All About Japan

ชมวิวด้วยรถรางใน 5 เมืองสวยของญี่ปุ่น

| การเดินทาง

พูดถึงการเดินทางในญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงรถไฟ แต่บางเมืองก็ยังมีตัวเลือกในการเดินทางที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ "รถราง" ที่สามารถนั่งชมเมืองและเดินทางไปยังที่ต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย วันนี้เราจึงมาแนะนำ 5 เมืองในญี่ปุ่นที่ยังมีรถรางให้บริการ เพื่อให้ทุกคนได้ลองสัมผัสความน่าประทับใจนี้ด้วยตัวเอง

1. โอคายาม่า (Okayama)

รถรางในเมืองโอคายาม่านั้นเริ่มทำการมาตั้งแต่ในปี 1912 จนถือเป็นหนึ่งในสายรถรางที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงให้บริการมาจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักของการเดินทางในเมืองทั้งสำหรับชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว แม้ว่ารถรางทั้งสองสายคือ Higashiyama และ Seikibashi จะมีระยะทางวิ่งสั้นๆเพียงสายละประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ก็ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างปราสาทโอคายาม่า (Okayama Castle ) สวนโคระคุเอน (Korakuen) และถนนช้อปปิ้ง Omotecho

โดยรูปแบบของรถรางที่ให้บริการในปัจจุบันนั้นมีทั้งขบวนรถแบบดั้งเดิมที่รักษากลิ่นอายแบบย้อนยุคเอาไว้ และขบวนรถรูปแบบใหม่ที่ดูทันสมัยไม่แพ้รถไฟขบวนต่างๆในปัจจุบัน และจุดเริ่มต้นของรถรางทั้งสองสายนั้นอยู่ที่บริเวณหน้าสถานี Okayama ซึ่งนอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังทำให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางชมเมืองได้เพลินๆ โดยที่ไม่ต้องกลัวหลงหรือกลัวขึ้นลงผิดสายเหมือนขึ้นรถไฟเลย

ค่าโดยสาร : เริ่มต้นเที่ยวละ 100 เยน (สามารถจ่ายด้วยบัตร IC ต่างๆได้)
พาส : มี 1 Day Pass ราคา 400 เยน สำหรับโดยสารไม่จำกัดครั้งใน 1 วัน

2. โทยาม่า (Toyama)

2. โทยาม่า (Toyama)

เมืองโทยาม่านั้นเป็นหนึ่งในจุดแวะพักของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังจุดที่มีชื่อเสียงอย่าง Tateyama Alpine Route เพื่อสัมผัสความสวยงามของเทือกเขา Japan Alps รวมถึงกำแพงหิมะและเส้นทางชมธรรมชาติต่างๆ ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามการแวะชมเมืองนี้ไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมืองโทยาม่านั้นมีสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย และยังสามารถเที่ยวชมได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถรางถึง 3 สายที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งเมือง หนึ่งในนั้นคือ Loop Line ที่วิ่งเป็นวงกลมรอบเมือง ผ่านสถานที่สำคัญอย่างปราสาทโทยาม่า (Toyama Castle) และคลองมัทสึคาวะ (Matsukawa River) ที่ดอกซากุระจะผลิบานอย่างสวยงามตลอดสองฟากฝั่งในฤดูใบไม้ผลิ

ตัวรถรางของเมืองโทยาม่ายังมีจุดเด่นตรงที่การออกแบบขบวนรถให้ดูทันสมัย เช่นรถรางที่มีหน้าตาเหมือนรถไฟชินคันเซน หรือรถรางที่ตกแต่งในโอกาสพิเศษต่างๆ นอกจากนี้รถรางทุกสายยังเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟ Toyama โดยตรง และใช้เวลาเดินทางโดยเฉลี่ยสายละ 30 นาที ดังนั้นไม่ว่าจะมีเวลาเที่ยวเพียงครึ่งวันหรือหนึ่งวัน ก็สามารถสนุกไปกับการขึ้นรถรางชมเมืองโทยาม่าได้เป็นอย่างดี

ค่าโดยสาร : เที่ยวละ 200 เยนตลอดสาย (สามารถจ่ายด้วยบัตร IC ต่างๆได้)
พาส : มี 1 Day Pass ราคา 820 เยน สำหรับโดยสารไม่จำกัดครั้งใน 1 วัน

3. โตเกียว (Tokyo)

หลายคนอาจเข้าใจว่ารถรางนั้นมีให้บริการเฉพาะในเมืองเล็กๆของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เมืองหลวงอย่างโตเกียวเองก็ยังมีรถรางให้บริการอยู่เช่นกัน นั่นคือรถรางสาย Toden Arakawa ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท Toei ที่ดูแลทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัสอีกหลายๆสายในโตเกียว โดยรถรางสายนี้ยังมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า รถรางสายโตเกียวซากุระ (Tokyo Sakura Tram) เนื่องจากเส้นทางการวิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นจะผ่านจุดชมซากุระสวยๆมากมาย หนึ่งในนั้นคือสวนอาสุกะยามะ (Asukayama Park) ซึ่งสามารถพบกับภาพรถรางแสนคลาสสิคที่กำลังเข้าโค้งและมีฉากหลังเป็นแนวต้นซากุระที่กำลังผลิบานอย่างสวยงาม

รถรางสายนี้มีระยะทางรวม 12.2 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 30 สถานี โดยเริ่มต้นตั้งแต่สถานี Minowabashi ซึ่งเชื่อมต่อกับสถานี Minowa ของรถไฟใต้ดินสาย Hibiya และสิ้นสุดที่สถานี Waseda ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของญี่ปุ่นในชื่อเดียวกัน สถานีหลายแห่งของรถรางสายนี้ยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟสายหลักของโตเกียว หนึ่งในนั้นคือสถานี Otsuka-ekimae ที่สามารถขึ้นรถไฟสาย Yamanote มาลงที่สถานี Otsuka และเดินมาขึ้นรถรางต่อได้อย่างสะดวก

ค่าโดยสาร : เที่ยวละ 170 เยนตลอดสาย (ถ้าจ่ายด้วยบัตร IC เหลือ 165 เยน)
พาส : Toei One-day Pass ราคา 700 เยน สำหรับขึ้นรถราง รถบัส และรถไฟใต้ดินของบริษัท Toei ไม่จำกัดครั้งใน 1 วัน

4. ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

เมืองฮาโกดาเตะนั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองในญี่ปุ่นที่ให้บรรยากาศและกลิ่นอายเหมือนกับเมืองในยุโรป จากตึกอาคารต่างๆในเมืองที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสไตล์ตะวันตกซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการเป็นเมืองท่าสำคัญของเกาะฮอกไกโด และอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี ก็คือรถรางที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานคู่กับเมือง โดยรถรางสายแรกนั้นเริ่มทำการในปี 1897 ซึ่งในยุคนั้นยังเป็นรถรางที่ลากด้วยม้า ก่อนจะพัฒนามาเป็นระบบไฟฟ้าในปี 1913 และดำเนินการเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันเมืองฮาโกดาเตะมีรถรางสองสายที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟ Hakodate ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง และยังเป็นทางเลือกหลักของนักท่องเที่ยวในการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆของฮาโกดาเตะได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นป้อมดาวห้าแฉก (Goryokaku) ภูเขาฮาโกดาเตะ (Hakodate Mt.) หรือโกดังอิฐแดง (Kanemori Red Brick Warehouse)

ค่าโดยสาร : เที่ยวละ 210-250 เยน (สามารถจ่ายด้วยบัตร IC ต่างๆได้)
พาส : มี 1 Day Pass ราคา 600 เยน สำหรับโดยสารไม่จำกัดครั้งใน 1 วัน

5. นางาซากิ (Nagasaki)

เมืองนางาซากิถือเป็นอีกหนึ่งเมืองท่าสำคัญของประเทศญี่ปุ่นในอดีต ทำให้บรรยากาศและสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในเมืองนั้นไม่เพียงแค่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก แต่ยังได้รับวัฒนธรรมจากประเทศจีนเข้ามาผสมผสานอีกด้วย และที่สำคัญคือระบบคมนาคมภายในเมืองยังมีความสะดวกสบายจากรถรางที่มีเส้นทางการวิ่งมากถึง 4 สาย ซึ่งอยู่คู่กับเมืองนางาซากิมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 1915 จนทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างก็อาศัยรถรางในการเดินทางในแต่ละวัน

ด้วยจำนวนสายและเส้นทางที่ครอบคลุม ทำให้สามารถขึ้นรถรางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆในเมืองนางาซากิได้แทบทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสวนสันติภาพ (Nagasaki Peace Park) พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ (Nagasaki Atomic Bomb Museum) ไปจนถึงวัดสำคัญอย่างวัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple) และวัดโซฟุคุจิ (Sofukuji Temple)

ค่าโดยสาร : เที่ยวละ120 เยนตลอดสาย (สามารถจ่ายด้วยบัตร IC ต่างๆได้)
พาส : : มี 1 Day Pass ราคา 500 เยน สำหรับโดยสารไม่จำกัดครั้งใน 1 วัน