All About Japan

หลงรักสุนัขจิ้งจอกที่ Zao Fox Village

| สวนสัตว์ , Sendai
หลงรักสุนัขจิ้งจอกที่ Zao Fox Village

Zao Fox Village เป็นอีกจุดหนึ่งที่คนที่แวะมาเที่ยวใกล้ๆเซนได (จังหวัดมิยากิ) ไม่ควรพลาด! แน่นอนว่าใครที่เป็นสายรักสัตว์ อยากสัมผัสกับความน่ารักของเจ้าสุนัขจิ้งจอกขนปุยต้องมาที่นี่เลยกับ

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก Zao Fox Village

หมู่บ้านของเหล่าน้องจิ้งจอกมีชื่อว่า Zao Fox Village เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่ดังขึ้นมาอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ โดยมีค่าเข้าคนละ 1,000 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าเข้า หากต้องการอุ้มน้องสุนัขจิ้งจอก ต้องเสียเงินเพิ่มอีกคนละ 600 เยน

Zao Fox Village อยู่ใกล้สถานี Shiroishi ซึ่งหากนั่งรถไฟจากสถานี Sendai ไปใช้เวลาประมาณ 50 นาที

การเดินทางสามารถไปได้ 2 วิธีคือรถบัสและแท็กซี่ (กรณีถ้าไม่เช่ารถมาเอง)
ซึ่งใครที่ต้องการประหยัดขอแนะนำให้เช็คตารางบัสให้ดีเพราะ แท็กซี่ราคาค่อนข้างแพงมาก ประมาณ 3,800 เยน/เที่ยวแต่ถ้าไปกันเป็นกลุ่มแล้วหาร 4 คนอาจจะคุ้มหน่อย

สำหรับรอบรถบัส
ทุกวันอังคารและวันศุกร์ มีรอบเช้ารอบเดียวคือ ออกจากสถานี JR Shiroishi 7:58 น. ถึง Zao Fox Village 8:55 น. (หากไม่ทันคือต้องไปด้วยแท็กซี่อย่างเดียว) และรอบกลับก็มีบัสรอบเดียวเช่นกันคือ ออกจาก Zao Fox Village 14:32. น. ค่ารถบัสเที่ยวละ 200 เยน หากระวังเวลาได้ จะประหยัดกว่าแท็กซี่ได้มากค่ะ

ประสบการณ์การเดินทางด้วยตัวเอง

ประสบการณ์การเดินทางด้วยตัวเอง

วันที่เราเดินทาง โดยเราเดินทางจากสถานี Sendai ซึ่งคำนวณเวลาเอาไว้อย่างดี โดยเราตื่นตี 5 มารอขึ้นรถไฟรอบเช้ารอบแรกเพื่อจะได้มีเวลาไปขึ้นรถบัสให้ทัน แต่ระหว่างทางดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คือ รถไฟหยุดวิ่งกะทันหันเนื่องจากหิมะ!

อื้อหือ…แผนทุกอย่างพัง! เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก เพราะรถไฟขบวนที่เราติดอยู่นั้นเลทถึง 1 ชั่วโมง 15 นาที แน่นอนค่ะเราว่าตกรถบัส ตอนนั้นคือลังเลมากว่าจะเอาไงต่อ เพราะเดินทางคนเดียวก็ไม่มีคนหารค่าแท็กซี่ไปต่อ แต่ในเมื่อมาแล้วก็ไม่อยากเสียเที่ยว ก็ต้องยอมจ่ายค่ารถไปทั้งน้ำตา ฮือ… เอาเป็นว่าใครจะไปช่วงหน้าหนาว อย่าลืมเช็คอากาศกันนะคะ

เรานั่งแท็กซี่จากสถานี Shiroishi ไปถึง Zao Fox village ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เมื่อเข้ามาแล้วให้ซื้อตั๋วเข้าก่อน และจะมีสต๊าฟคอยอธิบายกฎต่างๆ (มีทั้งเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ) ซึ่งสต๊าฟที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดมากค่ะ ห้ามเผลอไปจับตัวเค้าก่อนได้รับอนุญาตเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าชมเอง เราเองก็โดนเตือนเพราะไม่ได้เก็บตั๋วและฝาปิดเลนส์กล้องให้ดี (สต๊าฟบอกว่าต้องเก็บในที่มิดชิดเด็ดขาด เพื่อป้องกันสิ่งของตกแล้วสุนัขจิ้งจอกเผลอทานเข้าไป)

ที่นี่จะแบ่งเป็นโซนที่อยู่ในกรง และโซนปล่อยอิสระ สำหรับสุนัขจิ้งจอกที่นี่ค่อนข้างคุ้นกับคนค่ะ ไม่กลัวคนเลย วิ่งไปวิ่งมา กลายเป็นว่าเรานี่ล่ะที่ต้องเดินหลบให้เค้าแทน ซึ่งโซนปล่อยอิสระจะไม่มีสต๊าฟมาคอยดูแลหรือเฝ้า เราต้องดูแลความปลอดภัยของตัวเองด้วย (มีคนเคยโดนกัดด้วยนะ แต่แผลเล็กๆไม่ได้ใหญ่อะไร)

เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่นาน เพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงก็เดินทั่วแล้ว การเดินทางกลับสามารถแจ้งสต๊าฟให้เรียกรถแท็กซี่ให้ได้ค่ะ โดยทางสต๊าฟจะยื่นบัตรคิวรถและเรียกไปทีละคันให้ แน่นอนว่า การรอกลับรถบัสเป็นอะไรที่เสียเวลาค่อนข้างมาก ทางสต๊าฟจึงแนะนำว่าให้ลองพูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่นเพื่อหาคนหารค่าแท็กซี่ จนในที่สุดขากลับเราก็ได้สาวชาวออสเตรเลีย 1 คน และสาวไต้หวันอีก 2 คนมาช่วยหารค่าแท็กซี่ขากลับจึงประหยัดลงไป ใครอยากลองนำเทคนิคไปใช้ก็ลองได้นะคะ เผื่อได้เพื่อนใหม่ด้วย

ข้อดีของที่นี่
แน่นอนค่ะว่าใครที่ไม่เคยเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวเป็นๆ รับรองว่าฟิน! ประทับใจอย่างแน่นอน เพราะเค้าน่ารักมากๆ และเรายังได้เห็นการใช้ชีวิตตามธรรมชาติของเค้า ไม่ได้เห็นแค่สุนัขจิ้งจอกที่อยู่ในกรงเพียงอย่างเดียว

ข้อเสียของที่นี่
ไกล! เนื่องจากอยู่บนเขาแถมการเดินทางค่อนข้างลำบาก อย่างที่บอกว่ารถบัสรอบน้อยมากๆ แถมค่าแท็กซี่ค่อนข้างแพงอีกด้วย และสถานที่ก็ค่อนข้างเล็กกว่าที่คาดไว้จึงใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด ใครที่ไม่ได้รักสัตว์อาจจะไม่อินเท่าไหร่ ตอนแรกว่าจะซื้อของฝากที่ระลึกกลับไป แต่ราคาก็แอบสูงไปนิดนึง

วันเวลาเปิด-ปิด Zao Fox Village
วันที่ 1 ธันวาคม – 15 มีนาคม เปิดให้บริการ 9:00 น. – 16:00 น. (ให้เข้ารอบสุดท้าย 15:30 น.)
วันที่ 16 มีนาคม – 30 พฤศจิกายน เปิดให้บริการ 9:00 น. – 17:00 น. (ให้เข้ารอบสุดท้าย 16:30 น.)

ขอย้ำว่า Zao Fox Village ปิดทุกวันพุธ
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากด้านล่าง

- zao-fox-village.com (อังกฤษ)