All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "คางาวะ" ครั้งแรก

Kagawa Shikoku

คางาวะ (Kagawa) มีเมืองหลักชื่อเมืองทาคามัตสึ (Takamatsu) แม้ว่าจะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เล็กๆ แต่ก็มีสิ่งต่างๆ น่าสนใจ ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม สถานที่ทางศิลปะ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนานอันเป็นมรดกที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่อดีต จึงทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายสำหรับผู้ที่เดินทางไปเที่ยวครั้งแรก ตามที่จะแนะนำต่อไปนี้

1. ศาลเจ้าโคโตฮิระกู (Kotohira-gu Shrine)

หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคมปิระซัง (Konpira-san) เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และมีผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางไปสักการะขอพรเป็นจำนวนมาก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ บันไดหิน 1,368 ขั้นที่เรียกว่าเส้นทางคมปิระโอโมเทะซันโด ซึ่งระหว่างที่เดินขึ้นไปทั้งสองข้างทางก็จะมีร้านน้ำชา กาแฟ ร้านอาหาร ร้านอุด้งที่เป็นเมนูท้องถิ่นชื่อดังให้แวะชิมแวะพักเหนื่อยกันด้วย เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้วก็จะพบกับศาลเจ้าหลักซึ่งเป็นสถานที่ขอพรเทพเจ้าในเรื่องของโชคลาภและสุขภาพ นอกจากนี้ทิวทัศน์รอบๆศาลเจ้าก็จะแตกต่างกันไปทั้ง 4 ฤดูกาล เช่นในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีและใบแปะก๊วยสีเหลืองที่ได้รับความนิยมมาก

เวลาทำการ : 08.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Dosan-honsen ไปลงที่สถานี JR Kotohira และเดินอีก 15 นาที

2. สวนริทสึริน (Ritsurin Koen)

สวนที่มีภูมิทัศน์สวยงามจนทำให้ได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น มีอายุและประวัติที่ยาวนานกว่า 400 ปี และมีพื้นที่กว้างใหญ่ ภายในสวนเป็นที่ตั้งของภูเขาชิอุง (Shiun Mountain) อันอุดมสมบูรณ์ และสระน้ำ 6 สระ รวมทั้งเนินเขาจำลอง 13 จุด พร้อมทั้งต้นไม้ดอกไม้หลายสายพันธุ์เช่นซากุระ บ๊วย เมเปิ้ลญี่ปุ่น ดอกไอริส อีกทั้งต้นสนเก่าแก่กว่าพันต้น เป็นสวนสนโบราณที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของสวนแห่งนี้

นอกจากความสวยงามของต้นไม้ดอกไม้ ก็ยังมีเรือนชงชาที่สามารถเรียนรู้วิธีการดื่มชาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ มีอาคารสำหรับจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมโบราณเช่น เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบ และหากเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง ก็จะมีงานประดับไฟในตอนกลางคืนให้ชมอีกด้วย

เวลาทำการ : 07.00 น.-18.30 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 400 เยน, เด็ก 190 เยน

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Kotoku Line ไปลงที่สถานี JR Ritsurinkoen-Kitaguchi และเดินอีก 3 นาที

3. ปราสาททาคามัตสึ (Takamatsu Castle)

หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ปราสาททามาโมะ (Tamamo Castle) เพราะตั้งอยู่ในสวนชื่อทามาโมะ เป็นปราสาทแบบญี่ปุ่นที่มีคูน้ำล้อมรอบ ในยุคที่เริ่มสร้างปราสาทแห่งนี้มีทั้งหมด 3 ชั้นแต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อปราสาททรุดโทรมลงจึงถูกย้ายออกไป อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ก็ยังคงสามารถชมตัวอาคารที่เหลืออยู่ได้ เช่นอาคารอุชิโทระหรือปราสาทชมจันทร์ (Tsukimi) นอกจากนี้บริเวณสวนรอบๆ ปราสาทก็มีทั้งต้นสนและต้นซากุระปลูกไว้จำนวนมาก รวมทั้งส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการ กับห้องโถงที่มีการสอนพิธีชงชา, การสอนจัดดอกไม้ เป็นต้น

เวลาทำการ : 06.00 น. -17.00 น. (หยุดทำการช่วงปีใหม่ 29-31 เดือนธันวาคม)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 เยน, เด็ก 100 เยน

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Takamatsu เดินอีกประมาณ 5 นาที

4. เกาะนาโอชิมะ (Naoshima Island)

เกาะที่โดดเด่นในเรื่องของผลงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินทั่วโลก และพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งอีกหลายแห่ง จุดเด่นที่น่าจดจำคือผลงานศิลปะรูปฟักทองลายจุดของคุณป้าคุซามะ ยาโยอิ ที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของที่นี่ ทำให้เกาะนาโอชิมะมีนักท่องเที่ยวผู้รักในงานศิลปะจากทั่วโลกมุ่งหน้าเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีผลงานศิลปะอื่นๆอีก เช่นอาร์ตเฮาส์ โปรเจกต์ (Art House Project) ซึ่งเป็นการแสดงงานศิลปะในบ้านเก่าของชุมชนบนเกาะ หรือตามบ้านเรือนก็จะมีผลงานศิลปะจากป้ายผ้าที่เรียกว่า โนเร็น (Noren) ที่ตกแต่งเมืองให้มีสีสันแขวนเอาไว้ด้วย เรียกว่าเดินไปตรงไหนก็จะพบกับงานศิลปะหลากหลายแขนงทั่วทั้งเกาะ รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ โรงอาบน้ำ สำหรับบริการนักท่องเที่ยวด้วย

เวลาทำการ : 08.30-18.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : จากท่าเรือ Takamatsu โดยสารเรือ Shikokukisen Ferry ไปยังท่าเรือ Miyanoura Port ของเกาะ Naoshima ใช้เวลา 50 นาที

5. เกาะโชโดะชิมะ (Shodoshima Island)

เป็นเกาะขนาดใหญ่และเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดคางาวะ ซึ่งบนเกาะมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง และมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบในการทำอาหารคุณภาพเยี่ยม เช่นมะกอก โชยุ และน้ำมันงา ที่สำคัญคือยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์กับทิวทัศน์ที่สวยงามจึงมักถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจบนเกาะนี้ก็มีหลากหลาย เช่นสวนมะกอก (Olive Park) ที่มองเห็นวิวทะเลจากภายในสวนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางต้นมะกอกกว่า 2,000 ต้น หรือพิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน (Marukin Soy Sauce Museum) พิพิธภัณฑ์ในโรงงานผลิตโชยุเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่มีชื่อเสียงมาก และหุบเขาคังคะเค (Kankakei Gorge)ที่ได้รับการจัดให้เป็น 1 ใน 3 หุบเขาที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น

เวลาทำการ : ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

ค่าเข้าชม : ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

การเดินทาง : จากท่าเรือ Takamatsu Port โดยสารเรือเฟอร์รี่ไปยังท่าเรือ Tonosho Port หรือ Ikeda Port ของเกาะ Shodoshima ใช้เวลา 60 นาที

6. ปราสาทมารุกาเมะ (Marugame Castle)

หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่าปราสาทคาเมะยามะ (Kameyama Castle) เป็น 1 ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่รอดจากการทำลายในช่วงสงครามโบชิน และได้รับการดูแลรักษาสภาพของปราสาทไว้ได้เป็นอย่างดี มีทำเลตั้งอยู่บนยอดของเนินเขา และมีกำแพงหินจากด้านล่างขึ้นไปยังตัวปราสาท ทำให้ดูโดดเด่นเป็นสง่าและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครมากๆ ตัวปราสาทหลักมี 3 ชั้น ด้านบนชั้นสูงสุดมีจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาอิโนะ (Mt. Iino) ซึ่งมีสมญานามว่า ฟูจิน้อยแห่งชิโกกุ รวมทั้งวิวเมืองมารุกะเมะ ในส่วนของรอบๆ พื้นที่ตัวปราสาทจะเป็นสวนที่มีต้นซากุระนับพันต้น ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มีชื่อเสียงมาก

เวลาทำการ : 09.00-16.30 น. (ปิดทำการช่วงปีใหม่ 25-31 ธ.ค.)

ค่าเข้าชม : 200 เยน

การเดินทาง ขึ้นรถไฟสาย JR Yosan Line ไปลงที่ JR Marugame และเดินต่อประมาณ 15 นาที

7. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย มารุกาเมะ เก็นอิจิโระ อิโนะคุมะ (Marugame Genichiro-Inokuma Museum of Contemporary Art : MIMOCA)

หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า มิโมกา (MIMOCA) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเก็นอิจิโระ อิโนะคุมะ ศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกแบบโดยโยชิโอะ ทานิกูชิ (Yoshi Taniguchi) สถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่เคยออกแบบหอศิลป์ร่วมสมัยในนิวยอร์ก โดยเขาต้องการที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สวยที่สุดในโลก จึงเป็นแนวคิดในการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมา

ภายในมีการจัดแสดงผลงานกว่า 2 หมื่นชิ้นของเก็นอิจิโระ อิโนะคุมะ ผลงานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือมักจะใช้สีสันที่ฉูดฉาดและลายเส้นคมเข้มชัดเจน เช่นผลงานชื่อ Nekotachi รวมถึงการจัดนิทรรศการศิลปะแบบชั่วคราวที่สลับกันมาจัดแสดงทั้งปี นอกจากมีงานศิลปะให้ได้ชมก็ยังมี ห้องสมุดศิลปะ ฮอลล์สำหรับแสดงคอนเสิร์ต และร้านกาแฟมิโมกาให้ได้นั่งจิบกาแฟสบายๆ

เวลาทำการ : 10.00-18.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน, เด็ก 200 เยน

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Yosan Line ไปลงที่ JR Marugame และเดินต่อประมาณ 3 นาที