All About Japan

เที่ยวโอซาก้ายังไงก็ต้องไป โดทมโบริ

| ช็อปปิ้ง , Osaka
เที่ยวโอซาก้ายังไงก็ต้องไป โดทมโบริ

เริ่มเที่ยวโอซาก้าครั้งแรกหรือจะไปซ้ำหลายๆครั้ง ยังไงก็ต้องลองสัมผัส Dotonbori และ Shinsaibashi ก่อนใครเพื่อนเลย เพราะเป็นที่ๆมีทั้งร้านอาหาร ที่พัก ที่เที่ยว ที่ช้อป เยอะที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว

Dotonbori สุดยอดย่านช้อปที่ใหญ่ที่สุดของโอซาก้าและของญี่ปุ่น

Dotonbori สุดยอดย่านช้อปที่ใหญ่ที่สุดของโอซาก้าและของญี่ปุ่น

พูดถึงโอซาก้าแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จักโดทมโบริ แหล่งช็อปปิ้ง กิน ดื่ม เที่ยวที่ใหญ่มากๆ ของโอซาก้า หากยังนึกภาพไม่ออกเราจะบอกว่ามันคือ ตรงที่มีป้ายไฟกูลิโกะที่ใครไปก็ต้องถ่ายรูปคู่ด้วยนั่นแหละ

Dotonbori (โดทมโบริ 道頓堀) คือ ย่านการค้าสำคัญในโอซาก้า มีแม่น้ำชื่อเดียวกันไหลผ่าน ส่วนสะพานที่เราใช้เดินข้ามตรงจุดป้ายกูลิโกะนั้นมีชื่อเรียกว่า สะพานเอบิสุ (戎橋) เป็นหนึ่งในหลายๆสะพานที่เอาไว้ข้ามแม่น้ำโดทมโบริ

ที่จริงแล้วมีอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เมื่อปี2013 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 400ปีของการขุดคลอง Dotonbori ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในตำแหน่งที่ปรึกษากิติมศักดิ์นายไทจิ ซากะอิยะ
ได้เสนอให้มีการเปลี่ยนคลอง Dotonbori ให้เป็นสระว่ายน้ำยาว 800เมตร แต่ด้วยปัญหางบประมาณที่ไม่เพียงพอ ทำให้โปรเจคนี้เป็นอันต้องยกเลิกไป น่าเสียดายจริงๆ เราเกือบจะได้สระว่ายน้ำกลางย่านช้อปปิ้งแล้วเชียว

การเดินทางไปยัง Dotonbori

โดทมโบริตั้งอยู่ตรงใจกลางของโอซาก้า หรือว่าเขตจูโอ (中央区) นั่นเอง เนื่องจากเป็นเขตสำคัญที่มีทั้งย่านที่พักอาศัย ย่านการค้า แหล่งท่องเที่ยว ทำให้การเดินทางมายัง Dotonbori นั่นง่ายแสนง่าย มีทั้งรถไฟสายสำคัญหลายสายวิ่งผ่านรวมถึงรถบัสและถนนหลายเส้นอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะพักย่านไหน ก็สามารถวาร์ปมาที่ Dotonbori ได้อย่างง่ายดาย

สถานีรถไฟที่ใกล้ Dotonbori

ดังที่เรากล่าวไปว่า Dotonbori ตั้งอยู่ใจกลางย่านสำคัญของโอซาก้า สถานีรถไฟที่ผ่านย่านนี้จึงเป็นสายสำคัญ และที่สำคัญคือมีหลายสถานี

ถ้านับสถานีที่ใกล้ที่สุด คือรถไฟใต้ดินสถานี Namba (難波駅) จากสถานีเดินมาที่ Dotonbori เพียงแค่ 300เมตรเท่านั้น
และรถไฟสายคินเทตสึ สถานี Osaka Namba (大阪難波駅) ก็ห่างไปเพียง 450เมตรเท่านั้น

หรือใครไม่สะดวกต่อมาลงสถานีนัมบะ ก็สามารถลงได้ที่สถานี Shinsaibashi (心斎橋駅) ซึ่งห่างจากจุดสำคัญของ Dotonbori ไปประมาณ 850เมตร แต่ใครที่มาจากสถานี Osaka หรือ Shin-Osaka อันนี้จะใกล้กว่า

แต่จริงๆไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีที่ลงมาก เพราะว่าย่านนี้เป็นย่านที่กินอาณาเขตกว้างมากๆ เราอาจจะลงที่สถานีนัมบะ แล้วเดินไปขึ้นขากลับที่สถานีชินไซบาชิ หรือจะทำกลับกันก็ได้ และที่สำคัญคือ ย่านการค้านั้นกว้างและยืดยาวไปถึงทุกๆสถานี ไม่ว่าจะลงที่สถานีไหนแค่เดินออกมาก็จะเจอความสนุกแล้ว รับรองไม่เบื่อแน่นอน

โอซาก้าเป็นเมืองใหญ่ที่ประชากรเยอะ ส่วน Dotonbori เป็นย่านใจกลางเมืองที่มีทั้งย่านธุรกิจ ช้อปปิ้ง และย่านท่องเที่ยว ดังนั้นแล้วจำนวนคนใช้บริการรถไฟในแถบนี้ก็จะเยอะแบบแน่นมากๆ เป็นไปได้ควรละเว้นช่วงเวลาเร่งรีบให้ดี

Dotonbori ร้านค้าเยอะสมเป็นแหล่งช้อปอันดับหนึ่ง

"กิน เที่ยว ช้อป ชม" ที่ Dotonbori คุณสามารถเอ็นเตอร์เทนตัวเองได้ทุกสิ่ง

เริ่มจากแหล่งเที่ยวเล่น แถบนี้มีร้านคาราโอเกะ เกมเซ็นเตอร์ อยู่ด้วยกันหลายร้านมากๆ และแต่ละร้านก็มีขนาดที่ใหญ่ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอด

ส่วนนักช้อปมือโปรเมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้วจะไม่ช้อปปิ้งก็ดูจะไม่ใช่ ร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ย่านนี้มีสินค้าจำหน่ายที่ครบครันทุกสิ่งตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์อินเตอร์ ของเล่น ของกระจุกกระจิก เครื่องสำอาง ของฝาก เยอะจนไม่รู้จะบรรยายให้หมดยังไง

อีกอย่างคือการไปชมสิ่งที่น่าสนใจในย่านนี้ บรรดาร้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในแถบ Dotonbori จะตกแต่งหน้าร้านด้วยสีสันฉูดฉาด พร็อพเยอะๆ แม้จะได้ไม่เข้าไปทานแต่เราก็สามารถไปถ่ายรูปเล่นเก็บบรรยากาศได้ตลอดทั้งเส้น เป็นถนนที่แค่เดินเฉยๆ ก็เพลินมากแล้ว ย่ิ่งตกดึกป้ายไฟนีออนจากร้านต่างๆ ยิ่งพากันแข่งกันสร้างสีสันให้ย่านนี้ได้ครึกครื้นตลอดทั้งคืน

ใครที่เป็นเซียนภาษาญี่ปุ่นและรักในการชมตลกญี่ปุ่น ก็สามารถไปชมแสดงโชว์ตลกที่โรงละครของโยชิโมโตะซึ่งเป็นบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนท์ที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับโอะวาไร (お笑い) หรือตลกญี่ปุ่นกันได้ที่โรงละคร นัมบะ แกรนด์ คาเง็ตสึ (なんばグランド花月劇場) แต่บอกก่อนนะว่าละครเวทีและตลกญี่ปุ่นนั้นต้องการสกิลภาษาญี่ปุ่นสูงมากๆ

ร้านอาหารก็เยอะ

ตบท้ายกันด้วยของรับประทาน ร้านอาหารที่นี่มีให้เลือกกันหลายร้อยร้าน! การจะนับจริงๆคงยากเพราะไม่แน่ใจว่าจะขีดเส้นว่าพื้นที่โดทมโบรินั้น ยาวถึงตรงไหน

ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบหรู หรืออาหารขึ้นชื่อประจำเมืองโอซาก้าอย่างโอโคโนมิยากิและทาโกะยากิ ร้านซูชิ ร้านเนื้อย่าง ร้านอาหารอินเตอร์ก็มีให้เลือกมากมาย อิ่มได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ยันค่ำมืดดึกดื่นก็ยังกินกันได้ต่อเนื่องแบบไม่หยุดยั้ง

หรือหากใครไปเที่ยวในช่วงเย็นๆ ดึกๆ อาจจะแวะเข้าไปนั่งทานตามร้านรวงริมคลอง Dotonbori ก็ได้ บรรยากาศชิลๆ อาหารอร่อย พร้อมเบียร์เย็นๆ อะไรจะดีไปกว่านี้อีก!

สำหรับร้านดังที่อยากให้ทุกคนรู้จักไว้ก็คือ คานิโดราคุ (かに道楽) ร้านที่มีป้ายปูยักษ์อยู่หน้าร้าน นักท่องเที่ยวแทบทุกคนนอกจากจะมีรูปถ่ายคู่กับป้ายกูลิโกะก็มีปูหน้าร้านนี้แหละ เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าเราได้มาถึงโอซาก้าแล้วจริงๆนะ เพราะงั้นถึงกินไม่กินก็ต้องแวะไปดูซักครั้ง สำหรับการบอกทางนั้นแทบไม่จำเป็น เพียงเดินผ่านบริเวณใกล้ๆป้ายไฟกูลิโกะ ก็จะเห็นตึกใหญ่ๆที่มีป้ายปูขนาดยักษ์แบบนี้แน่นอน

ที่พักก็เยอะ

ส่วนใหญ่ที่พักในย่าน Dotonbori จะเป็นที่พักแนว Guesthouse ซึ่งจะเหมาะสำหรับชาวแบ็คแพ็คเกอร์เสียมากกว่า ด้วยความที่เป็นเมืองที่ไม่หลับใหลแม้แต่ตอนกลางคืน เสียงบริเวณรอบข้างก็จะค่อนข้างดัง อาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบพักแบบเงียบสงบหรือชอบนอนแบบส่วนตัว และเนื่องจากที่แพง ห้องก็จะเล็กแน่นอนจึงไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบห้องที่กว้างขวาง

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากจะพักแถบนี้และได้ห้องใหญ่ๆที่เป็นส่วนตัว เราก็ขอแนะนำโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานีนัมบะ หรือสถานีชินไซบาชิ ซึ่งจะค่อนข้างมีระดับขึ้นมา อย่างเช่น Hotel Monterey, Hotel Mystays, Richmond Hotel หรือ Swissotel เป็นต้น

ไม่ว่าจะชอบพักสไตล์ไหน ย่านนี้ก็มีรูปแบบโรงแรมที่สามารถตอบโจทย์ความชอบของทุกคนได้อย่างแน่นอน

ที่เที่ยวอื่นๆ ในโอซาก้า

ที่เที่ยวอื่นๆ ในโอซาก้า

จากสถานีชินไซบาชิ ห่างออกไปเพียง 2สถานี เราก็สามารถเดินทางไปยังปราสาทโอซาก้าได้ง่ายๆ

หรือหากนั่งรถไฟขึ้นไปทางทิศเหนือ ก็จะได้เจอกับย่านการค้าที่สำคัญอีกย่านหนึ่งของโอซาก้า ก็คือสถานีอุเมดะ (梅田駅) หรือสถานีโอซาก้า (大阪駅) นั่นเอง ที่นี่เป็นแหล่งเปลี่ยนรถไฟที่สำคัญของโอซาก้า เพราะการเดินทางแทบจะทุกประเภทจะมารวมตัวกันที่นี่ทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นเต็มไปด้วยผู้คนและตึกสูงต่างๆ มากมาย

นอกจากห้างสรรพสินค้า HEP FIVE สีแดงแปร๊ดที่มีจุดเด่นอยู่ที่มีชิงช้าสวรรค์บนห้างแล้ว ยังมีห้างเปิดใหม่ในปี 2013 อย่างห้าง Grand Front Osaka ซึ่งเป็นอาคารมิกซ์ยูสประกอบไปด้วย 3ตึก ด้านในมีทั้งร้านค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม

หากเดินทางจาก Dotonbori ไปยังทิศตะวันตกก็จะเจอเคียวเซร่าโดม (京セラドーム) ซึ่งส่วนใหญ่จะเอาไว้จัดแข่งขันกีฬาเบสบอล หรือคอนเสิร์ตศิลปินดังๆ

หรือลงมาทางใต้ก็จะต่อไปยังสถานี Dobutsuen-Mae (動物園前駅)เพื่อไปดูสัตว์ในสวนสัตว์เท็นโนจิ

หรือหากอยากแวะไปย่านคล้ายๆโดทมโบริ แต่เล็กกว่า เงียบๆ เก่าแก่ และมีประวัติศาสตร์ ก็ขอแนะนำย่านชินเซไก ใกล้สถานี Tennoji (天王寺駅) โดยที่นี่เป็นย่านการค้าโบราณที่ก่อตั้งมาแล้วเกินร้อยปีและในอดีตเคยเป็นเบอร์หนึ่งของโอซาก้าและของญี่ปุ่น พร้อมจุดเด๋นคือหอคอยชมวิวซือเต็นคาคุ (通天閣) ที่เป็นหอที่ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อ 1912 (แต่ถูกทำลายลงและสร้างใหม่ในปี 1956) ใครที่ชอบบรรยากาศแบบเรโทรละก็ ไม่ควรพลาดย่านนี้ด้วยประการทั้งปวง

บอกแล้วว่า Dotonbori เขาอยู่ใจกลางเมือง จะเดินทางไปไหนก็สะดวกสบายจริงๆ

สรุป

โอซาก้า เมืองที่ใครหลายคนต่างก็บอกว่าคล้ายกับกรุงเทพฯบ้านเรา เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ยังคงความสมดุลทั้งความเจริญในด้านวัตถุ และยังคงสภาพความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

หากคุณอยากรู้ว่าความหมายที่แท้จริงของ "โอซาก้า" คืออะไร เราขอแนะนำให้มาเดินชมกันได้ที่ย่าน Dotonbori แห่งนี้ แล้วคุณจะหลงรักโอซาก้ามากขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน