All About Japan

10 ที่เที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนอาโอโมริ

| แผนการการเดินทาง , Aomori
10 ที่เที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนอาโอโมริ

อาโอโมริ (Aomori) เป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ ที่มีความหลากหลายทางสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ จึงทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจและผลไม้ที่มีชื่อเสียงอย่างแอปเปิ้ล โดยมี 10 สถานที่เที่ยวที่เราจะพาไปทำความรู้จัก ดังต่อไปนี้

10 ที่เที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนอาโอโมริ (Aomori)

อาโอโมริ (Aomori) เป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ ที่มีความหลากหลายทางสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ จึงทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยมีสถานที่มาแนะนำ 10 แห่ง

1. ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle)

1. ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle)

หนึ่งในปราสาทที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่ก็คือหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่น ด้วยจำนวนต้นซากุระกว่า 2,500 ต้น ตั้งตระหง่านอยู่บนกำแพงหินที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำ ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมมากจากนักท่องเที่ยวอีกเช่นกัน

เวลาทำการ : ปราสาท 9.00-17.00 น. (ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะปิดช้าลง)

ค่าเข้าชม : 310 เยน สำหรับเข้าชมในตัวปราสาท
510 เยน สำหรับตั๋วแพคเกจเข้าชมปราสาท สวนพฤกษศาสตร์ และสวนอนุสรณ์ฟูจิตะ

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Hirosaki ต่อรถ Dotemachi Loop Bus ไปลงที่ Shiyakusho-mae bus stop ใช้เวลา 15 นาที

2. ศูนย์ศิลปะโทวาดะ (Towada Art Center)

2. ศูนย์ศิลปะโทวาดะ (Towada Art Center)

เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในเมืองโทวาดะ ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะโดย 33 ศิลปินจากทั่วโลก โดยอาคารแต่ละหลังมีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันและสามารถเดินเชื่อมถึงกันด้วยทางเดินกระจก นอกจากนี้ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงเวลา 21.00 น. อาคารศิลปะจะเปิดไฟที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามทั่วทุกอาคารรวมทั้งประติมากรรมต่างๆที่ตั้งอยู่กลางแจ้งด้วย

เวลาทำการ : 9.00-17.00 น. (เข้าชมก่อน 16.30 น.) ปิดทุกวันจันทร์ (แต่ถ้าวันจันทร์ตรงกับวันหยุดราชการจะปิดในวันถัดไป)

ค่าเข้าชม :นิทรรศการถาวร 510 เยน, นิทรรศการพิเศษ 800 เยน, นิทรรศการถาวรรวมกับนิทรรศการพิเศษ 1,200 เยน

การเดินทาง: จากสถานี Hachinohe จะมีรถบัส JR ที่รับส่งโดยให้ไปลงที่ป้าย Towada Art Center ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

3. ลำธารโออิราเซะ (Oirase Stream)

3. ลำธารโออิราเซะ (Oirase Stream)

อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมังไท (Towada-Hachimantai National Park) เป็นกระแสน้ำไหลลงมาจากภูเขายาเคยามะ (Yakeyama) ไหลลัดเลาะหุบเขาโออิราเซะ (Oirase Gorge) เป็นทางยาว 14 กม. เป็นเส้นทางความงดงามของสายน้ำกลางป่าใหญ่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเพื่อเดินป่าเลียบลำธารแห่งนี้ ซึ่งมีบรรยากาศเหมาะกับมาชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี

เวลาทำการ : ไม่มี

ค่าเข้าชม : ไม่มี

การเดินทาง: จากสถานี Hachinohe ต่อรถบัส JR Bus Tohoku ไปลงที่ป้าย Yakeyama ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หรือ จากสถานี Shin-Aomori ต่อรถบัส JR Bus Tohoku ไปลงที่ป้าย Yakeyama ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

4. ภูเขาฮักโกดะ (Mount Hakkoda)

4. ภูเขาฮักโกดะ (Mount Hakkoda)

เป็นกลุ่มยอดภูเขาไฟตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบโทวาดะ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ภูเขาที่สวยงามของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งจะได้พบกับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาทั้งลูก นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านการเป็นสถานที่สำหรับเดินป่าและปีนเขาที่มีทิวทัศน์สวยงามตลอดทั้งปี โดยนักท่องเที่ยวจะเลือกเดินทางด้วยโรปเวย์หรือเดินเท้าขึ้นเขาก็ได้

เวลาทำการ : โรปเวย์ทำการ 9.00-16.20 น. (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ปิดบริการ 15.40 น.)

ค่าเข้าชม : มีค่าบริการโรปเวย์สำหรับเดินทางบนภูเขา เที่ยวเดียว 1,180 เยน ,ไปกลับ 1,850 เยน

การเดินทาง: จากสถานี Aomori ต่อรถบัส JR Bus Tohoku ไปลงสถานีโรปเวย์ Mount Hakkoda ใช้เวลาประมาณ 75 นาที

5. ทะเลสาบโทวาดะ (Towada Lake)

5. ทะเลสาบโทวาดะ (Towada Lake)

เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟ จนเกิดเป็นแอ่งทะเลสาบขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีทิวทัศน์ที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้ทั้งภูเขาเตรียมผลัดใบพร้อมใจกันเปลี่ยนสี ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับการยอมรับว่าสวยงามติดอันดับต้นๆในญี่ปุ่น

เวลาทำการ : ไม่มี

ค่าเข้าชม : ไม่มี

การเดินทาง: จากสถานี Hachinohe ต่อรถบัส JR Bus Tohoku ที่ชานชาลา H 16 ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที ไปถึงเลย หรือจากสถานี Aomori นั่งรถบัส JR Bus Tohoku ที่ชานชาลา 11 ไปลงที่ทะเลสาบโทวาดะ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 15 นาที

6. ตลาดปลาฟูรุคาวะ (Furukawa Fish Market)

ตลาดปลาขนาดใหญ่ของอาโอโมริ ที่อัดแน่นไปด้วยอาหารทะเลสด ผักสดจากท้องถิ่นและของกินอร่อยๆตลอดสองข้างทาง โดยมีไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือนักท่องเที่ยวสามารถทำข้าวหน้าปลาดิบแบบสดๆ ไม่จำกัดชนิดได้ด้วยตัวเอง โดยอาหารมีชื่อเรียกว่าข้าวนกเกะด้ง (Nokke-don) อีกทั้งยังมีข้าวหน้าปลาดิบแบบปกติที่จัดเตรียมไว้แล้วอีกด้วย

เวลาทำการ : 07.00-17.00 น. (ส่วนของร้านอาหารจะแตกต่างกันออกไปแต่ละร้าน) หยุดทุกวันอังคาร และหยุดปีใหม่วันที่ 1-2 มกราคม

ค่าเข้าชม : ไม่มี

การเดินทาง: จากสถานี Aomori เดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 5 นาที

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านเนบูตะ (Nebuta Warasse)

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวทุกอย่างของงานเทศกาลเนบูตะ หรือเทศกาลแห่โคมไฟแห่งจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งจัดขึ้นตอนต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี ภายในมีการจัดแสดงโคมไฟของจริงที่ใช้แห่ในเทศกาลให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด มีการสาธิตวิธีประดิษฐ์โคมไฟซึ่งถือว่าเป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยความชำนาญและหาชมได้ยาก อีกทั้งยังจำลองบรรยากาศงานแห่ และการแสดงตีกลองใหญ่ ทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในงานเทศกาลจริงๆ

เวลาทำการ : 09.00-19.00 น. (ยกเว้นกันยายน-เมษายน ปิด 18.00 น.)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน, นักเรียนมัธยมปลาย 450 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 250 เยน

การเดินทาง: จากสถานี Aomori ประมาณ 3 นาที

8. ภูเขาโอโซเรซัง (Mount Osorezan)

8. ภูเขาโอโซเรซัง (Mount Osorezan)

1 ใน 3 ภูเขาที่เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดในญี่ปุ่น (ร่วมกับโคยะซังและฮิเอย์ซัง) เป็นภูเขาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ จึงทำให้มีสภาพภูมิทัศน์แปลกตา พื้นดินเป็นสีเทาแห้งแล้ง มีกลิ่นกำมะถันรุนแรง ตลอดจนบ่อน้ำที่เจือปนกำมะถันจนเป็นสีแดงหรือเหลือง บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยหมอกควัน วิวแถวนี้จึงถูกเรียกว่าเป็นวิวของนรก ฟังดูเหมือนน่ากลัวแต่ที่นี่ก็มีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

เวลาทำการ : ไม่มี

ค่าเข้าชม : ไม่มี

การเดินทาง: จากสถานี JR Shimokita ให้ต่อรถบัส Shimokita (มีรถ 4 เที่ยวต่อวัน) ไปถึงภูเขาโอโซเรซัง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

9. ศาลเจ้าคาบุชิมะ (Kabushima)

9. ศาลเจ้าคาบุชิมะ (Kabushima)

ศาลเจ้าแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ว่าอยู่ติดกับแผ่นดินจนสามารถเดินข้ามไปได้ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแพร่พันธุ์ของนกนางนวลหางดำ มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าเกาะนกนางนวล

ทางเข้าด้านหน้าเกาะมีเสาโทริอิสีแดงตั้งโดดเด่นเป็นสง่า เมื่อเข้าไปในพื้นที่เกาะก็จะได้พบกับศาลเจ้าคาบุชิมะ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาขอพรในเรื่องการค้าขายให้เจริญรุ่งเรืองกัน และการเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะนี้สิ่งสำคัญคือควรใส่หมวกหรือพกร่มมาด้วยเพื่อป้องกันนกนางนวลที่พร้อมจะปล่อยอึลงมาทุกเมื่อ

เวลาทำการ : ตลอดทั้งวัน

ค่าเข้าชม : ไม่มี

การเดินทาง: จากสถานี Same ของรถไฟสาย JR Hachinohe Line เดินไปประมาณ 15 นาที

10. สวนแอปเปิ้ลฮิโรซากิ (Hirosaki Apple Park)

10. สวนแอปเปิ้ลฮิโรซากิ (Hirosaki Apple Park)

สวนที่มีต้นแอปเปิ้ลกว่า 65 สายพันธุ์ นับพันต้น ซึ่งในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน จะมีบริการให้นักท่องเที่ยวเก็บแอปเปิ้ลทานได้แบบสดๆ จากต้น มีกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกแอปเปิ้ลและมีเมนูพิเศษทำจากแอปเปิ้ลสำหรับรับประทานที่คาเฟ่ เช่น แกงกะหรี่แอปเปิ้ล นอกจากนี้ในเดือนพฤษภาคมก็มีการจัดงานเทศกาลชมดอกแอปเปิ้ล (Hirosaki Ringo Hana Festival) อย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีด้วย

เวลาทำการ : 09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี (แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆขึ้นอยู่กับการใช้บริการ เช่นค่าเก็บแอปเปิ้ลกิโลกรัมละ 200 เยน )

การเดินทาง: จากสถานี Hirosaki ต่อรถบัส Konan Bus ไปลงที่ Tokiwazaka Bus Stop ใช้เวลา 20 นาที จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 7 นาที