All About Japan

ญี่ปุ่น เมืองที่เข้าใจคุณแม่อย่างแท้จริง

| เลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น เมืองที่เข้าใจคุณแม่อย่างแท้จริง

เรามาชมสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่นที่คิดเผื่อแม่และเด็กไว้อย่างดีกันเถอะค่ะ
คุณแม่ทั้งหลายคงรู้ดีว่าการพาเด็กเล็กๆออกนอกบ้านนั้นเหนื่อยกว่าไปเดินเที่ยวคนเดียวหลายเท่านัก เพื่อให้คุณแม่สะดวกสบายกับการพาเด็กๆออกนอกบ้าน ญี่ปุ่นจึงมีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในเมืองที่ออกแบบอย่างดีเพื่อคุณแม่ ดีแค่ไหนไปดูกันค่ะ

คุณแม่หลายคนคงกังวลไม่น้อยถ้าได้พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มากนัก คุณแม่จึงมักจะคอยเป็นกังวล ว่าลูกจะร้องไห้งอแง รวมถึงเรื่องการเดินทาง และอาหารการกิน แต่ถ้าคุณแม่เลือกเที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้ว รับรองว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยผ่อนเบาภาระของคุณแม่ไปได้เยอะเลยทีเดียว เผลอๆจะสบายกว่าเวลาออกไปเที่ยวนอกบ้านตอนอยู่ไทยอีกนะ

1. ลิฟท์ตามสถานีรถไฟ

1. ลิฟท์ตามสถานีรถไฟ

ลืมภาพลักษณ์ของสถานีรถไฟฟ้าบริการตัวเองแบบไทยๆไปได้เลย เพราะที่ญี่ปุ่นจะมีลิฟท์ตามสถานีรถไฟฟ้าเพื่อรองรับรถเข็นเด็ก คนพิการ และผู้มีสัมภาระขนาดใหญ่ไว้บริการอยู่เกือบทุกสถานีเลยละค่ะ เรียกได้ว่าสถานีที่ไม่มีคือส่วนน้อยจริงๆ เช่นสถานีตามชนบทบางสถานี ที่ไม่ต้องมีเพราะรถไฟจอดระดับพื้นดิน เป็นต้น

คุณแม่ทุกคนที่มีรถเข็นจะมองหาลิฟท์ก่อนเป็นอย่างแรกเมื่อถึงสถานีรถไฟ เพราะถ้าจะให้คุณแม่แบกรถเข็นขึ้นลงบันได คงไม่ไหวแน่ๆ อาจจะอยู่คนละทางออกกันไปแล้วแต่สถานีแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกนั่นแหละ เพราะทุกสถานีมักมีป้ายบอกทางแบบละเอียดยิบ

2. ห้องน้ำสำหรับป้อนนมและเปลี่ยนผ้าอ้อมโดยเฉพาะ

2. ห้องน้ำสำหรับป้อนนมและเปลี่ยนผ้าอ้อมโดยเฉพาะ

เป็นความสะดวกสบายแบบที่ต้องยอมประเทศนี้จริงๆ ที่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่และคุณลูก เมื่อพาลูกไปข้างนอก เป็นธรรมดาที่เด็กจะต้องร้องไห้งอแงเพราะอาจจะอยากเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือกำลังหิว

ที่ญี่ปุ่นจะมีห้องสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กเรียกว่า เบบี้รูม (ベビールーム) มักจะอยู่ติดกับห้องน้ำทั่วไป เมื่อเข้าไปจะมีเบาะเรียงกันอยู่หลายๆเบาะ ไว้สำหรับให้เด็กนอนเปลี่ยนผ้าอ้อม จะมีถุงสำหรับใส่ผ้าอ้อมที่ใช้แล้วก่อนทิ้งลงถังขยะอีกที ถ้าใครไม่ได้เตรียมผ้าอ้อมมาก็จะมีตู้สำหรับกดซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปด้วยนะ

ยังไม่หมด ยังมีห้องป้อนนมสำหรับคุณแม่ที่ลูกอาจจะยังต้องดูดนมจากเต้า ก็จะมีห้องแยกเป็นส่วนตัว เพื่อให้คุณแม่เข้าไปป้อนนมได้ นอกจากนี้บางแห่งยังมีเครื่องทำน้ำร้อนไว้สำหรับชงนมผงได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่เห็นแก่คุณแม่จริงๆ

3. ห้องน้ำมีที่นั่งสำหรับเด็ก

3. ห้องน้ำมีที่นั่งสำหรับเด็ก

ลักษณะก็คือเป็นห้องน้ำปกติ แต่เมื่อเราเปิดประตู เราจะเห็นที่นั่งสำหรับเด็กเอาไว้ให้คุณแม่ (หรือคุณพ่อ) ที่พาลูกเข้าห้องน้ำด้วยไม่ต้องลำบากเวลาทำธุระส่วนตัว มีไว้สำหรับให้เด็กนั่ง มีช่องสอดขา มีที่กั้นล็อคตัวเด็กไม่ให้เด็กตก แข็งแรงปลอดภัย

แต่ถ้าคุณแม่มีรถเข็นเด็กด้วยอยากทำธุระส่วนตัว ก็จะมีห้องน้ำใหญ่สำหรับคุณแม่รถเข็น หรือบางทีก็คือห้องน้ำคนพิการนั่นแหละที่มักจะเอามารวมกันเป็นห้องน้ำสารพัดประโยชน์ ทั้งคนพิการ แม่เด็กที่มีรถเข็น และอื่นๆ หากจำเป็นสามารถผลัดกันใช้ได้

และที่ญี่ปุ่น ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมองเราว่าเราเข้าห้องน้ำคนพิการนะคะ เรื่องปกติค่ะ

4. ทางเดินเท้าแสนสบาย

4. ทางเดินเท้าแสนสบาย

ที่ญี่ปุ่นเราจะเห็นว่าทางเดินเท้าสะอาดราบเรียบมากๆ แม้มีฝนตกก็ไม่ต้องห่วงเรื่องกระเบื้องตัวหนอนปูฟุตปาธที่เหยียบแล้วจะมีน้ำกระเด็นออกมาเลอะเทอะเสื้อผ้ารองเท้าแบบที่ไทย ถ้ามีลักษณะที่แผ่นฟุตปาธกระดกไปมา ทำให้น้ำกระเด็นออกมาได้ ก็จะมีสติ๊กเกอร์สีเหลือง แปะที่แผ่นฟุตปาธแผ่นนั้นให้ระวังเป็นพิเศษ

รวมถึงไปถึงฟุตปาธที่มีลักษณะเป็นทางลาดเรียบไปกับพื้นถนน เมื่อถึงบริเวณที่จะต้องข้ามถนน เช่นแถวบริเวณทางข้ามทางม้าลาย ฟุตบาธจะค่อยๆลาดเรียบไปตามพื้นถนน เป็นทางลาด ไม่มีขั้น ไม่ต้องระวังสะดุด เดินได้สบายมากๆ ฟุตบาธที่เป็นทางลาดแบบนี้ ทำให้คุณแม่ที่มีรถเข็นเด็กสามารถเดินได้อย่างปลอดภัย

5. ตู้รถไฟสำหรับรถเข็นเด็ก

ส่วนมากคุณแม่ที่มีรถเข็นเด็กจะขึ้นรถไฟตรงที่เป็นฝั่งของ Priority seat จะมีบางส่วนของตู้ที่ไม่มีเบาะที่นั่ง แต่จะเป็นพื้นที่โล่งๆไว้สำหรับจอดรถเข็นผู้พิการหรือรถเข็นเด็ก เมื่อมีรถเข็นขึ้นบนรถไฟก็จะสามารถนำมาจอดไว้ที่บริเวณนี้ได้เลย ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับผู้อื่น และจะได้ไม่ต้องไปจอดรอบริเวณหน้าประตูรถไฟเพื่อให้ตัวเองขึ้นลงได้ง่าย (เพราะจริงๆการทำแบบนั้นอาจจะเป็นการขวางทางเข้าออกสำหรับผู้อื่นแทน)

6. ร้านอาหารครอบครัว "แฟมิเรส"

6. ร้านอาหารครอบครัว "แฟมิเรส"

แฟมิเรส ファミレス ย่อมาจากภาษาอังกฤษคำว่า Family Restaurant (แปลว่า ร้านอาหารครอบครัวนั่นเอง) เป็นตัวเลือกสำหรับครอบครัวในการพาลูกไปทานข้าวลำดับต้นๆ เพราะอาหารมีราคาถูก มีให้เลือกหลากหลาย มีเมนูสำหรับเด็กที่ราคามักจะถูกกว่าปกติและปริมาณน้อยเหมาะกับเด็ก เก้าอี้เด็ก จานชามสำหรับเด็กที่เป็นพลาสติกตกไม่แตก และมีบาร์เครื่องดื่ม (คนญี่ปุ่นจะเรียกว่า ดริ้งก์บาร์) ถ้าเป็นเด็กๆจะสามารถใช้บริการ Drink Bar ได้ฟรี ถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่ได้สั่งก็ตาม

อีกอย่างทุกคนจะเข้าใจว่าที่นี่คือร้านอาหารครอบครัว และจะต้องมีเด็กมาทานอาหารอยู่แล้ว ลูกค้าส่วนมากจึงรับได้หากมีเสียงรบกวนบ้าง ที่ญี่ปุ่นจะไม่ค่อยเห็นดราม่าแนวๆลูกค้าร้องเรียนเรื่องเด็กเอะอะเสียงดังค่ะ

7. รถบัส

ความบริการเหนือระดับประทับใจอีกอย่างสำหรับคุณแม่รถเข็น ต้องยกให้รถบัสญี่ปุ่นนี่แหละ

ปกติถ้าขึ้นรถเมล์ที่เมืองไทย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะนำรถเข็นเด็กขึ้นไปด้วย แค่บันไดที่ต้องก้าวขึ้นรถก็ยากแล้ว หนทางที่จะฝ่าด่านสายตาผู้โดยสารบนรถยิ่งยากเข้าไปใหญ่

แต่ที่ญี่ปุ่น คุณแม่ที่นำรถเข็นเด็กขึ้นไปด้วยเป็นเรื่องปกติมากๆ ถ้าป้ายไหนคนขับเห็นแล้วว่ามีคุณแม่และรถเข็นเด็กมาด้วย คนขับจะขับเข้าชิดฟุตปาธให้มากที่สุดและกดปุ่มเพื่อให้รถโหลดเตี้ยลง คุณแม่สามารถเข็นรถเข็นขึ้นรถบัสได้เลยไม่ต้องยก เพราะบริเวณพื้นของรถบัสจะเป็นทางลาดใกล้ๆประตู ซึ่งจะเสมอพอดีกับระดับของฟุตปาธ คุณแม่สามารถเข็นขึ้นลงได้อย่างสบายใจ

แน่นอนว่าภายในรถบัสยังมีที่นั่งสำหรับคุณแม่และสามารถจอดรถเข็นได้ด้วย แต่คุณแม่ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ ต้องล็อคล้อให้เรียบร้อย ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขี้น

8. บริการให้ยืมรถเข็นเด็ก

8. บริการให้ยืมรถเข็นเด็ก

หากคุณแม่ไปห้างสรรพสินค้า แล้วคุณลูกร้องขอให้อุ้ม คุณลูกเดินไม่ไหว ง่วงนอน หรืออะไรก็แล้วแต่ คุณแม่สามารถเดินไปที่ประชาสัมพันธ์เพื่อขอยืมรถเข็นเด็กได้ หรือเรียกว่า Baby Car โดยอาจจะต้องกรอกรายละเอียดและหลักฐานที่แสดงตัวตนของเรา ว่าเราจะขอยืมนะไม่ได้ขโมย เมื่อเสร็จเรียบร้อย คุณแม่ก็สามารถนำรถเข็นเด็กมาให้คุณลูกนั่งหรือนอนหลับได้ คุณแม่จะได้มีเวลาช้อปปิ้ง และเดินได้อย่างสบายใจ แต่ก่อนกลับก็อย่าลืมเอาไปคืนที่ประชาสัมพันธ์ด้วยนะ

จริงๆอันนี้ ที่เมืองไทยก็มีเหมือนกันตามบางห้างใหญ่ บริเวณประชาสัมพันธ์จะมีบริการให้ยืมรถเข็นเด็ก แต่คนส่วนมากจะไม่ค่อยรู้ เลยจะเงียบเหงาหน่อย ไม่ค่อยมีผู้ใช้บริการ

สิ่งเหล่านี้ทำให้การพาลูกไปเที่ยวด้วย เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเยอะมากกกก คุณแม่คนไทยอย่างเราๆเองก็หมดห่วง หากจะต้องพาลูกมาเที่ยวด้วย ก็แหม... ไหนๆจะไปญี่ปุ่นทั้งที ก็อยากไปกันทั้งครอบครัว เก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ไว้อัพลงโซเชียล แถมยังมีรูปเก็บไว้ให้ลูกดูตอนเค้าโตว่าเค้าเคยมาเที่ยวญี่ปุ่นกับพ่อแม่ด้วยนะ ^^