All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "จังหวัดโคจิ" ครั้งแรก

| Kochi

จ. โคจิเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุ และอาจยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากนัก แต่จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้มีที่เที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปราสาทเก่าแก่ บึงน้ำสีฟ้าสดใส ชายหาดที่สวยงาม หมู่บ้านซามูไร และสวนดอกไม้โมเน่ต์ที่จำลองมาจากสวนของจิตกรชื่อดังชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีความน่าประทับใจรออยู่มากมายไม่แพ้เมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่น

1. ปราสาทโคจิ (Kochi Castle)

ปราสาทโคจิสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1611 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 1749 หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ปราสาทโคจิก็ถือเป็นหนึ่งในปราสาทเพียง 12 แห่งในประเทศญี่ปุ่นที่ตัวปลาสาทหลักยังเป็นของแท้จากตอนสร้างครั้งแรก ซึ่งหมายความว่าสามารถรอดพ้นจากการทำลายช่วงสงครามมาได้จนถึงปัจจุบัน โดยตัวปราสาทและพื้นที่รอบๆ มีพื้นที่ไม่ใหญ่มากและตั้งอยู่บนเนินเขาสูง เมื่อเดินขึ้นไปบนปราสาทจึงสามารถมองเห็นภาพของเมืองโคจิโดยรอบ และยังเป็นจุดชมซากุระที่สวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วย

ค่าเข้าชม: รอบปราสาทเข้าชมฟรี ด้านในปราสาทมีค่าเข้าชม 420 เยน
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 17.00 น.
การเดินทาง: สถานีรถราง Kochijo-Mae

2. ภูเขาโกไดซัง (Mt. Godai-San)

ภูเขาโกไดซังเป็นภูเขาที่มีความสูง 146 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโคจิ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของทั้งชาวเมืองโคจิและนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองหลายรูปแบบ เช่นสวนพฤกษชาติมาคิโนะ (Makino Botanical Garden) วัดจิคุรินจิ (Chikurinji Temple) วัดเก่าแก่และมีความสำคัญมากที่สุดของเมือง รวมถึงสวนสาธารณะโกไดซัง (Godai-San Park) ที่เป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยงามในยามค่ำ และมีร้านอาหาร คาเฟ่

ค่าเข้าชม: ฟรี (สถานที่บางแห่งเช่นสวนพฤกษชาติอาจมีค่าเข้าชมเพิ่มเติม)
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (อาจแตกต่างกันไปในสถานที่แต่ละแห่ง)
การเดินทาง: ขึ้นรถบัส My Yu Bus มาลงที่ป้าย Godaisan

3. ตลาดฮิโรเมะ (Hirome Market)

ตลาดสำคัญใจกลางเมืองโคจิที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทโคจิ โดยตลาดฮิโรเมะแห่งนี้เปิดทำการตั้งแต่ปี 1998 ภายในตลาดมีร้านค้ามากกว่า 60 ร้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารหลากหลายรูปแบบ และยังมีร้านอาหารทะเลสดๆ ร้านขายของที่ระลึก และร้านขายเสื้อผ้ารวมอยู่ด้วย จึงถือเป็นตลาดที่มีความคึกคักตลอดทั้งวัน และเป็นสถานที่กินดื่มยอดนิยมจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ครัวแห่งเมืองโคจิ” มาจนถึงในปัจจุบัน หากใครอยากลองไปนั่งทาน จะมีบริเวณคล้ายๆกับฟูดคอร์ทแต่ตกแต่งแบบญี่ปุ่นโบราณ ให้ซื้อของกินจากร้านไหนก็ได้แล้วไปเลือกที่นั่งได้อิสระ

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: 08.00 – 23.00 น. (วันอาทิตย์เปิดตั้งแต่ 07.00 น.)
การเดินทาง: สถานีรถราง Kochijo-Mae หรือ Ohashidori

4. นิโยโดะ บลู (Niyodo Blue)

นิโยโดะ บลู เป็นชื่อที่ใช้เรียกแม่น้ำนิโยโดะ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญในจ.โคจิ มีความใสสะอาดและมีสีฟ้าสวยงามและยังเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นแหล่งน้ำที่มีความสะอาดเป็นอันดับที่ 1 จากการสำรวจคุณภาพน้ำโดยรัฐบาลญี่ปุ่นในปีค.ศ. 2010 โดยจุดสำคัญที่ถือเป็นไฮไลท์ของแม่น้ำสายนี้คือน้ำตกที่มีชื่อว่า “นิโกะบูชิ” (Nikobuchi) มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สายน้ำไหลงลงมารวมกันที่บ่อน้ำสีฟ้าด้านล่าง และห้อมล้อมด้วยพรรณไม้สีเขียวขจีรอบด้าน ซึ่งหากเดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ยังสามารถสัมผัสกับความสวยงามของใบไม้หลากสีสันในหุบเขาได้อีกด้วย

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี Ino จากนั้นต่อรถบัส Tosaden Kotsu Bus มาลงที่ป้าย Hodono Iriguchi และเดินต่อมาที่ตัวน้ำตกอีก 20 นาที

5. หาดคัทสึระฮามะ (Katsurahama Beach)

หาดคัทสึระฮามะเป็นชายหาดยอดนิยมในจ.โคจิ มีลักษณะเป็นหาดโค้งยาว 400 เมตร ตั้งอยู่บริเวณอ่าวอุระโดะ มีแนวโขดหินและหมู่ต้นสนสวยงามเรียงรายอยู่ตลอดแนวชายฝั่ง นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงกับชายหาดยังเป็นที่ตั้งของรูปปั้น “ซากาโมโตะ เรียวมะ” ซามูไรคนสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเมืองนี้ และยังมีสวนสาธารณะคัตสึระฮะมะ (Katsurahama Park) รวมถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคัตสึระฮะมะ (Katsurahama Aquarium) จึงเป็นจุดที่สามารถเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศชายทะเลที่สวยงาม พร้อมกับทำกิจกรรมสนุกๆ ได้หลายรูปแบบ

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: ขึ้นรถบัส My Yu Bus หรือ Kochiken Kotsu Bus มาลงที่ป้าย Katsurahama

6. หมู่บ้านซามูไรโดอิคาจู (Doikachu samurai residences)

หมู่บ้านซามูไรโดอิคาจูตั้งอยู่ในเมืองอะกิ ซึ่งในอดีตเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการปกครองของแคว้นโทสะ (คือชื่อในอดีตของพื้นที่จ.โคจิ) ภายในเมืองยังมีซากปรักหักพังของปราสาทอะกิ โดยอาคารบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ได้ถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองอะกิ (Aki City History Museum) แต่สิ่งที่ทำให้เมืองอะกิมีชื่อเสียงก็คือหมู่บ้านซามูไรที่เคยตั้งอยู่รายล้อมบริเวณปราสาท ซึ่งปัจจุบันยังหลงเหลืออยู่หลายสิบหลัง และยังได้รับอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นย้อนยุคและความสวยงามของบ้านเรือนในอดีตได้อย่างน่าประทับใจ

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี Aki จากนั้นต่อรถบัสหรือรถแท็กซี่ไปยังหมู่บ้าน

7. สวนโมเน่ต์ คิตากาวะ (Kitagawa village "Monet's Garden" Marmottan)

สวนโมเน่ต์ คิตากาวะ เป็นสวนที่จำลองมาจากสวนโมเนต์ในเมืองชิแวนี (Giverny) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นส่วนที่โกลด โมเน่ต์ จิตกรแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างขึ้น และใช้ความสวยงามของพรรณไม้ในสวนเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานศิลปะ ซึ่งส่วนในญี่ปุ่นนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 3 หมื่นตารางเมตร และปลูกดอกไม้นานาชนิดเอาไว้กว่า 7 หมื่นต้น ซึ่งได้ถ่ายทอดความสวยงามของดอกไม้และภูมิทัศน์ออกมาจนไม่ต่างจากสวนต้นแบบในประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญคือสระน้ำที่มีดอกบัวหลากสีสัน และพืชน้ำอีกมากมายที่ออกดอกสดใสอยู่ริมสระ จนให้บรรยากาศเหมือนกับได้เข้าไปอยู่ในผลงานของจิตกรชื่อดัง

ค่าเข้าชม: 700 เยน
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันอังคาร)
การเดินทาง: สถานี Nahari จากนั้นต่อรถบัส Kitagawamura Sonei Bus ไปลงที่ป้าย Mone-no-niwa