน 09.00–21.00 น. (เข้าก่อนเวลา 20:30)
เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ 09.00–19.00 น. (เข้าก่อนเวลา 18:30)
วันที่ 31 ธันวาคม 09.00-16.30 น.
วันที่ 1 มกราคม 06.30–16.30 น. เพราะเปิดให้เข้าชมพระอาทิตย์แรกของปี

ค่าเข้าชม :
ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 300 เยน

การเดินทาง :
นั่งรถไฟ JR สาย Kobe Line ไปลงสถานี Motomachi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

9. วัดเอนเกียวจิ (Engyoji Temple)

9. วัดเอนเกียวจิ  (Engyoji Temple)

https://ja.wikipedia.org/wiki/%E5%9C%93%E6%95%99%E5%AF%BA

เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนภูเขาโชชะซัง (Shoshazan) ในเมืองฮิเมจิ มีวิวทิวทัศน์ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ และเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ได้ทั่วเมือง สามารถนั่งโรปเวย์ขึ้นไปบนพื้นที่วัดได้ ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้อยู่ที่สถาปัตยกรรมอาคารไม้เก่าแก่นับพันปีที่ชื่อ มานิเดน (Maniden) รวมถึงอาคารแวดล้อมสร้างจากไม้ที่สวยงามไม่แพ้กัน

เวลาทำการ : 8.30-18.00 น.

ค่าเข้าชม : ค่าเข้าวัด 500 เยน ค่าขึ้นโรปเวย์ขาละ 600 เยน

การเดินทาง : จากสถานี Himeji ขึ้นรถบัส Shinki Bus สาย 8 ไปลงที่ Mount Shosha Ropeway จากนั้นต่อกระเช้าขึ้นไปด้านบนภูเขา

10. ศาลเจ้าอิคุตะ ศาลเจ้าใหญ่ประจำเมืองโกเบ (Ikuta Shrine)

10. ศาลเจ้าอิคุตะ ศาลเจ้าใหญ่ประจำเมืองโกเบ (Ikuta Shrine)

ได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เป็นที่ประดิษฐานของเทพอิคุตะ ที่ชาวเมืองเชื่อกันว่าเป็นเทพแห่งพลังความสร้างสรรค์ จึงทำให้เป็นมีบรรดาศิลปิน และนักกีฬาแวะเวียนมาขอพรอยู่เสมอ อีกทั้งเครื่องรางของศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องสมหวังด้านความรัก จึงมักจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดพิธีแต่งงานแบบชินโตอีกด้วย

เวลาทำการ : 07.00-18.00 น.

ค่าเข้าชม : ไม่มี

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Kobe Line ไปลงสถานี Sannomiya แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2