All About Japan

พักตาพักใจที่เกาะดอกไม้ โนโกะโนะชิมะ

| ดอกไม้ , Fukuoka
พักตาพักใจที่เกาะดอกไม้ โนโกะโนะชิมะ

เกาะโนโกะโนะชิมะถือได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ดอกไม้สวย ได้นั่งเรือเฟอร์รี่ ใกล้ตัวเมืองฟุกุโอกะมากๆ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังมาแรง อยากให้รู้จักไว้ค่ะ (คนไทยก็เริ่มรู้จักแล้ว แถมเว็บมีภาษาไทยด้วยนะ)

การเดินทาง

การเดินทาง

ไม่ว่าจะเดินทางมาจากสนามบินฟุกุโอกะ สถานีฮากาตะ หรือสถานี Tenjin ก็ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Noko Tosenba (ท่าเรือเฟอร์รี่) ค่ะ เมื่อลงรถบัสแล้วก็จะเห็นท่าเรือเฟอร์รี่ค่ะ ให้เราเดินเข้าไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเรือกันได้เลยค่ะ โดยใครจะขับรถเช่าไป ที่ท่าเรือมีลานจอดรถแบบเสียเงินให้บริการค่ะ

ราคา
ผู้ใหญ่ 230 เยน (เที่ยวเดียว)
เด็ก 120 เยน (เที่ยวเดียว)

สามารถเชคตารางเฟอร์รี่ได้ที่เว็บไซต์ของเกาะโนโกะโนะชิมะได้เลยค่ะ

- nokonoshima.com (ภาษาไทย)

นั่งเรือมาประมาณ 15 นาทีก็มาถึงท่าเรือโนโกะโนะชิมะกันแล้วค่ะ พอลงเรือปุ๊ปให้ไปขึ้นบัสที่จอดอยู่ได้เลยค่ะ โดยรถบัสนี้จะพาเราไปยัง ไอแลนด์พาร์ค หรือสวนดอกไม้สวยๆ ที่เที่ยวเบอร์หนึ่งของเกาะนั่นเองค่ะ

ราคาตั๋ว

ราคาตั๋ว

มาถึงไอแลนด์พาร์คแล้วก็จัดการซื้อตั๋วเข้าชมกันก่อนค่ะ

ราคา
ผู้ใหญ่ 1200 เยน
เด็กประถม มัธยมต้น 600 เยน
เด็กเล็ก(อายุ 3 ปีขึ้นไป) 400 เยน

ขอกระซิบว่าถ้าหากใครเป็นนักเรียนที่มาเรียนญี่ปุ่น สามารถขอส่วนลดได้โดยการโชว์บัตรนักเรียนและไซริวการ์ดค่ะ

เวลาทำการ
วันจันทร์ - วันเสาร์ 9.00-17.30
วันอาทิตย์ & วันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.00-18.30
ไม่มีวันหยุดเป็นประจำ

- nokonoshima.com (ภาษาไทย)

ซื้อตั๋วเข้ามาแล้วก็อย่าลืมหยิบแผนที่สวนดอกไม้มาด้วยนะคะจะได้ไม่หลง พอเดินเข้าไปแล้วก็จะเจอกับภูเขาดอกไม้ตามฤดูกาล สวยงามตระการตามากๆค่ะ โดยตามฤดูกาลก็จะมีดอกไม้แตกต่างกันไปค่ะ

ฤดูใบไม้ผลิ

ทุ่งดอกคาโนล่า: ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนเมษายน
ดอกซากุระ: สิ้นเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน (พันธุ์โยชินะ และโอชิมะ) เป็นต้นค่ะ

ฤดูร้อน

ดอกไฮเดรนเยีย: ต้นเดือนถึงปลายเดือนมิถุนายน
ทุ่งดอกทานตะวัน: ปลายเดือนกรกฏาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม เป็นต้นค่ะ

ฤดูใบไม้ร่วง

ดอกคอสมอส: ต้นเดือนถึงกลางเดือนตุลาคม
ใบไม้เปลี่ยนสี: ต้นเดือนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นต้นค่ะ

ฤดูหนาว

ทุ่งดอกแดฟโฟดิล: เดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์
ดอกบ๊วย: ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม

นอกจากดอกไม้แล้ว ยังมีจุดชมวิวที่เปิดกว้างออกให้เราได้รับลมทะเลแบบเต็มๆ ใครไปหน้าหนาวขอกระซิบบอกว่าจุดนี้จะหนาวและลมแรงมาก แต่ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของสวนนี้เลยค่ะ

เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยก็จะเจอร้านขายของที่ระลึกและของเล่นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ บรรยากาศน่าถ่ายรูปสุดๆค่ะ

ร้านเครื่องปั้นดินเผาก็มีให้ชมค่ะ

มาปั้นให้ดูกันตรงนี้เลย ใครอยากลองปั้นดู ค่าใช้จ่าย 2,300 เยนขึ้นไป ต่อคนค่ะ โดยหลังจากปั้นแล้วจะจัดส่งไปให้ เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ

หากใครอยากทานขนม ดื่มกาแฟ มื้อเล็กๆ ก็มีร้านกาแฟน่ารักๆให้บริการค่ะ

เดินไปอีกหน่อยก็จะมีร้านอุด้งที่มีเมนูเฉพาะตัว อย่างเช่น โนโกะอุด้ง ทั้งแบบเย็น แบบร้อนให้เลือกค่ะ ยังไงซะถ้ามาเที่ยวที่นี่ก็คงเลือกมากันในหน้าร้อน หรือช่วงที่อากาศสดใสเพื่อดูดอกไม้ ถ้าหิวก็แนะนำอุด้งเย็นจานนี้เลยค่ะ

ในภาพคือ โนโกะอุด้งแบบเย็น ราคา 780 เยน

หากครอบครัวไหนมีเด็กเล็กๆ รับรองว่าต้องชอบที่นี่แน่นอนค่ะ เพราะมีสนามวิ่งเล่นให้เด็กๆได้วิ่งเล่นเยอะมากค่ะ เป็นที่เที่ยวสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง

ร้านเช่ากิโมโน เพียงคนละ 2,000 เยนเท่านั้นค่ะ

ใครอยากซื้อโปสการ์ดหรือของฝากเป็นที่ระลึกก็เลือกซื้อได้ที่นี่เลยค่ะ

มีบ้านญี่ปุ่นแบบโบราณจำลองให้ชมด้วยค่ะ

เดินมาถึงอีกด้านของเกาะก็จะเป็นทุ่งดอกไม้ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกลาลค่ะ ในรูปนี้เป็นทุ่งดอกคาโนล่าค่ะ สวยงามตระการตา เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ

นอกจากนี้หากใครอยากจะซื้ออาหาร ขนม เครื่องดื่มจากร้านสะดวกซื้อแล้วมาปิกนิคที่นี่ก็ได้ค่ะ มีบริการเสื่อให้ผืนละ 100 เยนเท่านั้น ขอแนะนำให้ซื้อของกินมาก่อนขึ้นเรือเฟอร์รี่นะคะ เพราะที่เกาะฝั่งนี้ไม่มีร้านสะดวกซื้อบริเวณท่าเรือเลยค่ะ

นอกจากนี้หากใครอยากจะมาพักค้างคืนบ้านบังกะโลที่นี่ ติดต่อได้ที่นี่ค่ะ

ติดต่อเพื่อจอง/ ข้อมูลเพิ่มเติม
(+81)-92-881-2494

ขากลับก็นั่งรถบัสจากจุดที่ลงกลับมายังท่าเรือเพื่อรอขึ้นเรือเฟอร์รี่กลับค่ะ เมื่อลงเรือเฟอร์รี่มาแล้วให้เดินตามป้ายนี้ เพื่อขึ้นรถบัสกลับไปในตัวเมืองฟุกุโอกะ เป็นอันจบทริปค่ะ