All About Japan

ไปดูงานนิทรรศการศิลปะ Echigo-Tsumari Art 2018

พิพิธภัณฑ์ ศิลปะ Niigata Chubu Hokuriku
ไปดูงานนิทรรศการศิลปะ Echigo-Tsumari Art 2018

วันนี้เราจะพาไปเที่ยวงานนิทรรศการศิลปะขนาดใหญ่ที่จะจัดขึ้นทุกๆ 3 ปีในจังหวัดนีงาตะ (Niigata) หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อจังหวัดนี้ แต่ถ้าเอ่ยถึงสกีรีสอร์ท กาลา-ยูซาวะ (Gala-Yuzawa) ในช่วงหน้าหนาวคงต้องร้องอ๋อกันแน่นอนเพราะที่นี่เป็นลานสกียอดนิยมและอยู่ไมไกลจากโตเกียวเลย

Echigo-Tsumari Art Triennale 2018

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับนิทรรศการศิลปะ Echigo-Tsumari Art Triennale 2018 กันก่อนดีกว่านะคะ

Echigo-Tsumari Art Triennale 2018 จัดขึ้นเป็นเวลา 51 วัน ระหว่างวันที่ 29 กรกฏาคม - 17 กันยายน 2018 พื้นที่จัดงานมีทั้งส่วนที่เป็นอินดอร์และเอาท์ดอร์ อีกทั้งยังมีอีเวนท์ในแต่ละแห่งที่ไม่ซ้ำกันทุกวัน ในโทคามาชิ (Tokamachi city) , ซึนัน (Tsunan town), นากาซาโตะ (Nakasato), มัตสึได(Matsudai) และมัตสึโนะยามะ (Matsunoyama)

ค่าเข้าชมหรือที่เรียกว่า Passport ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 3,500 เยน นักเรียนและนักศึกษา 3,000 เยนค่ะ ถ้าไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถใช้รถบัสบริการรับส่งแต่ละจุดของงานนิทรรศการได้ฟรีสำหรับผู้ถือ Passport ทุกคนค่ะ งานศิลปะที่มาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ ไม่ได้มีแค่ผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ แต่เป็นผลงานที่มีศิลปินจากทั่วโลกมาร่วมนำเสนอผลงานในหลากหลายรูปแบบรวมทั้งศิลปินชาวไทยด้วยค่ะ

Echigo-Tsumari Satoyama Museum of Contemporary Art, KINARE

Echigo-Tsumari Satoyama Museum of Contemporary Art, KINARE

โชคร้ายนิดหน่อยวันที่เราไปเที่ยวเป็นวันที่พายุเข้านีงาตะและฝนก็ตกหนักทั้งวัน แต่ก็โชคดีตรงที่ไปกับเพื่อนๆซึ่งมีรถยนต์ ก็เลยลำบากแค่ตอนที่ต้องกางร่มเดินไปตามจุดชมนิทรรศการ และบางแห่งก็เดินไกลมาก

ว่าแล้วก็มาเริ่มต้นที่แรกกันดีกว่าค่ะ นั่นก็คือ Echigo-Tsumari Satoyama Museum of Contemporary Art, KINARE เราต้องมาซื้อพาสปอร์ตชมงานกันที่นี่ และเริ่มชมงานจากจุดนี้เป็นจุดแรก (จริงๆแล้วที่นี่เป็นอาคารนิทรรศการถาวร สามารถมาเที่ยวได้ตลอดปีเลยนะคะ) พาสปอร์ตที่ได้มาเป็นสมุดเล่มสีเหลืองต้องพกติดตัวไว้เพื่อนำไปแสดงเวลาจะเข้าชมตามจุดต่างๆ ข้างในมีรายละเอียดเกี่ยวกับจุดชมนิทรรศการและเป็น Stamp Rally ด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็ได้โฟโต้บุ๊คกับแผนที่มาด้วย

ในอาคารนิทรรศการซาโตยามะมีพื้นที่ 2 ชั้น ด้านล่างมีผลงานศิลปะหลายชิ้นให้ได้ชม ส่วนใหญ่เป็นงานจากแนวคิดสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น ส่วนชั้นสองนอกจากมีชิ้นงานศิลปะแล้วก็มีร้านขายข้าวญี่ปุ่น เป็นข้าวสายพันธุ์ดีที่ปลูกในนีงาตะทั้งหมด มาทำเป็นข้าวปั้นให้ผู้ที่สนใจได้ลองซื้อมาชิมกัน ใกล้ๆกันกับร้านขายข้าวเป็นร้านขายของที่ระลึกในงานนิทรรศการครั้งนี้ เช่น โปสการ์ด พวงกุญแจ เสื้อ ขนม เครื่องดื่มต่างๆ

Hachi & Seizo Tashima Museum of Picture Book Art

Hachi & Seizo Tashima Museum of Picture Book Art

เราใช้เวลาตรงนี้ไม่นานก็ออกเดินทางต่อไปที่จุดต่อไป ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักมีชื่อว่า Hachi & Seizo Tashima Museum of Picture Book Art เดิมที่นี่เคยเป็นโรงเรียนประถมศึกษามาก่อนแต่ภายหลังจำนวนนักเรียนลดลงไปเรื่อยๆจนต้องปิดโรงเรียน จึงได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะภายใต้คอนเซปต์ "The School Will Never Become Empty"

ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเด็กและโรงเรียนได้อย่างน่าสนใจมากเลยค่ะ ส่วนตัวดูแล้วให้ความรู้สึกถึงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเด็กที่ยังคงความเป็นเด็กจริงๆ และชั้นล่างของอาคารก็มีร้านขายอาหารประเภทข้าวราดแกงกระหรี่กับคาเฟ่ด้วยนะคะ (เดินผ่านได้กลิ่นหอมมากเลย) จริงๆแล้วที่นี่มีนิทรรศการจัดแสดงผลงานที่ด้านนอกด้วยแต่เพราะฝนตกหนักเลยต้องยกเลิกไป

The Kiyotsu Gorge Tunnel

The Kiyotsu Gorge Tunnel

ฝนยังคงตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆตอนที่เราเดินทางไปจุดต่อไป จุดนี้อยู่ค่อนข้างไกลและจากที่จอดรถต้องเดินฝ่าสายฝนไปไกลพอสมควร เป็นอุโมงค์มีชื่อว่า The Kiyotsu Gorge Tunnel เป็นอุโมงค์มืดๆ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

ระหว่างทางจะมีจุดชมวิวแม่น้ำกับภูเขาทางซ้ายมือให้เดินไปชมและถ่ายรูปได้ ส่วนทางขวาจะมีการจัดนิทรรศการเล็กๆ เกี่ยวกับภูมิศาสตร์และประวัติความเป็นมาของพื้นที่บริเวณนี้ เมื่อเดินเข้าไปจนสุดทางก็จะมีจุดชมวิวและถ่ายภาพอีกจุดหนึ่งที่เป็นเหมือนไฮไลท์ของที่นี่ค่ะ เราใช้เวลาที่นี่กันสักพักก็เดินกลับทางเดิม

Isobe Yukihisa Memorial Echigo-Tsumari Kiyotsu Soko Museum of Art

Isobe Yukihisa Memorial Echigo-Tsumari Kiyotsu Soko Museum of Art

จุดต่อไปอยู่ใกล้กันมาก ขับรถมาไม่ถึง 5 นาที เป็นอาคารนิทรรศการชื่อว่า Isobe Yukihisa Memorial Echigo-Tsumari Kiyotsu Soko Museum of Art มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องหลายห้อง

และที่สำคัญคือที่นี่เป็นอาคารจัดแสดงอัตชีวประวัติและผลงานของศิลปินนักอนุรักษ์ชาวญี่ปุ่น Isobe Yukihisa ซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้สร้างผลงานหลายๆชิ้นและเป็นบุคคลต้นแบบที่มีความสำคัญกับแวดวงศิลปะที่จัดขึ้นใน Echigo-Tsumari มาตั้งแต่ยุคเริ่มแรก ด้านในมีห้องฉายวิดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติและผลงา่นของเขาให้ชมด้วย

Matsudai NOHBUTAI Culture Center

Matsudai NOHBUTAI Culture Center

จากที่นี่ก็เดินทางไปต่อที่ Matsudai NOHBUTAI Culture Center จุดนี้มีส่วนที่จัดแสดงทั้งโซนเอาท์ดอร์และอินดอร์ ภายใต้แนวคิด "Exchange between urban cities and rural regions" เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่มากและมีอะไรให้ชมค่อนข้างหลากหลาย

พื้นที่ทุกชั้นรวมทั้งภายนอกแบ่งเป็นหลายโซน เราก็เลยใช้เวลาอยู่ที่นี่กันค่อนข้างนาน บรรยากาศโดยรอบๆอาคารแห่งนี้สงบและร่มรื่นนอกจากจะมีทางเดินเชื่อมไปถึงสถานีรถไฟ Matsudai ก็ยังถูกล้อมรอบไปด้วยป่า ภูเขา และแม่น้ำ รวมทั้งชิ้นงานศิลปะประเภทงานปั้นที่จัดแสดงอยู่รอบๆ ให้ได้เดินชมกันด้วย

จุดสุดท้ายที่ได้แวะไปก่อนจะเข้าที่พักตอนเกือบๆจะค่ำแล้วอยู่ที่โซนมัตสึโนะยามะ (Matsunoyama) ตัวสถานที่ในอดีตเคยเป็นบ้านแบบญี่ปุ่นในชนบทดั้งเดิม ภายในมีห้องจัดแสดงแค่ห้องเดียวและมีผลงานให้ชม 2 ชิ้นคือ ในห้องโถงรับแขกและส่วนที่เป็นห้องครัวกับอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวแบบโบราณ หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปที่พักในเมืองโทคามาชิ

จบทริปการชมนิทรรศการศิลปะ Echigo-Tsumari Art Triennale 2018 ที่ต้องบอกว่า ถ้าอยากไปชมให้ครบทุกสถานที่ ทุกจุดของงานนี้จริงๆ คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน นั่นล่ะ ถึงจะเก็บครบ (และต้องภาวนาไม่ให้มีฝนตกลงมาด้วยนะ) แต่เท่าที่มีโอกาสได้ชมในวันนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากจริงๆ ค่ะ

รายละเอียดนิทรรศการศิลปะ Echigo-Tsumari Art Triennale 2018

สถานที่จัดงาน : พื้นที่เมืองโทคามาชิ จังหวัดนีงาตะ (Tokamachi Area, Niigata)

ระยะเวลาการจัดงาน : ระหว่างวันที่ 29 กรกฏาคม -17 กันยายน 2018

การเดินทาง : จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟ JR Joetsu Shinkansen ไปลงที่สถานี Echigo-Yuzawa แล้วต่อรถไฟสาย Hokuetsu Hokuhoku line ไปลงสถานี Tokamachi ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง และในส่วนของการเดินทางชมงานศิลปะในพื้นที่จัดงานนั้น จะมีทั้รถซิตี้บัสและทัวร์บัสวิ่งให้บริการที่ครอบคลุมทุกจุดที่จัดงาน รวมทั้งจักรยานให้เช่าบางพื้นที่ด้วย

know-before-you-go