All About Japan

5 ที่เที่ยวลับๆ ในโตเกียวที่อยากให้คุณรู้จัก

| Tokyo

แม้จะเป็นเมืองใหญ่ที่ไปกันจนพรุนแล้วแต่ถ้าทำการบ้านดีๆ โตเกียวก็ยังคงมีอีกหลายมุมที่คนไม่รู้จัก ลองไปที่ๆคนไม่รู้จักแต่สวยแปลกตากันเถอะ

Tokyo

1 เขื่อนโอโงอุจิ (Ogouchi Dam)

เมื่อสร้างเขื่อนโอโงอุจิ (Ogouchi) เพื่อเป็นแหล่งน้ำหลักที่ส่งจ่ายเข้าสู่ตัวเมืองโตเกียวและผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ก็เกิดเป็นทะเลสาบโอกุตามะ (Okutama) ซึ่งมีทัศนียภาพงดงาม โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จนไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่ามาเที่ยวโตเกียวจริงหรือ เพราะภูมิทัศน์เหมือนอยู่คนละโลกกับโตเกียวที่รู้จักเลย ถ้ามาต่างฤดูก็จะเห็นวิวธรรมชาติที่สวยงามต่างกันไป ฤดูใบไม้ผลิก็มีซากุระให้ชม ฤดูร้อนก็มีความเขียวขจี ฤดูใบไม้ร่วงก็ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วย เราสามารถลงไปเดินเล่นริมทะเลสาบและรับอากาศบริสุทธิ์ได้ตามอัธยาศัย

กลางทะเลสาบมีสะพาน Mugiyamauki เป็นสะพานทีใช้ถังน้ำมันเปล่ามาลอยตัวอยู่กลางทะเลสาบ (สวยสุดๆ แบบในภาพไตเติ้ลของบทความนี้) ซึ่งใช้เป็นสะพานข้ามไปศาลเจ้า Ogouchi ได้ พอเหนื่อยก็พอจะมีร้านกาแฟตรงพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ให้พักได้ (ร้านปิดวันพุธ) เขื่อนโอโงอุจินี้อาจไม่เป็นที่นิยมในการมาเที่ยวนักเพราะต้องนั่งรถหลายต่อ จึงเป็นสถานที่ลับๆ อีกแห่งในโตเกียวที่อยากแนะนำให้รู้จักกัน ใครอยากไปสัมผัสธรรมชาติในโตเกียวก็อย่าพลาดที่นี่เชียวนะ

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย Chuo Line จากสถานี JR Shinjuku นั่งไป 25 นาทีลงสถานี Tachikawa จากนั้นเปลี่ยนขบวน นั่งต่อไป 30 นาทีลงสถานี Ome แล้วเปลี่ยนขบวนรถอีกครั้งเพื่อจะไปลงสถานี Okutama จากนั้นต่อรถบัสไปที่เขื่อน (ติดต่อซื้อตั๋วได้ที่สถานี Okutama)

2 ถ้ำหินปูนนิปปะระ (Nippara Limestone Cave)

ถ้ำนิปปะระนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยดังเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยมีมา อาจเป็นเพราะคนไม่นิยมเที่ยวถ้ำกันนักและใช้เวลาเดินทางมาพอสมควร แต่ถ้ำนิปปะระก็เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจแถวชานโตเกียวที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เป็นถ้ำหินปูนที่มีงอกหินย้อยรูปทรงสวยงาม ตัวถ้ำมีขนาดใหญ่และลึกถึง 800 เมตร ภายในถ้ำก็มีการเล่นไฟหลายสีสวยงามไม่หยอกเลยเชียวล่ะ แต่ในถ้ำก็อากาศค่อนข้างเย็น ถ้าเป็นคนขี้หนาวก็เตรียมเสื้อหนาๆ ไปเผื่อด้วยก็ดีเพราะอุณหภูมิในถ้ำจะอยู่ที่ 11 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี ถ้ามาในฤดูร้อนก็จัดเป็นที่ท่องเที่ยวคลายร้อนได้เหมาะเลยทีเดียว

เวลาทำการ
1 เมษายน - 30 พฤศจิกายน
08.00 - 17.00 น.
1 ธันวาคม - 31 มีนาคม
08.30 - 16.30 น.
วันหยุด
30 ธันวาคม - 3 มกราคม
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (รวมนักเรียนมัธยมปลาย) 700 เยน
นักเรียนมัธยมต้น 500 เยน
นักเรียนประถม 400 เยน
การเดินทาง
เดินทางไปสถานี Okutama ด้วยวิธีเดียวกับไปเขื่อน จากนั้นต่อรถบัส (ตรวจสอบเวลาเดินรถบัสได้ที่นี่) ที่ป้ายหน้าสถานีไปลงสุดสาย แล้วเดินต่อไปที่ถ้ำนิปปะระประมาณ 20 นาที

3 พิพิธภัณฑ์ว่าว (Tokyo Kite Museum)

ขอพาย้อนวัยไปสัมผัสของเล่นพื้นบ้านสมัยเด็กที่พิพิธภัณฑ์ว่าวของโตเกียว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมว่าวญี่ปุ่น จีน และว่าวของประเทศในเอเชียเอาไว้กว่า 3000 ตัว เห็นมีว่าวจุฬาของไทยด้วยนะ

พอเข้ามาชมข้างในพิพิธภัณฑ์ก็จะได้ตื่นตาไปกับภาพวาดหน้าคน สัตว์ สิ่งต่างๆ ที่หลากสีสันและลวดลายพร้อมอวดโฉมบนตัวว่าวที่แขวนอยู่รอบทิศทาง บรรยากาศเรโทรหน่อยๆ มีกลิ่นอายสมัยเอโดะเยอะเลย เรียกได้ว่าได้พบกับอีกฉากหนึ่งของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่น่าประทับใจ และต้องบอกว่าหาชมว่าวเก่าๆขนาดนี้ได้ยากยิ่ง พิพิธภัณฑ์เล็กๆแห่งนี้กำลังรอการมาเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวอยู่ สำหรับผู้ที่สนใจว่าวเป็นพิเศษหรืออยากจะลองกลับไปเล่นเป็นเด็กๆ อีกสักครั้ง ที่นี่เขาก็มีเปิดสอนการทำว่าวด้วย

เวลาทำการ
11.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 200 เยน
เด็กนักเรียนประถม/มัธยมต้น 100 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Tozai หรือ Ginza หรือ Toei Asakusa ไปลงสถานี Nihonbashi ออกทางออก C5 มองหาตึกที่มีร้าน Restaurant Taimeiken จะอยู่ใกล้ๆ สถานีเลย โดยพิพิธภัณฑ์ว่าวต้องขึ้นไปที่ชั้น 5

4 มัสยิดโตเกียว (Tokyo Camii & Turkish Culture Center)

เอาใจคนชอบแนวอาร์ตๆ กับสถาปัตยกรรมสวยๆ กันหน่อย ถึงแม้มัสยิดจะไม่ใช่สิ่งก่อสร้างแบบญี่ปุ่นแต่ก็อยากแนะนำให้ไปเที่ยวชมมัสยิดโตเกียวคามิลกัน เพราะว่ากันว่ามัสยิดแห่งนี้ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในเอเชียตะวันออก เลยไม่อยากให้พลาดสถานที่อันมีคุณค่าทางศาสนานี้

มัสยิดโตเกียวแห่งนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบตุรกีผสมผสานเข้ากับศิลปะแบบออตโตมันและอิสลามได้อย่างลงตัว เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นจากมัสยิดที่มีอยู่ทั้งหมด 80 แห่ง ตั้งอยู่ใกล้สถานี Yoyogi-uehara ไม่ไกลจากย่านชิบุย่าฮาราจูกุ วันเสาร์-อาทิตย์ที่มัสยิดโตเกียวนี้เขามีจัดทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวด้วย ในเวลา 14.30 น. ใช้เวลาทัวร์ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

เวลาทำการ
10.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda มาลงสถานี Yoyogi Uehara ออกทางออก C01 แล้วเดินไปประมาณ 5 นาที

5 คาเฟ่สวนสัตว์ฮาราจุกุ (Harajuku Kawaii Zooland)

ปิดท้ายกันที่คาเฟ่สัตว์น่ารักที่เพิ่งเปิดเมื่อ ตุลาคม 2018 นี้เอง คาเฟ่สัตว์ต่างๆ เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนที่ได้รับความนิยม ใครๆ ก็คงเคยไปเที่ยวคาเฟ่สุนัข คาเฟ่แมวกันมาแล้ว แต่ที่จะแนะนำคราวนี้เป็นคาเฟ่ที่เราจะได้สัมผัสสัตว์ตัวเล็กๆ ซึ่งเราจะไม่ได้เห็นสัตว์เหล่านี้ที่คาเฟ่อื่นๆแน่นอน เครื่องดื่มของที่นี่เป็นแบบบริการตัวเอง ส่วนอาหารไม่มีบริการ

สัตว์ของฮาราจุกุคาเฟ่นี้เป็นสัตว์ประเภทหาดูได้ยาก เช่นเจ้าคาปิบารา (Capybara) ซึ่งเป็นหนูที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือว่าเมียร์แคท (Meer kat) เฟอเรท (Ferret) จิ้งจอกทะเลทราย (Fennec Fox) หรือแม้แต่หนูแฮมสเตอร์ยอดนิยมเป็นต้น ลูกค้าสามารถสัมผัสความน่ารักได้อย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับการพักผ่อนเยียวยาจิตใจหลังจากช้อปปิ้งมาเหนื่อยๆ หรือใครที่อยากไปสวนสัตว์แต่ไม่อยากเดินทางไกล และใครที่อยากเลี้ยงสัตว์เล็กๆ ประเภทนี้แต่ไม่เคยสัมผะส ก็ลองมาแวะเล่นได้ที่นี่ เป็นความคิดที่ดีใช่ไหมล่ะ

เวลาทำการ
11.00 - 19.00 น.
เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 1500 เยนต่อ 30 นาที
เด็กต่ำกว่า 15 ปี 1200 เยนต่อ 30 นาที
เด็กเล็ก (ไม่เกิน 3 ขวบ) เข้าฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Yamanote ลงสถานี JR Harajuku แล้วเดินต่อไปประมาณ 5 นาที