All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "โอกายามะ" ครั้งแรก

| Okayama

โอกายาะมะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคชูโกคุ ห่างจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟชินคันเซน หลายคนรู้จักเมืองนี้ในฐานะเมืองต้นกำเนิดนิทานพื้นบ้านเรื่องโมโมทาโร่ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งปราสาท สวนญี่ปุ่น ย่านผลิตยีนส์ชื่อดัง และย่านเมืองเก่า ซึ่งเราได้รวบรวมสถานที่ที่น่าสนใจมากฝากคนที่จะเดินทางไปเที่ยวเมืองนี้เป็นครั้งแรก

1. สวนโคราคุเอน (Korakuen Garden)

สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 300 ปี และยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 สวนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นร่วมกับสวนเคนโรคุเอนที่คานาซาวะ และสวนไคราคุเอนที่มิโตะ ในอดีตสวนโคราคุเอนถูกใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจประจำตระกูลและเพื่อเป็นที่รับรองแขกคนสำคัญของโชกุน แต่ได้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะและของทางจังหวัดและเริ่มเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่ปี 1884 เป็นต้นมา จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือลักษณะภูมิประเทศอันหลากหลาย ซึ่งมีทั้งเนินเขา สระน้ำ และนาข้าว ภายในสวนยังมีการปลูกดอกไม้หลากหลายชนิดที่มีความโดดเด่นในฤดูกาลต่างๆ ทั้งดอกบ๊วย ซากุระ อาซาเลีย ไอริส และดอกบัว

ด้วยที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับปราสาทโอกายามะ ทำให้ในระหว่างที่เดินชมสวนแห่งนี้ก็จะมองเห็นภาพปราสาทเป็นฉากหลังอยู่เสมอ และยังมีอาคารสไตล์ญี่ปุ่นโบราณอยู่อีกจำนวนหนึ่งภายในสวน หนึ่งในนั้นคือโรงชาที่เราสามารถแวะไปทานชาเขียวพร้อมกับนั่งชมสวนได้อย่างเพลิดเพลิน

ค่าเข้าชม : 400 เยน (มีบัตรสำหรับเข้าชมทั้งสวนโคราคุเอน และปราสาทโอกายามะ ราคา 560 เยน)
เวลาเปิดปิด :
20 มีนาคม – 30 กันยายน เปิดตั้งแต่ 07:30 น. – 18:00 น.
1 ตุลาคม – 19 มีนาคม เปิดตั้งแต่ 08:00 น. – 17:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถรางจากหน้าสถานี Okayama มาลงที่สถานี Shiroshita

2. ปราสาทโอกายามะ (Okayama Castle)

ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองโอกายามะ และยังเป็นปราสาทที่มีความโดดเด่นจากสีของตัวอาคารที่เป็นสีดำสนิท จนทำให้ได้รับการขนานนามว่า “ปราสาทอีกา” โดยตัวปราสาทเดิมนั้นสร้างขึ้นในปี 1597 แต่ถูกทำลายลงในภายหลัง และมีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี 1966 ภายในตัวปราสาทแบ่งออกเป็น 6 ชั้น และมีการดัดแปลงพื้นที่ให้เป็นโซนจัดแสดงข้อมูลและข้าวของเครื่องใช้ในอดีต โซนถ่ายรูปที่ระลึกที่สามารถเลือกแต่งตัวเป็นเจ้าเมืองหรือซามูไร โซนร้านขายของที่ระลึก และโซนสำหรับฝึกทำงานเซรามิคแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกกันว่า “บิเซนยากิ” (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

ค่าเข้าชม : 300 เยน (มีบัตรสำหรับเข้าชมทั้งสวนโคราคุเอน และปราสาทโอกายามะ ราคา 560 เยน)
เวลาเปิดปิด : 09:00 น. – 17:30 น. หยุดช่วงวันส่งท้ายปีเก่าและวันปีใหม่
การเดินทาง : นั่งรถรางจากหน้าสถานี Okayama มาลงที่สถานี Shiroshita

3. ย่านเมืองเก่าคุราชิกิ (Kurashiki)

หนึ่งในย่านแนะนำในเมืองโอกายามะสำหรับใครที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศญี่ปุ่นแบบย้อนยุคและต้องการถ่ายรูปสวยๆ โดยย่านแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่รุ่งเรืองในศตวรรษที่ 17 มีการขุดคลองเพื่อให้สะดวกต่อการขนส่งสินค้า และมีโกดังสินค้ามากมายตลอดสองฝั่งคลอง ซึ่งในปัจจุบันโกดังเหล่านี้ได้ถูกดัดแปลงเป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าต่างๆ ตามริมคลองยังมีการปลูกต้นหลิวซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศย้อนยุค และนักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือท่องเที่ยวที่จะพาไปชมความงามของอาคารเก่าแก่ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมคลองได้อีกด้วย

อาคารเก่าแก่ในย่านเมืองเก่าคุราชิกินั้นไม่ได้มีแต่อาคารสไตล์ญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอาคารเก่าแก่ในสไตล์ตะวันตกผสมผสานอยู่ด้วย เช่นอาคารของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Musum of Art) พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานศิลปะจากตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1930 และนอกจากนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกมากมายที่มีความน่าสนใจ เช่นพิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ (Momotaro Karakuri Museum) สัญลักษณ์ของเมืองโอกายามะ และพิพิธภัณฑ์งานหัตถกรรมโบราณ (Kurashiki Museum of Folkcraft)

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี (พิพิธภัณฑ์หรืออาคารบางแห่งอาจมีการเก็บค่าเข้าชมเพิ่มเติม)
เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : สถานี Kurashiki

4. โคจิมะยีนส์สตรีท (Kojima Jeans Street)

นอกจากโอกายามะจะเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองต้นกำเนิดของนิทานพื้นบ้านชื่อดังอย่างโมโมทาโร่แล้ว ก็ยังเป็นแหล่งผลิตผ้ายีนส์ชั้นดีที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งที่โคจิมะยีนส์สตรีทนั้นคือศูนย์รวมของบริษัทและโรงงานผลิตยีนส์ชั้นดีเป็นจำนวนมาก โรงงานหลายแห่งยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมขั้นตอนการผลิตยีนส์ตั้งแต่การทอไปจนถึงการย้อมผ้า และแน่นอนว่ายังมีร้านขายเสื้อผ้ายีนส์จากแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ชั้นนำมากมายให้เลือกซื้อได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่น่ารักๆ อยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดชิมก็คือเดนิมซอฟท์ครีม ไอศกรีมรสบลูเบอรี่ที่มีสีน้ำเงินเหมือนกับผ้ายีนส์เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของถนนสายนี้

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี (พิพิธภัณฑ์หรืออาคารบางแห่งอาจมีการเก็บค่าเข้าชมเพิ่มเติม)
เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : สถานี Kojima

5. ที่ราบคิบิ (Kibi Plain)

ที่ราบคิบิเป็นพื้นที่ชนบทในโอกายามะที่ประกอบไปด้วยทุ่งนาและทุ่งดอกไม้ที่มีความสวยงามอย่างมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ซึ่งมีทั้งทุ่งดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสดใส ทุ่งดอกคอสมอส และทุ่งดอกทานตะวัน นอกจากนี้ยังมีวัดและศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากมายทั้งศาลเจ้าคิบิตสึ (Kibitsu-jinja Shrine) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับนิทานพื้นบ้านเรื่องโมโมทาโร่ และวัดบิตชูโคกูบุนจิ (Bitchu-Kokubunji) ซึ่งมีเจดีย์ห้าชั้นเก่าแก่ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของบริเวณนี้

เนื่องจากพื้นที่ของที่ราบคิบิมีขนาดค่อนข้างกว้างใหญ่ วิธีการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการเช่ารถจักรยานจากบริเวณสถานีรถไฟ Bizen-Ichinomiya ซึ่งค่าเช่าต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 เยน

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี (สถานที่บางแห่งอาจมีการเก็บค่าเข้าชมเพิ่มเติม)
เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : เริ่มต้นจากสถานี Bizen-Ichinomiya หรือสถานี Soja ของสาย Kibi Line

6. ย่านเมืองเก่าคัตสึยามะ (Katsuyama Old Town)

ย่านเมืองเก่าคัตสึยามะเป็นย่านเมืองเก่าอีกแห่งหนึ่งในโอกายามะ โดยภายในย่านนี้จะเต็มไปด้วยอาคารญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาซาฮีและห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่ จึงทำให้สามารถสัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุคและธรรมชาติที่งดงามได้พร้อมๆ กัน โดยย่านเมืองเก่าคัตสึยามะนั้นเคยเป็นย่านค้าขายที่มีชื่อเสียงในยุคเอโดะ ทำให้มีร้านค้าและโกดังเก็บสินค้าอยู่มากมาย ซึ่งในปัจจุบันอาคารเหล่านี้ก็ยังถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี และมีทั้งร้านค้าแบบดั้งเดิม คาเฟ่ และร้านอาหารเป็นจำนวนกว่า 100 ร้านที่เปิดทำการอยู่ จุดที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้คือบริเวณทางเข้าร้านค้าแต่ละร้านจะมีผ้าม่านมัดย้อมที่เรียกว่า “โนเรน” ซึ่งเป็นของท้องถิ่นขึ้นชื่อและยังมีดีไซน์ไม่ซ้ำกันในแต่ละร้านอีกด้วย

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี (สถานที่บางแห่งอาจมีการเก็บค่าเข้าชมเพิ่มเติม)
เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : สถานี Chugoku-Katsuyama