All About Japan

5 ขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษใน “คันไซ”

| รถไฟ , Kansai
5 ขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษใน “คันไซ”

ภูมิภาคคันไซถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคยอดนิยมในการท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทรถไฟต่างๆในภูมิภาคนี้ก็ยังได้ยกระดับความน่าสนใจในการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ด้วยการสร้างขบวนรถไฟท่องเที่ยวสายพิเศษ ที่จะพาไปดื่มด่ำทั้งความสวยงามของทิวทัศน์สองข้างทาง ชิมอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นแสนอร่อย และเที่ยวชมเมืองต่างๆที่มีะสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจมากมาย

1. BLUE SYMPHONY

รถไฟบลูซิมโฟนี เป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวของบริษัท Kintetsu Railway ที่มาพร้อมกับบรรยากาศอันแสนหรูหรา ที่มีทั้งเก้าอี้นวมขนาดใหญ่พิเศษ ตู้รถไฟที่ดัดแปลงพื้นที่ด้านในให้เป็นเลานจ์ และเสิร์ฟไวน์หรือสาเกท้องถิ่นที่ทำจากผลไม้ชนิดต่างๆที่มีการเพาะปลูกในบริเวณพื้นที่ที่รถไฟสายนี้วิ่งผ่าน ทั้งองุ่น ส้ม และสตรอเบอรี่สายพันธุ์ Asuka Ruby เพื่อให้ผู้โดยสารได้เพลิดเพลินกับการชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามและเอร็ดอร่อยไปกับผลผลิตท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบไปพร้อมกันตลอดการเดินทาง

จุดเริ่มต้นของรถไฟสายนี้อยู่ที่สถานี Osaka-Abenobashi ในย่านเท็นโนจิ (Tennoji) ของโอซาก้า และวิ่งไปสุดปลายทางที่โยชิโนะ (Yoshino) เมืองเล็กๆในหุบเขาของจังหวัดนาราซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และยังมีวัดวาอารามเก่าแก่จำนวนมาก รวมถึงบ่อน้ำพุร้อนบนภูเขา ซึ่งถือเป็นการเดินทางที่จะได้สัมผัสทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันน่าประทับใจไปพร้อมกัน

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Osaka-Abenobashi - สถานี Yoshino
เวลาในการเดินทาง : 75 นาที
ตารางการให้บริการ : ให้บริการทุกวันยกเว้นวันพุธ
ค่าโดยสาร : 1690 เยน หากนั่งจาก Osaka-Abenobashi ถึง Yoshino

2. SHIMAKAZE

ขบวนรถไฟชิมาคาเสะ เป็นอีกหนึ่งขบวนรถไฟท่องเที่ยวของบริษัท Kintetsu Railway ในภูมิภาคคันไซที่มาพร้อมกับรูปร่างหน้าตาอันทันสมัย และที่นั่งหลากหลายรูปแบบในขบวนรถ ทั้งที่นั่งแบบพรีเมี่ยม แบบหมู่คณะ หรือที่นั่งในห้องส่วนตัวทั้งสไตล์ญี่ปุ่นและสไตล์ตะวันตก และยังมีตู้รถไฟที่ดัดแปลงเป็นคาเฟ่ ซึ่งเสิร์ฟอาหารหลากหลายชนิดทั้งอาหารทะเล หรือแกงกะหรี่เนื้อมัตซึซากะ พร้อมกับเครื่องดื่มอีกหลากหลายชนิดที่เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั้งหมด ที่นั่งของตู้รถไฟคาเฟ่ยังเป็นที่นั่งแบบหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนดื่มด่ำกับทัศนีย์ภาพไปพร้อมกับการทานผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นแสนอร่อยไปพร้อมกัน

รถไฟสายนี้มีจุดเริ่มต้นจากสามเมืองใหญ่ทั้งโอซาก้า เกียวโต และนาโกย่า และวิ่งไปยังปลายทางที่เดียวกันก็คือเมืองอิเสะ (Ise) ในจังหวัดมิเอะ เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของ Ise Jingu ศาลเจ้าสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น และแลนด์มาร์คอย่าง"หินแต่งงาน" (Meoto Iwa) ที่คู่รักมากมายเดินทางมาขอพรเพื่อให้ความรักนั้นคงอยู่ยืนยาวตลอดไป

เส้นทางที่ให้บริการ : จากสถานี Kyoto, Osaka-Namba หรือ Kintetsu-Nagoya ปลายทางที่สถานี Kashikojima (แต่คนนิยมลงที่ Iseshi หรือ Ujiyamada ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองอิเสะ)
เวลาในการเดินทาง : ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที (แตกต่างไปตามระยะทางจากสถานีต้นทาง)
ตารางการให้บริการ : ทุกวัน
ค่าโดยสาร : ขึ้นอยู่กับระยะทาง

3. Sagano Romantic Train

รถไฟสายโรแมนติกซากาโนะ น่าจะเป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคคันไซ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะเส้นทางรถไฟที่พาไปสัมผัสความสวยงามของดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และสีสันอันสดใสของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ท่ามกลางภูมิประเทศอันสวยงามของอาราชิยาม่า (Arashiyama) เมืองเล็กๆในเกียวโตที่มีชื่อเสียงจากความสวยงามของธรรมชาติทั้งภูเขาและแม่น้ำ และยังเป็นที่ตั้งของวัดวาอารามที่เก่าแก่และมีความสำคัญมากมาย

ที่มาของขบวนรถไฟท่องเที่ยวสายนี้ยังถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการดัดแปลงและเพิ่มมูลค่าเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งในอดีตนั้นเส้นทางรถไฟสายนี้เป็นเส้นทางรถไฟสายหลักที่เชื่อมระหว่างเกียวโตและเมืองอื่นๆทางตอนเหนือ แต่เมื่อมีการตัดเส้นทางรถไฟสายใหม่ที่สะดวกรวดเร็วกว่า เส้นทางรถไฟสายนี้ก็ได้ถูกยกเลิกไป แต่แทนที่จะปล่อยให้ทิ้งร้าง ก็ได้มีการนำมาดัดแปลงเป็นสายรถไฟสำหรับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ และแม้ว่าจะมีระยะทางสั้นๆเพียงแค่ 7 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเพียงเที่ยวละ 25 นาที แต่ก็กลายมาเป็นจุดที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมหาศาลได้ในแต่ละปี

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Saga Torokko - สถานี Kameoka Torokko
เวลาในการเดินทาง : 25 นาที
ตารางการให้บริการ : ไม่มีให้บริการในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ และหยุดให้บริการทุกวันพุธ (ยกเว้นช่วงวันหยุดและช่วงไฮซีซั่น จะให้บริการทุกวัน)
ค่าโดยสาร : 620 เยน

4. Medetai train

จากขบวนรถไฟท่องเที่ยวอันหรูหราที่มาพร้อมกับหน้าตาอันทันสมัยและสวยงาม คราวนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นขบวนรถไฟสีชมพูสดใส และลวดลายแสนน่ารักของ Medetai Train ซึ่งชื่อของรถไฟสายนี้เป็นการเล่นคำพ้องเสียงสองคำคือ "ไท" ที่เป็นชื่อของปลาไท (ปลากระพง) และ "เมเดไท" ที่เป็นประโยคที่ใช้แสดงความยินดีของชาวญี่ปุ่น

สาเหตุที่การประดับตกแต่งรถไฟขบวนนี้เป็นรูปปลากระพงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลวดลายภาพนอก ราวจับ รวมไปถึงจุดอื่นๆในขบวนรถ เนื่องจากเมือง Kada สถานีปลายทางของรถไฟขบวนนี้ เป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงจากการทำประมงปลากระพงแดง ซึ่งถือเป็นปลามงคลของชาวญี่ปุ่น และที่เมือง Kada เองนั้นยังมีอาหารทะเลอร่อยๆอีกมากมาย รวมไปถึงบ่อน้ำพุร้อนขึ้นชื่อที่รอให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Wakayamashi - สถานี Kada
เวลาในการเดินทาง : 25 นาที
ตารางการให้บริการ : ทุกวัน
ค่าโดยสาร : 330 เยน

5. TAMADEN

ต่อจากขบวนรถไฟสีชมพูสดใส Medetai Train แล้ว ในเมืองวาคายาม่านั้นยังมีขบวนรถไฟพิเศษอีกขบวนหนึ่งที่มีความน่ารักไม่แพ้กัน นั่นก็คือรถไฟ Tamaden ขบวนรถไฟซึ่งเป็นที่รู้จักจากนายสถานี Kishi ที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นแมวสามสีน่ารักตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "ทามะ" ซึ่งทั้งหมดนั้นมีที่มาจากการที่เส้นทางรถไฟสายนี้ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักในอดีต จึงได้มีการพยายามสร้างจุดขายใหม่ๆขึ้นมาเพื่อดึงนักท่องเที่ยว จนในที่สุดความน่ารักของขบวนรถไฟและเจ้าเหมียวทามะนั้นก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมาจนถึงทุกวันนี้

แม้เป็นเรื่องเศร้าใจและน่าเสียดายที่เจ้าเหมียวทามะนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แต่ในปัจจุบัน สถานี Kishi ก็ได้แต่งตั้งแมวตัวใหม่ที่มีชื่อว่า "นิทามะ" หรือทามะหมายเลข 2 ขึ้นมารับตำแหน่งนายสถานีตัวใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากทั้งเจ้าเหมียวนิทามะและรถไฟสายนี้ไม่ได้มีตารางการทำงานทุกวัน เราจึงขอแนะนำให้เช็คตารางเวลาให้ดีจากเว็บไซต์ของบริษัทรถไฟ Wakayama Dentetsu เพื่อไม่ให้ต้องเดินทางไปแบบเสียเที่ยว

เส้นทางที่ให้บริการ : สถานี Wakayama - สถานี Kishi
เวลาในการเดินทาง : ประมาณ 30 นาที
ตารางการให้บริการ : ไม่มีตารางให้บริการที่แน่นอน
ค่าโดยสาร : ตั๋วเที่ยวเดียวจากสถานี Wakayama ถึง Kishi ราคา 400 เยน และมีจำหน่ายตั๋ว One Day Pass ราคา 780 เยน