All About Japan

ขอพรและซื้อเครื่องรางที่วัดอาซากุสะ

| Tokyo , Asakusa
ขอพรและซื้อเครื่องรางที่วัดอาซากุสะ

วัดอาซากุสะมีดีทั้งในเรื่องความงาม การขอพร เครื่องรางความรัก และรอบๆก็เต็มไปด้วยของกินมากมาย เป็นที่เที่ยวอันดับแรกๆที่คนไทยเลือกไปเยือน

วัดอาซากุสะ ที่เที่ยวในโตเกียวชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก

วัดอาซากุสะ ที่เที่ยวในโตเกียวชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก

วัดอาซากุสะ วัดชื่อดังของโตเกียวและของประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ว่าใครที่มาญี่ปุ่นก็ต้องมาเยือนสักครั้ง

วัดอาซากุสะตั้งอยู่ทิศตะวันออกของเมืองโตเกียว จริงๆแล้วคนญี่ปุ่นเรียกวัดอาซากุสะว่า เซนโซจิ หรือวัดเซนโซ (浅草寺) ซึ่งมีวิธีการเขียนแบบเดียวกัน แต่วิธีการอ่านจะอ่านแบบ องโยมิ (音読み) หรือการอ่านแบบจีนนั่นเอง

และในบริเวณใกล้เคียงกันมี "ศาลเจ้า"อาซากุสะ (浅草神社) ตั้งอยู่ด้วย ซึ่งนี่เป็นวิธีการอ่านแบบคุงโยมิ (訓読み) หรือการอ่านแบบญี่ปุ่น โดยคนญี่ปุ่นจะอ่านชื่อวัดแบบองโยมิ และจะอ่านชื่อศาลเจ้าแบบคุงโยมิ

ประวัติของวัดเซนโซ หรือที่คนไทยเรียกว่า วัดอาซากุสะนั้น มีตำนานกล่าวไว้ว่าถือกำเนิดขึ้นในปี 628 หรือเกือบ 1400 ปีมาแล้ว โดยพี่น้องชาวประมง 2คนที่ออกไปจับปลาแต่เหวี่ยงแหขึ้นมาได้เป็นพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์คันนอน (คนไทยรู้จักกันในนามเจ้าแม่กวนอิมนั่นเอง) และหลังจากนั้นพี่น้องนำเอาพระพุทธรูปนี้ไปมอบให้กับหัวหน้าหมู่บ้าน และหัวหน้าหมู่บ้านก็ได้ออกบวช นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานที่บ้าน เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นวัด และเปิดให้คนที่เลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้จนกลายเป็นวัดอาซากุสะมาจนถึงปัจจุบันนี้

วัดอาซากุสะมีอะไรดี

ภายในโบสถ์ของวัดอาซากุสะมีพระพุทธรูปของเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ ที่วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อว่า "ขออะไรก็สมหวัง" ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องงาน เรื่องสุขภาพ เรื่องค้าขาย ซึ่งก็คงเป็นเพราะความขลังของเจ้าแม่กวนอิมนั่นเอง

อีกอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องขึ้นชื่อของวัดอาซากุสะก็คือเซียมซีนั่นเอง เซียมซีของวัดนี้เรียกว่า "เซียมซีเจ้าแม่กวนอิม" เป็นแบบไม้เสี่ยงทาย 100แท่ง ซึ่งเป็นต้นแบบเซียมซีที่ใช้ทั่วไปในวัดญี่ปุ่น
นญี่ปุ่นกล่าวว่าเสี่ยงเซียมซีที่วัดอาซากุสะแล้วได้โชคร้ายถือเป็นเรื่องปกติ เพราะในไม้เสี่ยงทาย 100แท่งนั้น มีโชคร้ายอยู่ถึง 30% เพราะฉะนั้นใครเสี่ยงได้โชคร้ายก็ไม่ต้องเครียดไป นำกระดาษเซียมซีไปผูกฝากเอาไว้ทำใจให้สบายกันดีกว่า

นอกจากนี้ ว่ากันว่าหากไปวัดในวันที่ 10 กรกฎาคม เพียงแค่วันเดียว จะเหมือนกับเราได้ไปกราบไหว้ที่วัดรวม 46,000วัน (126ปี) เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้เดินทางไปกราบไหว้บ่อยๆ
เพียงแค่ไปวันนั้นวันเดียวก็เพียงพอไปตลอดชาติเลย นักแสวงบุญต้องลอง

การเดินทางไปวัดอาซากุสะ

หากต้องการเดินทางไปวัดอาซากุสะสามารถนั่งรถไฟได้หลายสาย

Tokyo Metro Ginza Line (東京メトロ銀座線)
Toei Asakusa Line (都営地下鉄浅草線)
Tobu Skytree Line (東武スカイツリーライン)
Tsukuba Express Line (つくばエクスプレス)

โดยทั้งหมดนี้ ไปลงได้ที่สถานีชื่อเดียวกันคือสถานี Asakusa (浅草駅) ซึ่งส่วนของสาย Tsukuba Express จะไกลจากส่วนของสถานีอื่นเป็นพิเศษ ทำให้การเปลี่ยนรถยากกว่า (ในกรณีที่อยากเปลี่ยนสาย) แต่ว่าจากสถานีทุกสถานีสามารถเดินต่อไปยังวัดได้ โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ แต่ละทางออกก็อยู่ใกล้กับย่านการค้าพอควร เมื่อเดินออกมาแล้วก็จะเจอกับบรรยากาศที่คึกคักทันที ไม่ว่าจะออกที่ไหนก็เดินไปวัดได้สบายๆแน่นอน

ประตูโคมแดงอันเป็นเอกลักษณ์ และ "นากามิเสะ" ทางเดินสู่วัดที่มีร้านรวงเต็มไปหมด

ประตูโคมแดงอันเป็นเอกลักษณ์ และ "นากามิเสะ" ทางเดินสู่วัดที่มีร้านรวงเต็มไปหมด

ก่อนเดินเข้าสู่ตัววัดอาซากุสะจะต้องผ่านประตูคามินาริ หรือประตูสายฟ้า (雷門) ประตูนี้ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 1485 ก่อนจะพังเสียหายไปทั้งหมด 3ครั้ง ซึ่งโคมแดงยักษ์ที่ทุกคนได้เห็นนี้เป็นรุ่นที่ 4 แล้วตั้งแต่ก่อตั้งวัดขึ้นมา มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.3เมตร สูง 3.9เมตร หนักถึง 700กิโลกรัม หากมองจากด้านล่างขึ้นไป เราจะเห็นรูปแกะสลักไม้เป็นรูปมังกรสวยงาม

นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลซันจะ (三社祭) ที่จะจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อให้ขบวนแห่สามารถลอดเข้าไปสู่ด้านในวัดได้ ตัวโคมแดงนี้จะถูกย่นพับเก็บขึ้นไป หรือในช่วงฤดูพายุ
ตัวโคมนี้ก็จะถูกย่นเก็บขึ้นไปเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

หลังจากลอดประตูนี้เข้าไปแล้ว เราก็จะเจอกับถนนทอดยาวที่สองฝั่งเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ ถนนนี้มีชื่อเรียกว่าถนนนากามิเสะ (仲見世通り) ร้านค้าส่วนใหญ่จะขายสินค้าแบบญี่ปุ่นจ๋าๆ ไม่ว่าจะเป็นพัดญี่ปุ่น กิโมโน ตุ๊กตาญี่ปุ่น ภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่นหรืออุคิโยะเอะ ของกระจุกกระจิกเล็กๆ น่ารักเหมาะไปเป็นของฝาก และยังมีของกินหลายประเภทจำหน่าย ทั้งขนมญี่ปุ่นแท้ๆ ซอฟท์ครีม ขนมเซมเบ้ เป็นต้น

ในบรรดาร้านรวงต่างๆ เราก็จะเห็นร้านจำหน่ายสินค้า ที่ไม่คิดว่าจะมีขายในโซนนี้ด้วย เช่น อุปกรณ์เกี่ยวกับกล้อง วิกผม สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง เรียกว่ามีทุกสิ่งให้เลือกสรร

ถนนนากามิเสะมีความยาวด้วยกัน 250เมตร ปัจจุบันมีร้านค้าเกือบ 100ร้าน ถนนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดทำการอยู่ในญี่ปุ่นก็ว่าได้

การขอพรความรัก

การขอพรความรัก

เชื่อว่าคนไปเยี่ยมเยียนวัดอาซากุสะหลายคนคงมุ่งหน้าไปขอพรเรื่องความรักกันอยู่บ้าง ที่ญี่ปุ่นเวลาไปไหว้พระคนส่วนใหญ่จะโยนเหรียญ 5เยน เพราะคำว่า 5เยนในภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า โกะเอ็ง ซึ่งจะไปคล้องกับคำว่าความสัมพันธ์พอดี ซึ่งถือว่าเป็นคำที่มีความหมายดี และจะช่วยให้เราได้พานพบกับความสัมพันธ์ใหม่ๆได้ นอกจากนี้แล้วหากบริจาคด้วยเหรียญที่มีเลข 5 เช่น 5เยน 50เยน 500เยน ก็ยังมีความเชื่อว่าจะได้กลับมาเยือนวัดอาซากุสะอีกครั้ง

นอกจากนี้ การทำให้คำขอพรเป็นจริงก็มีอีกหลายวิธี เช่นการเขียนคำขอลงในแผ่นไม้ที่เรียกว่าเอมะ (絵馬) แล้วนำไปแขวนไว้ เพื่อให้คำขอเป็นจริง

ซื้อเครื่องรางที่วัดอาซากุสะ

ซื้อเครื่องรางที่วัดอาซากุสะ

เนื่องด้วยเป็นวัดที่ขออะไรก็สมหวัง เครื่องรางที่จำหน่ายที่วัดอาซากุสะจึงมีหลายประเภทให้ได้เลือกซื้อกลับไปพกติดตัว หรือเป็นของฝากให้อุ่นใจ เช่น เครื่องรางเกี่ยวกับคลอดลูก เครื่องรางความรัก เครื่องรางเดินทางปลอดภัย เครื่องรางสุขภาพ เครื่องรางปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เครื่องรางเกี่ยวกับการศึกษา เป็นต้น

ส่วนใครที่ไม่เน้นด้านไหนเป็นพิเศษที่นี่ก็มีจำหน่ายเครื่องรางสมหวัง ไม่ว่าจะขออะไรก็ได้อย่างนั้นตามใจปรารถนา โดยราคาเครื่องรางที่จำหน่ายที่นี่จะเริ่มต้นที่ประมาณ 700เยนขึ้นไป ตามแต่ละประเภทของเครื่องราง

หาของกินแถววัดอาซากุสะ

หาของกินแถววัดอาซากุสะ

นอกจากของกินในโซนถนนนากามิเสะแล้ว บริเวณถนนด้านนอกรอบๆ วัดก็เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านขนมเก่าแก่มากมาย ร้านค้าแถวนี้ส่วนใหญ่จะอยู่มานานคู่กับวัด เป็นร้านเก่าแก่ที่บางร้านมีแค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น บางร้านอร่อยเสียจนคนต่อแถวยาวเหยียด

ใครอยากสัมผัสความโลคัลแท้ๆ ของย่านเก่าแก่ในโตเกียวนี้ เราขอแนะนำถนนสายที่ชื่อว่า ถนนฮอปปี้ (ホッピー通り) ซึ่งชื่อฮอปปี้นี้มากจากชื่อเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องดื่มอัดลมหน้าตาคล้ายเบียร์ คนญี่ปุ่นมักนำมาผสมกับโชจูดื่ม ออกมาแล้วรสชาติคล้ายๆเบียร์ โดยร้านอาหารในย่านนี้ก็จะมีมากมายหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแนวที่คนญี่ปุ่นนิยมกินเป็นกับแกล้มคู่กับเหล้าต่างๆ เช่นร้านยากิโทริ (ไก่ย่าง) เป็นต้น ใครไปนั่งทานที่นี่อาจจะได้เพื่อนใหม่ชาวญี่ปุ่นเป็นคุณลุงสูงวัยหัวใจรักแอลกอฮอล์กลับมาเป็นเพื่อนได้

อย่างไรก็ตามแม้นักท่องเที่ยวจะเยอะ แต่ถนนสายนี้ ร้านค้าแถวนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีป้ายเมนูภาษาอังกฤษ สำหรับคนที่ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นอาจจะลำบากสักหน่อย

วัดอาซากุสะ ปิดกี่โมง มีวันไหนหยุดมั้ย

วัดอาซากุสะ ปิดกี่โมง มีวันไหนหยุดมั้ย

สำหรับพื้นที่กลางแจ้งนั้นเป็นเหมือนสวนสาธารณะ ก็คือไม่มีเวลาปิด อยากเดินผ่านตอนกลางคืนดึกๆก็ได้ (มีบางส่วนที่กั้นไว้ไม่ให้เข้า) แต่โดยรวมแล้วก็ยังสามารถเข้าได้ลึกถึงหน้าอาคารหลักของวัดอย่างใกล้ชิด

แต่สำหรับอาคารวัดนั้น วัดอาซากุสะเปิดให้เข้าชมด้านในทุกวันตั้งแต่ช่วงเช้า 6.00 น. จนถึง 17.00 น. แต่ในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนมีนาคม เวลาเปิดจะเลื่อนเปิดเป็นเวลา 6.30 น. อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินจนถึง 23.00 น. ทุกคนสามารถเดินชมการจัดแสดงไลท์อัพได้ รับรองว่าสวยงามไม่แพ้ตอนกลางวันแน่นอน

วัดอาซากุสะเปิดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในคืนข้ามปีและช่วงปีใหม่ คนญี่ปุ่นจะเดินทางไปขอพรปีใหม่แรกของปีที่วัดอาซากุสะเยอะมาก เรียกว่าเป็นอันดับ 2 รองจากศาลเจ้าเมจิเลย ใครจะไปวัดอาซากุสะในช่วงปีใหม่อาจจะต้องทำใจเผื่อไว้เล็กน้อยด้วย