All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "โทคุชิมะ" ครั้งแรก

| Tokushima

จังหวัดโทคุชิมะ เป็นจังหวัดที่ยังมีธรรมชาติบริสุทธิ์อยู่มาก สถานที่เที่ยวหลายแห่งก็อาจจะยังไม่มีคนรู้จักมากนัก นอกจากคนท้องถิ่นเอง เราเลยอยากจะแนะนำที่เที่ยวเด่นๆ ดีๆ ของโทคุชิมะให้กับคนที่กำลังวางแผนจะไปกัน ไปดูกันเลยว่าโทคุชิมะมีอะไรบ้าง

Tokushima

จังหวัดโทคุชิมะตั้งอยู่ทางตะวันออกของภูมิภาคชิโกกุ มีพื้นที่ 4,144.95 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขามากมายที่มีความสูงมากกว่า 1,000 เมตรรายล้อมอยู่สามด้าน ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์อยู่มาก ของดีของโทคุชิมะคือส้มสุดาจิ โดย 95% ของส้มสุดาจิที่วางขายในญี่ปุ่นเป็นผลผลิตของที่นี่นั่นเอง มาสคอตประจำจังหวัดโทคุชิมะก็เลยเป็นน้องส้มสุดาจิคุง ของเด็ดประจำจังหวัดอีกด้วย

1 น้ำวนนารุโตะ (Naruto whirlpools)

เห็นชื่อน้ำวนนารุโตะก็อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำวนที่เกี่ยวกับการ์ตูนนินจาคาถานารุโตะเชียวนะ น้ำวนนารุโตะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัดโทคุชิมะ โดยเกิดจากระดับของน้ำทะเลที่แตกต่างกันระหว่างทะเลเซโตะกับมหาสมุทรแปซิฟิกในบริเวณช่องแคบนารุโตะ เราจะได้เห็นปรากฏการณ์น้ำวนครั้งละประมาณ 1- 2 ชั่วโมง การจะชมปรากฏการณ์สามารถทำได้ทั้งโดยวิธีนั่งเรือเข้าไปชมแบบใกล้ๆ หรือจะเลือกชมความยิ่งใหญ่ของน้ำวนจากบนสะพานแขวนโอนารุโตะ (Onaruto) ก็ได้ บนสะพานจะมีจุดชมวิวทะเลน้ำวนนารุโตะตรงบริเวณใต้สะพาน ซึ่งเขาเรียกจุดนี้ว่า “อุซุโนะมิจิ (Uzu no Michi)” มีลักษณะเป็นกระจกใสที่สามารถมองทะลุลงไปเห็นทะเลน้ำวนได้อย่างชัดเจน

เวลาทำการ
08.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
มีหลายบริษัททัวร์ให้เลือกในการไปล่องชมน้ำวนแบบใกล้ชิด ค่าบริการประมณ 1500 - 2800 เยน ขึ้นอยู่กับประเภทของเรือและจุดชมวิวบนเรือ
จุดชมวิวอุซุโนะมิจิ (Uzu no Michi) 510 เยน (หยุดทุกวันจันทร์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม)
การเดินทาง
ขึ้นชินกังเซ็นจากสถานี JR Shin-Osaka ไปลงสถานี JR Okayama แล้วเปลี่ยนขบวนไปนั่งรถไฟสาย JR Marine Liner ไปลงสถานี JR Takamatsu จากนั้นต่อรถไฟสาย JR Uzushio ไปลงสถานี JR Tokushima ลงต่อรถบัสที่หน้าสถานีไปลงป้าย Naruto Koen Guchi

2 สะพานคาซุระบาชิ (Kazura Bashi)

สะพานคาซุระบาชิเป็นสะพานแขวนที่ทำจากเถาวัลย์มาเลื้อยพันกัน ในอดีตใช้สำหรับเป็นสะพานไว้ขนสินค้าและให้ประชาชนอาศัยข้ามแม่น้ำอิยะของหุบเขาอิยะแห่งนี้ ต้นกำเนิดแท้จริงของสะพานไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่กล่าวกันว่าสร้างขึ้นโดยพระโคโบ ไดชิ (Kobo Daishi) ผู้ก่อตั้งศาสนาพุทธนิกายชินงอน (Shingon Sect) หรือไม่ก็ผู้ลี้ภัยของตระกูลเฮเคะ (Heike) หลังจากพ่ายแพ้ในสงครามเก็มเป (Gempei ระหว่างปี 1180-1185) สะพานคาซุระบาชินี้เป็นสะพานที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดโทคุชิมะ โดยยาวถึง 45 เมตร และสูงถึง 14 เมตร เป็นจุดท่องเที่ยวแบบอันซีนเจแปนอีกแห่งที่เชียร์ให้ทุกคนลองมาสัมผัสกัน

เวลาทำการ
ช่วงพระอาทิตย์ขึ้น - พระอาทิตย์ตกดินทุกวัน
วันหยุด
1 ธันวาคม - 31 มีนาคม
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 550 เยน
เด็ก 350 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถบัสสายพิเศษจากสถานี JR Oboke ไปลงที่ Kazurabashi (รถบัสวิ่งแค่เดือน 4-11)

3 หุบเขาอิยะ (Iya Valley)

สถานที่เที่ยวถัดจากสะพานคาซุระบาชิแนะนำว่าให้ไปที่หุบเขาอิยะ ท่องเที่ยวชมธรรมชาติและอากาศสดชื่นสุดๆ พร้อมกับถ่ายภาพวิวสวยสุดอลังการ และเมื่อมองดูดีๆ ก็จะเห็นว่ามีผลงานประติมากรรมที่ชวนฉงนอยู่ชิ้นหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามอย่างนี้จะมีรูปปั้นเด็กผู้ชายยืนฉี่ (Shobenkozo) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่เข้าพวก แต่รูปปั้นน้องคนนี้ก็ดึงดูดคนที่ชอบอะไรแปลกๆได้ดีทีเดียว โดยตั้งเด่นอยู่ตรงชะง่อนผาหินสูงที่มองลงมาแล้วหวาดเสียวน่าดู

ว่ากันว่ารูปปั้นเด็กผู้ชายยืนฉี่นี้ สร้างขึ้นจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กในท้องถิ่นที่เดินทางมาพิสูจน์ความกล้าบนหน้าผาแห่งนี้ แล้วก็เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของหุบเขาอิยะ และได้เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของโทคุชิมะ

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถบัสสาย Shikoku จากสถานีรถไฟ Awa Ikeda ไปลงป้าย Furono Tani

4 ช่องเขาโอโบเกะ (Oboke Gorges)

เที่ยวไปกับธรรมชาติอีกแห่งที่ช่องเขาโอโบเกะ โดยกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำนั่นก็คือการล่องเรือชมธรรมชาติในช่องเขา เป็นการเที่ยวที่ปนความท้าทายนิดๆ กับการล่องเรือไปตามแม่น้ำโยชิโนะ (Yoshino River) ที่เชี่ยวกรากพอสมควร ได้สัมผัสความงามของต้นไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์ ยิ่งถ้ามาตอนฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี จะยิ่งประทับใจกับทิวทัศน์สองฟากฝั่งของแม่น้ำที่เต็มไปด้วยสีสันของพันธุ์ไม้

เวลาทำการ
09.00 - 16.30 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
มีค่าล่องเรือ ผู้ใหญ่ 1,080 เยน เด็ก 540 เยน
การเดินทาง
จากสถานี Oboke ต่อรถแท็กซี่ไปประมาณ 4 นาที

5 เทศกาลอาวะโอโดริ (Awa Dance Festival)

งานเทศกาลอาวะโอโดริ เป็นไฮไลท์เบอร์หนึ่งของจังหวัดโทคุชิมะที่ไม่ควรพลาดชม เป็นงานร่ายรำในช่วงฤดูกาลหยุดยาวโอบ้งของญี่ปุ่นราวๆกลางเดือนสิงหาคม ที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 งานเทศกาลบงโอโดริ (งานเต้นรำช่วงโอบ้ง) ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และจัดมาต่อเนื่องมายาวนานกว่า 400 ปีแล้ว โอกาสที่จะได้ชมก็ยากเพราะจัดแค่วันที่ 12 - 15 สิงหาคมของแต่ละปีเท่านั้น

สำหรับการร่ายรำแบ่งเป็นการร่ายรำของผู้ชายและของผู้หญิง การแสดงร่ายรำโดยกลุ่มนักรำที่เรียกว่า "เร็น" กว่า 1000 คน จะเริ่มโชว์ลีลาการร่ายรำหลายท่วงท่าตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงดึก โดยช่วงค่ำๆของงานเทศกาลที่จัด 4 วันนี้ เขาจะปิดถนนในเมืองโทคุชิมะตรงใจกลางเมืองเพื่อทำเป็นพื้นที่จัดงาน จัดเป็นส่วนของการแสดงเวทีและโซนออกร้านต่างๆ มีทั้งซุ้มอาหารและเกมหลากหลาย นอกจากตัวเทศกาลเองแล้ว บรรยากาศของทั้งเมืองที่เปลี่ยนไปจนไม่เหมือนช่วงปกติ และความครื้นเครงยาวนานสี่วัน ก็เป็นอะไรที่หาดูได้ยากหากไม่ใช่ช่วงเทศกาล รับรองว่าคุ้มค่าที่จะมาเที่ยวชม

เวลาทำการ
การแสดงที่เป็นไฮไลท์เริ่มรอบแรก 18.00-20.00 น. และรอบสอง 20.30-22.30 น.
ค่าเข้าชม
เรทราคาตั๋วมีตั้งแต่ 800-2200 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟชินกังเซ็น Tokaido/Sanyo Shinkansen ไปลงสถานี Okayama แล้วเปลี่ยนขบวนไปขึ้นรถด่วนไปสถานี Takamatsu จากนั้นเลือกโดยสารรถไฟท้องถิ่นหรือรถไฟด่วนพิเศษไปจนถึง Tokushima

6 ถนนอุดัตสึแห่งเมืองวาคิมาจิ (Udatsu Old Street)

ถนนสายอุดะสึ โนะ มะจินะมิ (Udatsu no Machinami) ที่เรียงรายไปด้วยบ้านเรือนและร้านค้านี้ มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมโบราณสมัยเอโดะที่เรียกว่า อุดะสึ (Udatsu) หมายถึงกำแพงป้องกันไฟที่กั้นระหว่างบ้านหลังหนึ่งกับหลังถัดไปที่อยู่ติดกัน เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมืองวาคิมาจิ (Wakimachi)

ในอดีตเมืองวาคิมาจินี้เคยเป็นเมืองที่มีปราสาทสวยงามและเต็มไปด้วยย่านการค้าที่คึกคัก บรรยากาศอาคารและรูปลักษณ์ของสิ่งก่อสร้างยังคงความเก่าแก่ในรูปแบบดั้งเดิมมาตั้งแต่สมัยเอโดะ นับว่าเป็นสถานที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า นอกจากนี้ยังถูกคนญี่ปุ่นจัดให้เป็น 1 ใน 100 สุดยอดถนนของญี่ปุ่นด้วย ถ้าได้มาเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกับมรดกโบราณของญี่ปุ่นสักครั้งก็นับว่าคุ้มค่ามากทีเดียว

เวลาทำการ
ไม่กำหนด
ค่าเข้าชม
ไม่มี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Tokushima จากสถานี Tokushima ไปลงสถานี Anabuki แล้วต่อรถบัสสาย Tokushima Seibu Kotsu ไปลงป้าย Michi-no-Eki Ailand Udatsu แล้วเดินต่อไปอีกเล็กน้อย