All About Japan

5 ขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษใน “โฮคุริคุ”

| รถไฟ , Hokuriku

โฮคุริคุ (Hokuriku) ถือเป็นภูมิภาคในญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ ทั้งภูเขาหรือชายฝั่งทะเล จุดเด่นของรถไฟท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้คือ ไม่เพียงแต่พาเราไปชมวิวสองข้างทางอันงดงามเท่านั้น แต่ยังมาคู่กับการนำเสนองานศิลปะ หัตถกรรม และอาหารของท้องถิ่นมาให้สัมผัสได้ในคราวเดียวกัน

1. Alp Express

ภูมิภาคโฮคุริคุนั้นเป็นที่ตั้งของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (Japan Alps) เทือกเขาหิมะอันกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด และได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามมาก บริษัทรถไฟท้องถิ่นอย่าง Toyama Chiho Railway ของจ.โทยาม่า จึงได้สร้างขบวนรถไฟพิเศษขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ชมความงามของเทือกเขาแห่งนี้อย่างเต็มตา และยังพาไปสัมผัสบรรยากาศอันน่าประทับใจของภูมิประเทศรอบอ่าวโทยาม่า และบ่อน้ำพุร้อนขึ้นชื่อของเมืองไปพร้อมกันอีกด้วย

ขบวนรถไฟนี้ ภายในถูกตกแต่งด้วยวัสดุที่ทำจากไม้เป็นหลัก เพื่อให้ได้สัมผัสอันอบอุ่นและเป็นธรรมชาติระหว่างการเดินทาง หน้าต่างทุกบานถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่พิเศษเพื่อให้สามารถชมทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มตา และตู้ที่ 2 ของขบวนรถไฟสายนี้ยังถือเป็นตู้พิเศษที่สามารถนั่งหันหน้าเข้าหาหน้าต่างได้ และสามารถสั่งเครื่องดื่มจากบาร์ที่เสิร์ฟเบียร์และสาเกท้องถิ่นให้ลองลิ้มรสไปพร้อมกับการชมวิวระหว่างการเดินทาง

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Dentetsu-Toyama - สถานี Unazuki-Onsen
เวลาในการเดินทาง : 1 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุด วันละ 3 เที่ยว
ค่าโดยสาร : 2,270 เยน

2. Genbi Shinkansen ชินคันเซ็นและงานศิลปะ

หลายคนอาจรู้จักและคุ้นเคยกับชินคันเซ็น รถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นกันเป็นอย่างดี โดยในบางครั้ง รถไฟชินคันเซ็นนั้นก็ได้ถูกเพิ่มเสน่ห์และเอกลักษณ์เล็กๆน้อยๆลงไป ไม่ว่าจะด้วยการเพนท์ลวดลายภายนอกด้วยคาแรคเตอร์ของการ์ตูนยอดฮิต หรือการนำวัสดุขึ้นชื่อในท้องถิ่นมาประดับตกแต่งภายในขบวนรถ แต่นอกจากนั้นแล้ว ในภูมิภาคโฮคุริคุก็ยังมี “เกนบิ ชินคันเซ็น” ซึ่งเป็นรถไฟชินคันเซ็นขบวนพิเศษที่ถูกออกแบบให้มีความแตกต่างจากรถไฟขบวนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

เกนบิ ชินคันเซ็นนั้นถูกออกแบบให้เป็น “แกลอรี่เคลื่อนที่ที่เร็วที่สุดในโลก” โดยแทนที่จะให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินกับความงามของทิวทัศน์สองข้างทางเพียงอย่างเดียว แต่ทั้งภายนอกและภายในของรถไฟขบวนนี้ยังได้มีการสร้างบรรยากาศที่ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าไปในแกลอรี่ศิลปะ ซึ่งมีการจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินชื่อดังมากมายตามผนังของขบวนรถไฟ ตัวเบาะที่นั่งก็ถูกออกแบบให้เป็นลวดลายต่างๆด้วยฝีมือของศิลปิน และตู้หมายเลข 13 ของรถไฟก็ยังเป็นคาเฟ่ที่เสิร์ฟกาแฟชั้นดี พร้อมกับขนมหวานจากเชฟชื่อดังอีกด้วย

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Echigo-Yuzawa - สถานี Niigata
เวลาในการเดินทาง : 1 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุด
ค่าโดยสาร : 5,900 เยน

3. Nonbiri Train

เมืองนากาโน่ (Nagano) นั้นนอกจากจะเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงจากธรรมชาติอันสวยงามทั้งภูเขา แม่น้ำ และลานสกีแล้ว ยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในฐานะแหล่งผลิตไวน์ชั้นดีของญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งมีที่มาจากฟาร์มองุ่นหลากหลายสายพันธุ์และโรงกลั่นไวน์ในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งแนวคิดที่ต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ของทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อมๆกันระหว่างเดินทางในเมืองนากาโน่ ก็ทำให้เกิดขบวนรถไฟพิเศษอย่าง Nonbiri Train ขึ้นมา

Nonbiri Train นั้นอาจดูเหมือนรถไฟธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ถูกตกแต่งอย่างสวยงามเท่ากับรถไฟพิเศษขบวนอื่นๆ แต่ความพิเศษที่นอกจากจะพาทุกคนไปสัมผัสความสวยงามของภูมิประเทศในนากาโน่แล้ว ทุกๆวันเสาร์ รถไฟขบวนนี้ยังมีการเสิร์ฟอาหารที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่น คู่กับการเสิร์ฟไวน์จำนวน 6-8 ชนิด ทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง ซึ่งทั้งหมดถูกผลิตจากโรงกลั่นไวน์จำนวน 3-4 โรงที่ตั้งอยู่ตลอดเส้นทางที่รถไฟสายนี้แล่นผ่าน

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Nagano - สถานี Yudanaka
เวลาในการเดินทาง : 70 นาที
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุด (ตู้ Wine Valley ที่มีการเสิร์ฟไวน์และอาหาร ให้บริการเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น)
ค่าโดยสาร : 1,260 เยน (ตู้ Wine Valley 6,000-7,000 เยน)

4. Hanayome Noren

รถไฟ Hanayome Noren เป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวในจ.อิชิคาว่า (Ishikawa) จังหวัดที่ตั้งของเมืองคานาซาว่า ซึ่งมีความโดดเด่นจากการนำงานหัตถกรรมในท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง 2 รูปแบบมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ทั้งรูปแบบและสีสันของเครื่องเขินสไตล์วะจิมะนุริ (Wajimanuri) และลวดลายบนชุดกิโมโนแบบคากะยูเซ็น (Kagayuzen) ทำให้บรรยากาศทั้งภายนอกและภายในของรถไฟขบวนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นที่งดงามและให้ความรู้สึกหรูหราไปพร้อมกัน

ระหว่างการชื่นชมความงามของทิวทัศน์ของภูมิภาคโฮคุริคุ บนรถไฟขบวนนี้ยังมีข้าวกล่อง ชุดของหวาน และชุดเหล้าญี่ปุ่นให้บริการเพิ่มเติม ซึ่งทุกเมนูนั้นใช้วัตถุขึ้นชื่อในท้องถิ่นของจ.อิชิคาว่าทั้งหมด นอกจากนี้จุดหมายปลายทางของรถไฟขบวนนี้คือวาคุระ ออนเซ็น (Wakura Onsen) เมืองออนเซ็นอันมีชื่อเสียงและมีบรรยากาศที่แตกต่างจากที่อื่นๆ เนื่องจากตั้งอยู่ริมอ่าวนานาโอะ (Nanao Bay) ทำให้เรียวกังส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ริมทะเลแทบทั้งหมด

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Kanazawa – สถานี Wakura Onsen
เวลาในการเดินทาง : 1 ชั่วโมง 27 นาที
ตารางการให้บริการ : สามารถตรวจสอบตารางการให้บริการในแต่ละเดือนได้ที่นี่
ค่าโดยสาร : 2,750 เยน ค่าอาหารต่างหาก

5. Rokumon

รถไฟ Rokumon ถือเป็นรถไฟขบวนพิเศษที่น่าสนใจอีกหนึ่งขบวนในเมืองนากาโน่ ซึ่งมีจุดเด่นที่คล้ายกับรถไฟ Nonbiri Train ที่มีการเสิร์ฟไวน์ชั้นดีในนากาโน่ คู่กับอาหารที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบในท้องถิ่นระหว่างการเดินทาง แต่ที่มากไปกว่านั้นคืออาหารทุกเมนูบนรถไฟขบวนนี้เป็นฝีมือของเชฟจากร้านอาหารชื่อดังในเมืองนากาโน่ทั้งหมด และยังแบ่งการเสิร์ฟอาหารออกเป็นสองรูปแบบ คือรถไฟขบวนที่ 1 ซึ่งออกเดินทางจากคารุอิซาว่านั้นจะเสิร์ฟอาหารสไตล์ตะวันตก และรถไฟขบวนที่ 2 ซึ่งออกเดินทางจากนากาโน่จะเสิร์ฟอาหารสไตล์ญี่ปุ่น

การตกแต่งภายในรถไฟขบวนนี้ยังให้บรรยากาศที่อบอุ่นในสไตล์ญี่ป่น ซึ่งมีทั้ง”โชจิ” หรือประตูบานเลื่อนที่มักจะพบได้ในบ้านญี่ปุ่น รวมถึงโต๊ะ เก้าอี้ และพื้นที่ส่วนอื่นๆในขบวนรถไฟที่ทำจากไม้เป็นหลัก ซึ่งไม้ทั้งหมดที่นำมาใช้นั้นก็เป็นวัสดุท้องถิ่นที่มาจากนากาโน่ทั้งหมด การได้โดยสารไปกับรถไฟขบวนนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้สัมผัสของดีแห่งเมืองนากาโน่ครบทุกรูปแบบในคราวเดียว

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Karuizawa – สถานี Nagano
เวลาในการเดินทาง : 2 ชั่วโมง
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุด
ค่าโดยสาร :
แบบปกติ – ค่าโดยสารตามระยะทางจริงบวกค่าจองที่นั่งอีก 1,000 เยน (ประมาณ 2,640 เยน)
แบบเสิร์ฟอาหารและไวน์พรีเมี่ยม – 14,800 เยน