All About Japan

เลือกที่นั่งสุดหรูบนชินกังเซ็น

| การเดินทาง , รถไฟ
เลือกที่นั่งสุดหรูบนชินกังเซ็น

รถไฟญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างจะหรูหรามีระดับเลย แต่ว่าชินกังเซ็นนั้นคือที่สุดของที่สุด เพราะมีถึงสามคลาสราวกับสายการบิน (จริงๆแล้วก็นั่งสบายกว่าเครื่องบินเยอะอีกด้วย) วันนี้เผื่อใครอยากลองขึ้นที่นั่งที่หรูสุดๆบนรถไฟ ซักครั้งหนึ่งในชีวิต เราจึงเอามาให้ชมกัน

เพื่อใช้ในการเทียบราคา ก่อนอื่นเรามารู้ราคาพื้นฐานก่อนดีกว่า
นี่คือราคา"พื้นฐาน"ของรถไฟจากโตเกียวถึงโอซาก้า ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่เราจะต้องจ่ายหากนั่งรถไฟธรรมดาที่จอดทุกป้าย แต่ถ้านั่งรถไฟแบบนั้นละก็ต้องเปลี่ยนรถไฟถึง5‐6ครั้งเป็นอย่างน้อยและใช้เวลากว่าสิบชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะงั้นโดยปกติแล้วไม่มีใครทำกัน

ราคาพื้นฐานนี้ ส่วนตัวผมชอบเรียกว่า "ค่าระยะทาง" เพราะแท้จริงแล้วมันก็คือราคาเดินทางที่คิดตามระยะอย่างเดียว โดยยังไม่บวกค่าอื่นๆเช่น "ค่าจองที่นั่ง" นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วถ้าเราขึ้นรถไฟในเมืองสั้นๆโดยไม่ได้จองที่นั่ง เงินที่จ่ายไปก็คือราคาพื้นฐานนี่เอง

โดยวันนี้ เราจะแนะนำราคาของการเดินทางจากโตเกียวไปยังโอซาก้าด้วยชินกังเซ็น ซึ่งพื้นฐานของระยะทางนี้คือ 8,750เยน

Unreserved Seat

แต่หากจะขึ้นชินกังเซ็นแล้วละก็ ยังไงก็ต้องจ่าย "ค่าที่นั่ง" เพิ่มจากค่าเดินทางพื้นฐาน

ที่นั่งราคาถูกที่สุดของชินกังเซ็นคือ "ที่นั่งแบบไม่ได้จอง" unreserved seat (自由席, jiyuuseki) ซึ่งเป็นที่นั่งที่เราไม่สามารถจองหรือเลือกได้ ขึ้นรถไปแล้วก็ต้องหาที่นั่งว่างๆ แล้วนั่งลงไปเลย ซึ่งสิ่งที่ต้องระวังก็คือ หากเลือกซื้อตั๋วประเภทนี้ ก็อาจจะไม่ได้นั่งก็ได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นละก็ สิ่งที่ต้องทำก็คือ รอจนกว่าจะมีคนลงจากรถไฟนั่งเอง แต่ถ้าหากคุณเลือกเที่ยวในช่วงเวลาหรือฤดูกาลที่คนน้อย นี่ก็เป็นที่นั่งแบบถูกที่สุดที่ชินกังเซ็นมีให้

ราคาพื้นฐาน 8,750เยน บวกกับราคาที่นั่งประเภท unreserved sea 4,870 เยน
รวม 13,620 เยน

Reserved Car

ที่นั่งในตู้รถที่ต้องจองอย่างเดียวหรือว่า reserved car (指定席, shiteiseki) นี่เป็นคำเรียกที่นั่งแบบที่ต้อง"จอง"ล่วงหน้า โดยที่ไม่เหมือนกับแบบที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ เพราะว่าคราวนี้ ได้มีที่นั่งแน่นอน
สิ่งที่ควรรู้ไว้ก็คือ เวลาจองจะต้องกำหนดหมายเลขที่นั่ง แถวที่จะนั่งเอาไว้เลย โดยมีเบอร์หรือรหัสภาษาอังกฤษของที่นั่งให้อย่างชัดเจนในตั๋ว ส่วนคนที่จองไว้ก็ต้องไปนั่งตามที่ๆตัวเองจองไว้เท่านั้น แต่สำหรับคนที่ไม่ได้จองไว้ละก็ ห้ามขึ้นไปนั่งหรือแม้แต่ยืนในตู้นี้โดยเด็ดขาด เพราะว่าตู้นี้ถูกออกแบบมาให้พอดีกับจำนวนคนที่จอวงไว้เท่านั้น หากซื้อที่นั่งแบบ unreserved ไว้และอยากยืนละก็ ยังไงก็ต้องยืนในตู้ที่เป็น unreserved เท่านั้น

ราคาของที่นั่งแบบ Reserved Seat

ราคา
ช่วงพีค: ¥5,900
25/12 - 10/1
21/3 - 5/4
28/4 - 6/5
21/7 - 31/8
รวม: ¥14,650

ช่วงโลว์ซีซั่น: ¥5,500 (US$49.70)
15/1 - 28/2
มิถุนายน กันยายนทั้งหมด
11/1-12/20
รวม: ¥14,250

ช่วงปกติ: ¥5,700
วันอื่นๆทั้งหมดที่ไม่ได้กล่าวถึง รวมทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุด
รวม: ¥14,450

Green Car

มาถึง Green Car หรือรถสีเขียว ที่คนไทยสงสัยกันเหลือเกินว่ามันคืออะไร

จริงๆแล้ว Green Car ก็คือตู้ชินกังเซ็นชั้นธุรกิจนั่นเอง ภายในจะกว้างขวางสะดวกสบายกว่าตู้ระดับ Reserved Seat ธรรมดาๆ แต่ราคาแพงกว่าที่นั่งธรรมดาไม่มากเลย เมื่อเทียบกับความต่างของเครื่องบินชั้น Economy และ Business เพราะงั้นหากใครอยากลองความหรูหราสไตล์ JR ก็ไม่ต้องกลัวเสียเงินเยอะจนไม่มีเงินเที่ยวต่อนะ

เนื่องจาก Green Car เทียบได้กับชั้น Business ในเครื่องบิน ทั้งขนาดที่นั่งและการบริการก็ย่อมดีกว่าที่นั่งทั่วไป โดยผู้โดยสารจะได้รับผ้าร้อนหรือผ้าเย็นพร้อมกับเครื่องดื่ม แถมตัวเก้าอี้เองนั้นสามารถเอนหลังได้ถึง40องศา ทำให้นอนสบายมากกว่าเก้าอี้ธรรมดาด้วย

ราคาพื้นฐาน 8,750 เยน บวกกับราคาตั๋ว Green Car 10,480 เยน
รวม: 19,230 เยน

สุดยอดแห่งความหรูหรา: Gran Class

อันนี้เป็นโบนัส เพราะไม่ได้มีกันทุกสาย

ตู้แบบ"แกรนคลาส" รถชั้นหนึ่งของ JR เป็นสุดยอดของสุดยอดที่นั่งรถไฟหรูในญี่ปุ่น ภายในตู้ตกแต่งราวกับเป็นเคบินเครื่องบิน เก้าอี้ก็หรูหราและสบายราวกับเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส มีบริการเสริมหลายอย่างที่คุณคู่ควร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับที่ดูแลดีเป็นพิเศษ อุปกรณ์ต่างๆเช่น ผ้าปิดตา ผ้าห่ม อาหารกล่องเบนโต และเครื่องดื่มแบบ All You Can Drink ที่มีสาเกชั้นยอดของโทโฮคุรวมอยู่ด้วย

แต่เดิมทีเก้าอี้่ประเภทนี้เริ่มต้นขายบนโทโฮคุชินกังเซ็นของ JR East เท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2011 แต่ก็ค่อยๆขยายตัวมาจนตอนนี้ นางาโนะชินกังเซ็น ก็มีที่นั่งแบบนี้เช่นกัน ในปัจจุบันนี้รถไฟสายโทไกโด ซึ่งเป็นสายหลักของผู้เดินทางจากโตเกียวสู่นาโกย่า เกียวโต หรือโอซาก้า ยังไม่มีตู้โดยสารประเภทนี้ แต่หากใครมีโอกาสได้ลองไปเที่ยวในภูมิภาคโทโฮคุด้วยชอนกังเซ็นแล้วละก็ นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ในราคาที่แพงกว่าชินกังเซ็นทั่วไปไม่มากมายเท่าไหร่เลย